Review

Modern Thonglor ทองหล่อในปี 2019 กับการเป็น International Hub เติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์และการลงทุน

NESSLE 2019-10-04 16:10:46

 

หมุนเข็มนาฬิกากลับไปเมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว คือเกือบทุกคนรู้แน่ๆ ล่ะว่าในอนาคตยังไง “ทองหล่อ” ก็คงเป็นทำเลที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และได้รับความนิยมมากกว่าทำเลอื่นในกรุงเทพฯ แต่จะมีสักกี่คนกันที่คาดเดาได้ถูกต้องว่าทำเล “ทองหล่อ” จะมาได้ไกลแบบไกลเหนือความคาดหมายขนาดนี้!!!

 

ทาง Livinginsider จึงไม่รอช้ารีบไปสืบค้นหาข้อเท็จจริงเพื่อรวบรวม 6 เหตุผลที่ทำให้ “ทองหล่อ” ณ ปี 2019 กลายเป็นทำเลที่ฮอตฮิตติดลมบนเหนือทำเลอื่นๆ ในประเทศไทยทั้งปวง

 

 

1. รถไฟฟ้าสายสีเขียว จอดหน้าทองหล่อ

หนึ่งในทำเลที่มีรถไฟฟ้ามาเกยถึงหน้าปากทางเข้าในชื่อ สถานีทองหล่อ ของ BTS สายสุขุมวิท (สีเขียว) ทำให้การเดินทางมาที่นี่เป็นเรื่องง่ายและไม่ลำบาก ขณะเดียวกันจะนั่งไปสถานที่ต่างๆ ในกรุงเทพก็ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็ถึงจุดหมาย 

 

อีกทั้งในอนาคตคาดว่าจะมี รถไฟฟ้าสายสีเทา เป็นแบบโมโนเรล ช่วงวัชรพล-ทองหล่อ จำนวน 15 สถานี โดยมี 4 สถานี ที่วิ่งเข้าสู่เส้นทองหล่อ คือ สถานีเพชรบุรี-ทองหล่อ จากท้ายซอย สู้สถานีแจ่มจันทร์ อยู่บริเวณรพ.คามิลเลี่ยน ต่อมา สถานีทองหล่อ10 และสุดท้ายที่ สถานีทองหล่อ โดยจะเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ แต่เชื่อเถอะว่าเมื่อสร้างเสร็จแล้ว “ทองหล่อ” จะยิ่งวิ่งแซงโซนอื่นๆ อีกเท่าตัว

 

2. ถนนกว้าง 6 เลน สัญจรสะดวก

แม้ว่าทองหล่อจะมีความยาวถนนไม่ถึง 3 กม. แต่กลับได้ถนนกว้างถึง 6 เลน จึงช่วยให้ซอยดูไม่คับแคบอึดอัด และทำให้การสัญจรผ่านไปมาได้อย่างสะดวกสบาย จะรถใหญ่รถเล็กหรือแม้แต่จักรยานก็รองรับได้เพียงพอ (แต่ก็ขับขี่ระมัดระวังกันนิดนึง) ไม่รวมฟุตบาทที่ไว้สำหรับใครอยากเดินแบบชิลๆ เพราะจากปากซอยไปซอย10 เราก็เดินมาแล้วนะขอบอก อีกทั้งยังเป็นทำเลที่สามารถทะลุซอกแซกออกไปได้หลายเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็น เอกมัย เพชรบุรี อโศก หรือแม้แต่สุขุมวิทอีกด้วย

 

3. ร้านญี่ปุ่นโดนใจ ใครๆก็ชอบ

บอกได้เลยว่าเป็นย่านที่มีของกินตลอดสองฝั่งทางตั้งแต่สตรีทฟู้ด ยันร้านอาหารหรูไปจนถึงร้านแฮงค์เอาท์ โดยเฉพาะร้านค้าและร้านอาหารญี่ปุ่น ที่มีให้เห็นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งตามถนนใหญ่และตามตรอกซอกซอย แต่เราจะเน้นร้านที่เพิ่งเปิดใหม่เมื่อไม่นานซึ่งมีตามนี้เลย

 

ศูนย์การค้า ดองกิ มอลล์ ทองหล่อ (DONKI Mall Thonglor) คนส่วนมากจะเรียกสั้นๆ แค่ร้านดองกิ ซึ่งก็เข้าใจได้เหมือนกัน โดยเปิดตัวเป็นสาขาแรกในไทยไปเดือนกุมภาเมื่อต้นปีที่ผ่านนี่เอง อยู่ในทองหล่อซอย10 หรือปากซอยเอกมัย5 มีทั้งหมด 5 ชั้น และทีเด็ดของที่นี่คือ การเปิด 24 ชั่วโมงทั้งวันทั้งคืน!

