Review

ปรากฏการณ์เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย “Dyson Digital Slim” ความเบาสบายที่เลือกได้ เบาที่สุดที่เคยมีมา พร้อมประสิทธิภาพล้นเหลือ

NESSLE 2020-10-01 13:21:39

 

ทำงานข้างนอกว่าเหนื่อยแล้วทำงานในบ้านเหนื่อยยิ่งกว่า! ยิ่งใครมีพื้นที่ใช้สอยในบ้านเยอะเท่าไหร่ เวลาที่หมดไปกับการทำงานบ้านก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งหนึ่งในไอเท็มที่ช่วยร่นระยะเวลาให้รวดเร็วและสะดวกสบายกว่าเดิม นั่นก็คือ เครื่องดูดฝุ่น แต่พิเศษยิ่งกว่าคือเป็นแบบไร้สาย ที่แตกต่างจากที่เห็นตามทั่วๆ ไปแน่นอน!!

 

Dyson Digital Slim เครื่องดูดฝุ่นรุ่นใหม่ล่าสุด!!! ที่มีน้ำหนักเบามากและมีขนาดเล็กที่สุด ของ Dyson ที่ออกแบบมาเพื่อเอาใจคนเอเชียอย่างเราโดยเฉพาะเลย แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องประสิทธิภาพการทำงานเพราะยังคงทำความสะอาดได้อย่างหมดจด

 

โดยไฮไลท์เด็ดที่น่าจะเรียกกระแสตอบรับได้ดีจากผู้ซื้อเป็นอย่างแรกคือ มีน้ำหนักเบาถึง 30% รวมไปถึงยังมีขนาดเล็กลง 20% ตัวด้ามจับมีขนาดสั้นลง 15% และมีความบางเพียง 6.3 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้ ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ถูกคิดมาหมดแล้ว ไล่เรียงตั้งแต่ตัวเครื่องดูดฝุ่นไร้สายรุ่นนี้ จะมาในรูปแบบชิ้นเดียวไม่มีแยกส่วนประกอบ

 

เท่านั้นไม่พอเพราะทาง Dyson ยังได้คิดคำนวณไปจนถึงการใช้กาว ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการทำให้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น จึงได้เปลี่ยนวิธีเป็นแบบเย็บแทน โดยเย็บเชื่อมแผ่นกรองคาร์บอนไฟเบอร์กับหัวทำความสะอาดเข้าด้วยกัน เพื่อให้มีน้ำหนักเบาลงและมีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น แม้กระทั่งอุปกรณ์หัวแปรงทำความสะอาดลูกกลิ้งแบบนุ่ม ก็ถูกทำให้เบาลงถึง 40% เลยทีเดียว 

 

พออ่านมาถึงตรงนี้หลายคนอาจกังวลว่า แล้วประสิทธิภาพในการใช้งานก็จะดร็อปลงด้วยใช่ไหม? ขอใช้คำว่าไม่เชิงก็แล้วกันเนอะ เพราะถึงแม้ Dyson Digital Slim จะมีขนาดเล็กลง แต่ประสิทธิภาพในการดูดฝุ่นและการใช้งานยังคงทำได้ดีเยี่ยม ไม่ได้มีการขาดตกบกพร่องแต่อย่างใด 

 

เนื่องด้วยตัวมอเตอร์ที่ถูกออกแบบพิเศษคือ มอเตอร์ Hyperdymium มีพลังไซโคลน 11 ชั้น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องนี้ ช่วยให้มีการกรองและมีคุณภาพที่มากขึ้น แต่ใช้พลังงานน้อยลง ส่งผลให้ดักจับฝุ่นได้อย่างหมดจด สามารถกรองอนุภาคขนาดเล็กถึง 0.3 ไมครอนได้ถึง 99.97 % โดยที่ไม่ต้องสูญเสียแรงดูด ที่สำคัญไม่ต้องกังวลว่าฝุ่นจะกระจายออกมาข้างนอก เพราะระบบของตัวถังเก็บฝุ่นจะถูกปิดอย่างหนาแน่น

 

 

ขณะที่ตรงท้ายเครื่องดูดฝุ่นก็ยังเป็น หน้าจอ LCD และปรับโหมดทำความสะอาดได้ 3 ระดับเหมือนเดิม ได้แก่ Auto แรงดูดอัตโนมัติเพื่อการทำความสะอาดพื้นทุกประเภท Eco ประหยัดแบตให้ใช้งานได้นานขึ้น และ Boots แรงขั้นสุด รวมไปถึงยังแสดงว่าแบตเหลือเท่าไหร่ต้องชาร์จตอนไหน และเตือนว่าถึงเวลานำตัวกรองออกมาทำความสะอาดได้แล้ว

 

