Pr

มั่นคงฯ ไตรมาส 3 ปี’ 63 พลิกกำไร 125.04 ลบ.

LivingInsider Report 2020-11-17 16:47:23

มั่นคงเคหะการ (MK) เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 3/2563 กำไรสุทธิอยู่ที่ 125.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 151.18 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปี 2562 ปัจจัยจากแผนการดำเนินงาน 5 ปี ตามยุทธศาสตร์พัฒนาธุรกิจเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Development Roadmap) เร่งเดินหน้ารุกธุรกิจฝั่ง Recurring Income

 

ขยายธุรกิจโรงงานและคลังสินค้าให้เช่า พร้อมเสริมแกร่งด้วยการเปิดตัวธุรกิจสุขภาพ (Wellness) “โครงการรักษ (RAKxa)” ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวม มั่นใจสัดส่วนกำไรระหว่างฝั่งเพื่อขายที่อยู่อาศัย (Real Estate) และเพื่อเช่าและการบริการ (Recurring Income) เป็นไปตามเป้า 50:50 ที่วางไว้อย่างแน่นอน

 

นายวรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) (Mr. Vorasit Pokachaiyapat Chief Executive Officer of M.K. Real Estate Development Public Company Limited) หรือ MK บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย เพื่อเช่าและเพื่อการบริการ เผยผลการดำเนินงาน ของไตรมาส 3 ปี 2563 (สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563) ว่า บริษัทและบริษัทย่อยมีผลการดำเนินงาน

 

โดยมีรายได้รวมจำนวน 740.88 ล้านบาท กำไรสุทธิอยู่ที่ 125.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 151.18 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันกับปีก่อน (2562) ที่ขาดทุนสุทธิอยู่ 26.14 ล้านบาท เหตุผลสำคัญมาจากแผนการดำเนินงาน 5 ปีของบริษัท อีกทั้งการขยายธุรกิจกลุ่มให้เช่าและบริการ (Recurring Income) อย่างต่อเนื่อง

 

รวมถึงการจัดตั้ง กองทรัส พรอสเพค โลจิสติกส์และอินดัสเทรียล (PROSPECT) ส่งผลให้มีรายได้อยู่ที่ 89.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.41% ส่วนธุรกิจเพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายมีรายได้ 611.47 ล้านบาท และธุรกิจสนามกอล์ฟมีรายได้ 39.42 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าเสริมแกร่งให้แก่กลุ่มบริษัทด้วยการเปิดตัวโครงการรักษ (RAKxa) ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวม ที่พร้อมให้บริการอย่างเป็นทางการเดือนธันวาคม 2563

 

“ถึงแม้ว่าผลกระทบจากปัจจัยลบของสภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในปัจจุบันจะส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ แต่กลุ่มบริษัทก็ยังคงสามารถดำเนินงานได้ตามแผนธุรกิจที่วางไว้ ทั้งแผนการจัดหาแหล่งเงินทุน และแผนการเพิ่มสัดส่วนกำไรขั้นต้นจากธุรกิจที่มีรายได้สม่ำเสมอ โดยธุรกิจให้เช่าและบริการของกลุ่มบริษัทในไตรมาสนี้ มีรายได้จากโครงการบางกอก ฟรีเทรด โซน ของ บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด

 

เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้น 2.36 ล้านบาท จากจำนวน 74.36 ล้านบาท เป็นจำนวน 76.72 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3.17% พร้อมกันนี้ยังมีรายได้จากการขายสินทรัพย์บางส่วนของโครงการฯ เข้ากองทรัสต์ จำนวน 130,092 ตารางเมตร มูลค่าประมาณ 1,953.10 ล้านบาท

 

ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระด้านการจัดหาแหล่งเงินทุนแล้ว ยังทำให้มียอดรับรู้กำไรจากการขายสินทรัพย์ดังกล่าวจำนวน 263.30 ล้านบาท และสำหรับตัวโครงการบางกอก ฟรีเทรด โซน เรายังมีแผนเตรียมเปิดแห่งที่ 2 และ 3 บนทำเลถนนบางนา-ตราด โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมให้บริการประมาณช่วงต้นปี 2564 ส่วนรายได้จากค่าเช่าและบริการ โครงการ พาร์ค คอร์ท สุขุมวิท 77 และพื้นที่เช่าอื่นๆ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเช่นกัน”