 

โดยรวบรวมความเป็นญี่ปุ่นเอาไว้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร ร้านขนม คาเฟ่ อาหารสดผลไม้ เครื่องดื่ม ร้านค้าทั้งเสื้อผ้า เครื่องสำอาง ของเล่น ร้านคาราโอเกะก็ยังมี รวมไปถึงร้านเกมส์ ร้านอุปกรณ์กีฬา และยังมีสถานที่ออกกำลังกายในร่มอีกต่างหาก รับรองว่าอยู่ในนี้ได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ

 

 

เลยจากดองกิมาหน่อยอยู่ซอยทองหล่อ13 อีกสถานที่หนึ่งสำหรับคนรักอาหารญี่ปุ่นอย่าง “นิฮอนมูระ มอลล์” (Nihonmura Mall) ซึ่งมีร้านให้เลือกเยอะมากใครชอบกินปลาดิบ เราว่าร้าน Sen-ryo อาหารสดรสชาติดีเลยนะแบบเป็นซูชิก็อร่อย หรือถ้าใครถนัดแนว izakaya ต้องร้าน Chikuzenya แนวนั่งดื่มพร้อมกับแกล้มในสไตล์ญี่ปุ่น เป็นเสียบไม้ปิ้งย่างแนะนำแบบเนื้อหมูอร่อยใช้ได้ ซาชิมิก็โอเค และยังมีร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นนำอีกเพียบที่น่าลิ้มลองไม่น้อย

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป และสถานที่ในร่ม

ขอบคุณภาพ : facebook nihonmuramall

 

ไม่ต้องขยับไปซอยไหนให้ไกลเพราะที่ๆ จะพูดถึงต่อไปนี้อยู่ติดกับนิฮอนมูระ มอลล์ นั่นก็คือ “ตลาดญี่ปุ่นทองหล่อ” (Thonglor Nihon Ichiba) อันนี้ได้กลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นที่ใกล้เคียงต้นฉบับที่สุด เป็นตลาดที่นำเข้าวัตถุดิบ ทั้งอาหารสด เนื้อโกเบ ปลาดิบ ปูขน ไข่หอยเม่น Uni ผักผลไม้ และอีกหลายสิ่งอย่างจากประเทศญี่ปุ่น มีสำหรับนั่งให้ทานที่ร้านหรือซื้อกลับบ้านก็ได้ โดยคนขายจะมีทั้งคนญี่ปุ่นและคนไทยคอยให้บริการ ซึ่งเค้ามีแบ่งเป็นเวลาสำหรับพ่อค้าและลูกค้าทั่วๆ ไปใครที่ยังไม่มีเวลาไปญี่ปุ่น แวะเที่ยวตรงนี้ก่อนก็ได้บรรยากาศไม่ต่างกันเท่าไหร่

ขอบคุณภาพ : ryoiireview

ในภาพอาจจะมี 1 คน, อาหาร

ขอบคุณภาพ : facebook Thonglor Nihon Ichiba 

 

4. แหล่งคอมมูนิตี้มอลล์ ตอบโจทย์ครบทุกไลฟ์สไตล์

เริ่มกันเลยกับ “72 Courtyard” คอมมูนิตี้มอลล์ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามทองหล่อซอย 15 โดดเด่นด้วยดีไซน์แปลกตา รูปร่างคล้ายกล่องสีดำโดยวัสดุทำมาจากเทอราซโซ ทำให้เกิดมิติที่ดูลึกลับน่าค้นหาว่าข้างในจะเป็นยังไง ซึ่งพอเข้าไปแล้วจะพบว่าบรรยากาศร่มรื่น มีต้นไม้น้อยใหญ่ล้อมรอบ ให้ความรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบาย พร้อมกับมีพื้นที่ส่วนกลางให้ผู้คนได้นั่งเล่นอีกด้วย และเพราะมีความเก๋แบบนี้ จึงทำให้ที่นี่มีความยูนีคไม่เหมือนใคร 

 

นอกจากนี้ “72 Courtyard” ยังได้รวบรวมร้านอาหาร และร้านแฮงค์เอาท์ชื่อดังต่างๆ ไว้ไม่น้อย เช่น Rocket X, Little Bao, Toro Bangkok, Beer Belly และ Evil Man Blues เป็นต้น ซึ่งแต่ละร้านก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างกันไป แอบกระซิบนิดนึงว่าส่วนใหญ่ร้านจะเปิดประมาณ 18.00 น. เป็นต้นไป จึงเหมาะมากในการนัดสังสรรค์รวมตัวกับเพื่อนฝูง

ขอบคุณภาพ : bkkmenu

 

เดินทางไปกันต่อที่ทองหล่อซอย 17 “The Commons” เป็นคอมมูนิตี้มอลล์เปิดกว้างสูง 4 ชั้น มีทั้งอินดอร์และเอาท์ดอร์ ออกแบบในสไตล์ลอฟท์  ที่ผสมผสานกับพื้นที่สีเขียวได้สวยงามลงตัว และยังส่งเสริมเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยนำวัสดุสิ่งของเหลือใช้มาสร้างสีสัน ก่อให้เกิดความคุ้มค่าขึ้นใหม่อีกครั้ง และที่สำคัญคือทุกพื้นที่สามารถใช้สอยได้จริง

ขอบคุณภาพ : thecommonsbkk

 