สำหรับอุปกรณ์อื่นๆ ในการทำความสะอาดแม้จะไม่ได้หลากหลาย แต่ก็เรียกได้ว่าครบครันทุกการใช้งานแน่นอน อย่าง หัวแปรงดูดแบบลูกกลิ้งนุ่ม ออกแบบด้วยไนลอนทอแบบอ่อน และเส้นใยคาร์บอนป้องกันไฟฟ้าสถิต แต่ที่เป็นจุดเด่นของเจ้าหัวนี้อยู่ตรงที่ การปรับหัวมุมแปรงให้เรียบ เพื่อสร้างทางการไหลเวียนของลมจากพื้นสู่หัวแปรงดูด

 

หมายความว่าปกติเครื่องดูดฝุ่นทั่วไป จะดูดได้ดีเฉพาะช่วงกลางๆ หัว แต่เจ้าหัวตัวนี้เวลาดูดฝุ่นจะสามารถดูดได้ทั้งหัว ส่งผลให้ทำความสะอาดตามขอบมุมได้ดีขึ้น ซึ่งเหมาะมากกับการดูดบนพื้นแข็งๆ อย่างกระเบื้อง แถมไม่ต้องออกแรงกด พวกเศษฝุ่นหรือเศษผมก็เข้าเครื่องอย่างรวดเร็ว

 

ต่อมาเป็น หัวแปรงอันเล็กแบบมีมอเตอร์ในตัว! เห็นดูเล็กๆ แบบนี้แต่บอกเลยว่าไม่ธรรมดา เพราะสามารถดูดกับผิวสัมผัสนุ่มๆ ได้เจ๋งสุดๆ เช่น โซฟา ที่นอน เบาะรถ เป็นต้น ซึ่งไม่ว่าจะเป็นไรฝุ่น ขนสัตว์ หรือสิ่งสกปรกต่างๆ ก็ทำได้สะอาด ซึ่งพอลองใช้แล้วบอกเลยว่าเลิฟตัวนี้มากกกกกกกก

 

นอกจากนี้ยังมีมาให้อีก 2 หัว คือ หัวดูดปากแคบ ไว้ตามขอบต่างๆ ที่พื้นหรือเพดานของห้อง รวมถึงตามซอกมุมโซฟาเก้าอี้ และสุดท้ายเป็น แปรงปัดฝุ่นขนนุ่ม โดยการจัดเก็บก็ไม่ยุ่งยากมีตัวยึดติดกับผนังมาให้เรียบร้อย พร้อมให้เราสามารถชาร์จแบตได้ทันที ทำให้ไม่ต้องกลัวว่าจะเกะกะทางเดิน หรือรู้สึกรกหูรกตาแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกลับเสริมให้ห้องดูทันสมัยอีกต่างหาก

 

ระยะเวลาในการใช้งานนั้นยาวนานถึง 40 นาที สำหรับโหมด Eco ประหยัดพลังงาน และใช้งานได้นานถึง 5 นาที ในโหมด Boots แรงขั้นสุด แต่ถ้าเป็นวันเก็บกวาดครั้งใหญ่ก็สบายหายห่วง เนื่องจากตัวแบตเตอรี่สามารถถอดเปลี่ยนออกได้ (แต่ต้องซื้อเพิ่มเอานะ) ทั้งนี้ระยะเวลาในการชาร์จอยู่ที่ 3 ชั่วโมงครึ่งโดยประมาณ

 

สุดท้ายเป็นเรื่องของ การดูแลรักษาความสะอาด รับประกันเลยว่าไม่ยุ่งยากไม่ต้องกลัวเจ๊ง เพราะตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้สามารถทำความสะอาดได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็น ตัวถังเก็บขยะ ตัวกรองมอเตอร์ แถบแปรง และ อุปกรณ์ที่มีไฟสามารถล้างด้วยน้ำได้ทั้งหมด

 

ดีไซน์การคิดค้นทั้งหมดนี้ ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้หญิงหรือคนตัวเล็ก ที่จะช่วยให้การทำงานบ้านไม่เหน็ดเหนื่อยและเป็นเรื่องง่ายดาย เหมาะอย่างมากกับคนที่อยู่ในคอนโดขนาดห้องไม่ใหญ่ หรือจะอยู่บ้านแต่เป็นคนทำความสะอาดทุกวัน ก็แนะนำว่าต้องจัดมาให้ได้คือควรมีอย่างยิ่ง!!! รอบนี้ราคาน่ารักน่าคบเพียง 19,900 บาท

 

ใครมีงบไม่ถึงรุ่น Dyson V11 Absolute ลองซื้อเครื่องดูดฝุ่นไร้สายรุ่น Dyson Digital Slim กันมาใช้ดู คุณภาพไม่ต่างกันแต่มาในราคาที่ย่อมเยามากกว่าเดิม เริ่มจับจองกันได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป หาซื้อได้ที่เว็บไซต์ https://www.dyson.co.th และร้าน Dyson Demo สาขา เซ็นทรัล เวิลด์ เซ็นทรัล ลาดพร้าว สยามพารากอน และไอคอนสยาม 

 

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

LivingStock Application