News

ส่องตลาดอสังหาฯทั่วไทย REIC แนะรัฐกระตุ้นบ้าน 3 ล้านอัพ

LivingInsider Report 2020-10-09 11:45:12

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการ REIC-ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธอส. เปิดเผยว่า ปี 2563 ภาวะเศรษฐกิจมีการชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย คาดการณ์ GDP ปีนี้ขยายตัวติดลบ -7.8% ถึง -7.3% แนวโน้มปี 2564 GDP ขยายตัว 3.5%

 

REIC ประเมินว่าตลาดที่อยู่อาศัยจะเข้าสู่จุดต่ำสุดในปี 2563 นี้ จากนั้นค่อย ๆ ปรับตัวดีขึ้นนับจากครึ่งปีหลัง 2564 เป็นต้นไป

 

โฟกัสผลกระทบโควิด-19 ต่อการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ พบว่าปี 2563 คาดว่ามีการโอนกรรมสิทธิ์ 319,210 หน่วย มูลค่า 723,213 ล้านบาท ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 2 ปี (2561-2562) ค่อนข้างมาก โดยต่ำกว่าปี 2562 จำนวน -18.6% และต่ำกว่าปี 2562 ที่ -22.3% ตามลำดับ

 

ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่าการโอนกรรมสิทธิ์ปรับตัวดีขึ้นในเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2563 โดยกลุ่มราคา 3-5 ล้านบาทมีการโอนกรรมสิทธิ์มากที่สุด

 

“ในด้านหน่วยโอนอาจต้องใช้เวลามากกว่า 5 ปีจึงจะกลับมาได้ยอดเท่ากับปี 2562 แต่ในเชิงมูลค่าคาดว่าใช้เวลา 3 ปี ซึ่งน่าจะเป็นช่วงที่เศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้น กำลังซื้อคนในประเทศมีความเข้มแข็ง ประกอบกับกำลังซื้อลูกค้าต่างชาติน่าจะทยอยกลับคืนมาแล้ว”

 

REIC มีข้อสังเกตว่าครึ่งปีแรก 2563 มีการโอนกลุ่มราคาต่ำ 3 ล้านบาทจำนวน 130,853 หน่วย มูลค่า 192,491 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มราคาเกิน 3 ล้านบาทมี 37,772 หน่วย แต่มูลค่าสูงถึง 230,379 ล้านบาท

 

เอกซเรย์พบว่าเป็นการโอนราคา 3-5 ล้านบาท 23,723 หน่วย มูลค่า 91,364 ล้านบาท ในจำนวนนี้มีบ้านมือสองผสมโรงด้วย 40% ของมูลค่าการโอนทั้งหมด

 

ด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลปล่อยใหม่ทั่วประเทศ ปี 2561 มีสินเชื่อปล่อยใหม่ 702,900 ล้านบาท ปรับตัวลดลงในปี 2562 เหลือ 640,259 ล้านบาท และคาดว่าปี 2563 ปรับลงมาอยู่ที่ 542,636 ล้านบาท หรือลดลง -15.2% คาดว่าต้องใช้เวลาฟื้นตัวด้านสินเชื่ออีก 3 ปี และถ้าจะให้ไปถึงจุดสูงสุดที่ 700,000 ล้านบาท อาจต้องรอ 5 ปีนับจากนี้ไป

 

“ดร.วิชัย” ระบุด้วยว่า สถานการณ์โควิดทำให้ตลาดมีการปรับตัวรองรับ โดยเห็นได้จากจำนวนใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัย-การเปิดตัวโครงการใหม่ลดลงต่อเนื่อง การปรับตัวไปลงทุนโครงการแนวราบที่มีความยืดหยุ่นกว่าคอนโดมิเนียม และฐานลูกค้ามีศักยภาพในการซื้อและการขอสินเชื่อ ทำให้ช่วยลดอัตราการเพิ่มขึ้นของซัพพลายในตลาด

 

จากการที่ซัพพลายในปัจจุบันมีสัดส่วนราคาเกิน 3 ล้านบาท 141,552 หน่วย มูลค่า 967,588 ล้านบาท แต่เป็นกลุ่มที่ยังไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ยอดโอนกรรมสิทธิ์ครึ่งปีแรก 2563 มีเพียง 37,772 หน่วย คิดเป็น 22.4% แต่มีมูลค่าสูงถึง 230,379 ล้านบาท หรือ 54.5% ของการโอน

 

ข้อเสนอแนะจึงมองโอกาสในการกระตุ้นตลาด โดยขยายมาตรการลดค่าโอน-จำนองจาก 3% เหลือ 0.01% ให้ครอบคลุมที่อยู่อาศัยราคาสูงกว่า 3 ล้านบาทด้วย

 

นอกจากนี้ รัฐบาลอาจพิจารณากระตุ้นบ้านมือสองเนื่องจากเป็นตลาดที่สัมพันธ์กับบ้านใหม่ โดยผู้ซื้อบ้านใหม่มักจะหาทางขายบ้านเดิมซึ่งจะได้เงินไปเป็นเงินดาวน์และค่าตกแต่งบ้านใหม่ ไม่ต้องขอสินเชื่อมากเกินจำเป็นได้ด้วย

 

“ต้องยอมรับว่าปี 2563 ตลาดมีการชะลออย่างมาก แต่เชื่อว่าปีนี้เป็นจุดต่ำสุดแล้ว และไม่น่าจะรุนแรงมากเมื่อเทียบกับวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 จุดเน้นอยู่ที่การใช้มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ที่ครอบคลุมที่อยู่อาศัยทุก segment ราคา และทุกกลุ่ม คือบ้านราคาสูงกว่า 3 ล้านบาท ทั้งที่สร้างเสร็จแล้วและอยู่ระหว่างก่อสร้างซึ่งมี 83,000 หน่วย ครอบคลุมถึงบ้านมือสอง 40% ของการโอนกรรมสิทธิ์ ควบคู่มาตรการปล่อยสินเชื่อแบบผ่อนคลายให้ลูกค้าเรียลดีมานด์ จะช่วยกระตุ้นตลาดในครึ่งปีหลังและปีหน้าได้อย่างดี”

 

 

ขอบคุณภาพและข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ

https://www.prachachat.net/property/news-534104

 

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

LivingStock Application

ค้นหาล่าสุด

ทําเลที่ถูกค้นหามากที่สุด

แสดงทั้งหมด

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA ศูนย์วิจัย คลองตัน

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ ประสานมิตร

อ่อนนุช อุดมสุข

อ่อนนุช อุดมสุข พระโขนง บางจาก ปุณณวิถี

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน เสือใหญ่ เสนานิคม วังหิน รัชวิภา บางเขน

นวมินทร์ รามอินทรา

นวมินทร์ รามอินทรา แฟชั่นไอส์แลนด์ วัชรพล สายไหม หทัยราษฎร์ สุขาภิบาล 5

สะพานควาย จตุจักร

สะพานควาย จตุจักร หมอชิต ประดิพัทธ์ อินทามะระ