Pr

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ประกาศผลประกอบการไตรมาสสาม

LivingInsider Report 2020-11-17 15:00:03

บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) ประกาศผลประกอบการไตรมาสสาม ปี 2563 มียอดรับรู้รายได้ที่ 1,451 ล้านบาท ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 19% รวมทั้งยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนต่าง ๆ ได้ดี รวมถึงการทำการตลาดที่มีประสิทธิภาพ

 

ส่งผลให้ SG&A/Sales ในไตรมาสสามนี้ ปรับลดลงอยู่ในระดับ 8.9% โดยมีตัวเลขกำไรสุทธิอยู่ที่ 308 ล้านบาท ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 29% ในส่วนของยอดรับรู้รายได้ในช่วงของ 9 เดือนแรกปี 2563 นี้ อยู่ที่ 4,014 ล้านบาท ขยายตัวจากปีก่อนหน้า 18% โดยมีตัวเลขกำไรสุทธิที่ 950.9 ล้านบาท ขยายตัวจากปีก่อนหน้า 48% ทั้งนี้บริษัทมั่นใจว่าบริษัทจะสามารถทำผลงานในปีนี้ได้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้

 

นายไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ภายใต้คอนเซ็ปท์ “บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี” กล่าวว่า ในปี 2563 นี้ เป็นปีที่ท้าทายการดำเนินธุรกิจ เศรษฐกิจทั่วโลกมีการหดตัวรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี จากปัญหาการแพร่ระบาดของ COVID-19 ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยรวมได้รับผลกระทบตามการหดตัวของเศรษฐกิจ และปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงขึ้น

 

ทั้งนี้ GDP ไตรมาส 3 ที่เพิ่งประกาศออกมาเช้านี้ หดตัว 6.4% ส่งผลให้ 9 เดือนแรก เศรษฐกิจไทยหดตัวที่ 6.7% อย่างไรก็ดี แนวโน้มการพัฒนาวัคซีนมีความคืบหน้าไปมาก ซึ่งจะเป็นตัวช่วยให้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของโลก รวมถึงประเทศไทยค่อยๆ ฟื้นตัวได้ แต่คาดว่าต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1-1.5 ปี ตัวเลขเศรษฐกิจจึงจะกลับไปอยู่ในระดับปกติก่อนเกิดการระบาด  

 

ในแง่ของบริษัท ยอดรับรู้รายได้ในไตรมาส 3 อยู่ที่ 1,451 ล้านบาท ขยายตัว 19% จากปีก่อน ในขณะที่การบริหารต้นทุนต่างๆ ทำได้ดีขึ้น ส่งผลให้ในไตรมาส 3 นี้ บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 308 ล้านบาท ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 29% โดยมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ที่ระดับ 21.2% ในส่วนของ 9 เดือนแรกของปีนี้ แม้ตลาดโดยรวมจะสอบตัวลง แต่บริษัทยังคงสามารถทำผลงานได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยบริษัทยังคงรักษาการเติบโตทั้งในส่วนของยอดขาย และกำไร ได้เป็นไปตามเป้า

 

โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ มียอดรับรู้รายได้แล้ว 4,014 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 18% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นในระดับ 39.2% สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนต่างๆ ได้ดี รวมทั้งบริษัทสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้ SG&A/Sales ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ปรับลดลงมาอยู่ที่ 9.7% ลดลงจากในช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 11.2% ส่งผลให้ 9 เดือนแรกของปีนี้บริษัทมีตัวเลขกำไรสุทธิอยู่ที่ 950.9 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 48%

 

โดยบริษัทยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นการเปิดเพื่อทดแทนโครงการเดิมที่ใกล้ ปิดโครงการลง และบางส่วนเพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจให้บริษัทมีการเติบโตอย่างมั่นคง โดยในปีนี้บริษัทมีการเปิดโครงการใหม่ไปแล้วทั้งสิ้น 7 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท และอยู่ระหว่างเตรียมเปิดโครงการใหม่อีก 1 โครงการในช่วงที่เหลือของปี

 

โดยบริษัทยังคงคุมความเสี่ยงทางการเงิน และรักษาระดับ D/E Ratio ได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม โดย ณ สิ้นไตรมาสสามมีระดับอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่เพียงแค่ 0.73 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมซึ่งอยู่ราว 1.4 เท่า ในขณะที่ระดับ Net IBD/E ณ สิ้นไตรมาส 3 ของบริษัทอยู่ที่ 0.44 เท่า สะท้อนความแข็งแกร่งทางด้านการบริหารงาน และบริหารด้านการเงินได้เป็นอย่างดี
 

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

LivingStock Application

ค้นหาล่าสุด

ทําเลที่ถูกค้นหามากที่สุด

แสดงทั้งหมด

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA ศูนย์วิจัย คลองตัน

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ ประสานมิตร

อ่อนนุช อุดมสุข

อ่อนนุช อุดมสุข พระโขนง บางจาก ปุณณวิถี

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน เสือใหญ่ เสนานิคม วังหิน รัชวิภา บางเขน

นวมินทร์ รามอินทรา

นวมินทร์ รามอินทรา แฟชั่นไอส์แลนด์ วัชรพล สายไหม หทัยราษฎร์ สุขาภิบาล 5

สะพานควาย จตุจักร

สะพานควาย จตุจักร หมอชิต ประดิพัทธ์ อินทามะระ