 

นายวรสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า “ส่วนธุรกิจเพื่อขายที่อยู่อาศัยนั้น แม้จะได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่บริษัทก็ยังคงสามารถรักษาระดับรายได้จากการขายได้อย่างเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งในไตรมาสนี้มียอดรับรู้รายได้ที่ 611.48 ล้านบาท ทั้งนี้เป็นผลมาจากนโยบายการให้คำปรึกษาอย่างมีประสิทธิภาพของทีมขาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดเตรียมข้อมูลทางการเงินอย่างรัดกุมเพื่อช่วยเหลือลูกค้าให้ได้รับการอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงิน การเพิ่มช่องทางสื่อสารทางการตลาดแบบออนไลน์ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้อย่างตรงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น การพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย”   

สำหรับผลการดำเนินงานสะสม 9 เดือนของกลุ่มบริษัทในปีนี้มีกำไรสุทธิ 30.07 ล้านบาท ผลจากการปรับโครงสร้างรายได้ของกลุ่มบริษัทเพื่อสร้างสมดุลรายได้ที่มั่นคง ซึ่งได้ดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว ตามกลยุทธ์การดำเนินงาน 5 ปี ของแผนยุทธศาสตร์พัฒนาธุรกิจเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Development Roadmap) ทำให้กลุ่มบริษัทสามารถลดผลกระทบดังกล่าวได้อย่างน่าพอใจ

 

โดยมีสัดส่วนกำไรขั้นต้นจากธุรกิจที่มีรายได้ที่สม่ำเสมอและรายได้จากการให้บริการต่อรายได้จากการดำเนินการในทุกธุรกิจ โดยไม่นับรวมรายได้จากการขายที่ดินเปล่าเพิ่มจาก 4.5% เมื่อปี 2558 เป็น 31.8% ณ สิ้นไตรมาส 3 ของปี 2563 และมีอัตราส่วนหนี้สินที่ไม่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (Interest bearing debt ratio) เท่ากับ 1.3 เท่า

 

“อย่างไรก็ดี บมจ.มั่นคงเคหะการ ยังคงสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารงาน 9 เดือนได้อย่างเหมาะสม โดยมีจำนวน 634.74 ล้านบาท ลดลง 136.36 ล้านบาท หรือคิดเป็น 17.68% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ดีในไตรมาสที่ 3 มียอดเพิ่มขึ้น 33.92 ล้านบาท

 

เนื่องจากการดำเนินงานในส่วนธุรกิจสุขภาพโครงการรักษ (RAKxa) ซึ่งอยู่ในระหว่างการทดสอบระบบและบริการ (Test run) เพื่อเตรียมเปิดให้บริการในช่วงเดือนธันวาคม 2563 ทั้งนี้บริษัทเชื่อมั่นว่าจะเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอได้ตามแผนที่วางไว้ โดยตั้งเป้าสัดส่วนกำไรทั้ง 2 ฝั่งอยู่ที่ 50:50 ภายในปี 2564” นายวรสิทธิ์ กล่าว
 

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

LivingStock Application

ค้นหาล่าสุด

ทําเลที่ถูกค้นหามากที่สุด

แสดงทั้งหมด

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA ดินแดง ศูนย์วิจัย คลองตัน

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ ประสานมิตร

อ่อนนุช อุดมสุข

อ่อนนุช อุดมสุข พระโขนง บางจาก ปุณณวิถี

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน เสือใหญ่ เสนานิคม วังหิน รัชวิภา บางเขน

นวมินทร์ รามอินทรา

นวมินทร์ รามอินทรา วัชรพล สายไหม หทัยราษฎร์ แฟชั่นไอส์แลนด์ สุขาภิบาล 5

สะพานควาย จตุจักร

สะพานควาย จตุจักร หมอชิต ประดิพัทธ์ อินทามะระ