แวดล้อมไปด้วยร้านอาหารกว่า 10 ร้าน เช่น ร้านอาหารไทย ร้านอาหารเม็กซิกัน ร้านอาหารอิตาเลียน ร้านขนมไทย เป็นต้น แถมยังมีร้านจัดดอกไม้ขายต้นไม้ ไม่เพียงเท่านั้นที่นี่ยังมีในส่วนของ การจัดกิจกรรมเวิร์กชอปต่างๆ อย่างการทำอาหาร หรือเกี่ยวกับศิลปะ ดนตรี เพื่อให้ทุกคนได้มาทำกิจกรรมร่วมกัน

ในภาพอาจจะมี 1 คน

ขอบคุณภาพ : facebook thecommons

 

ทำให้เห็นเลยว่าคอมมูนิตี้มอลล์เปลี่ยนแปลงไปตามเทรนด์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละปี ซึ่งใครอยากหาที่แนวๆ โมเดิร์นๆ ไว้นั่งเล่นนั่งทำงานต้องมาจริงๆ เหนือสิ่งอื่นใดคือสามารถถ่ายรูปได้ทุกมุม เชื่อว่าสาวๆ เห็นแล้วน่าจะชอบเลยล่ะ นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่น่าสนใจสำหรับนัดพบปะสังสรรค์ 

 

5. International Hub โลเคชั่นหลักของเหล่าชาวต่างชาติ

เสน่ห์ของทองหล่อนอกจากเรื่องของการเดินทาง และสถานที่ท่องเที่ยวที่ครบครัน ยังเป็นย่านเศรษฐกิจที่มีออฟฟิศและสำนักงาน รวมถึงบริษัทชื่อดังทั้งของไทย และต่างประเทศรวมตัวอยู่ในทำเลนี้ไม่น้อย เรียกได้ว่าทองหล่อมีความเป็น International Hub อย่างสมบูรณ์แบบก็ว่าได้

 

คือมีความหลากหลายทั้งในเรื่องของไลฟ์สไตล์ แหล่งงาน ความเจริญรอบด้านและเทคโนโลยีที่ทันสมัย จึงนับเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญของประเทศไทย เพราะแบบนี้เลยทำให้ได้รับความนิยม ทั้งจากชาวไทยและชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น สิงค์โปร์ จีน เกาหลี อินเดีย ญี่ปุ่น อเมริกา และอีกหลายสัญชาติ ที่มารวมตัวกันอยู่ในทำเลทองหล่อ

 

6. ทองหล่อ พาอสังหาฯ มูลค่าขึ้นสูง 

ด้วยเหตุผลที่ผ่านมาทั้ง 5 ข้อ ทำให้อสังหาฯ อย่างคอนโด เป็นอีกเหตุผลสำคัญในการ ทำให้ “ทองหล่อ” มีมูลค่าทั้งคุณภาพและราคาสูงมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับพื้นที่บริเวณใกล้เคียงอย่างอโศก หรือพร้อมพงษ์ โดยมีการปรับราคาที่ดินขึ้น 15% จากปีที่แล้ว

 

ทำให้โครงการคอนโดที่เปิดขายใหม่ในปีที่ผ่านมา ต่างพากันขยับตัวปรับขึ้น 10% จึงไม่แปลกที่ตอนนี้ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรจะอยู่ที่ 250,000 บาท แน่นอนว่าราคานี้ส่งผลให้ อัตราค่าเช่าสูงตาม อย่างต่ำต้องมี 25,000 บาท สูงสุดคือ 45,000 บาท สำหรับ 1 ห้องนอน ซึ่งถ้าคิดแบบแบ่งย่อยละเอียดไปอีก ก็จะได้ค่าเช่าสูงสุดอยู่ที่ 1,000 บาท/ตร.ม./เดือน 

 

จึงส่งผลให้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา “ทองหล่อ” ได้ผลตอบแทนรวม (ทั้งค่าเช่าและรายได้จากการขาย) สูงสุดอยู่ที่ 66% คือเป็นโลเคชั่นที่แพงที่สุด เมื่อเทียบกับโซนสุขุมวิทตอนกลางอย่างอโศก พร้อมพงษ์ หรือเอกมัย และโซนอื่นๆ พูดง่ายๆ ว่าครองแชมป์ได้ที่ 1 เลยทีเดียว

 

อย่างไรก็ตามอยากให้ไฮไลท์ทำตัวหนาไว้ได้เลย เพราะเรามีของใหม่ใกล้แกะกล่องในย่านทองหล่อมานำเสนอ จะเป็นอะไรไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่โครงการ “Walden Thonglor 8” และ “Walden Thonglor 13” คอนโด Low Rise แบบ Freehold ซึ่งอยู่ภายใต้การร่วมมือของ บริษัท Habitat Group และ List Group เดี๋ยวมาลองดูคร่าวๆ ก่อนจะมีการเปิดตัวในไตรมาสที่ 3 นี้กันสักหน่อย ว่าคาแรคเตอร์ของทั้งสองโครงการจะเป็นยังไง

 

โครงการ “Walden Thonglor 8”

ตั้งอยู่ในทองหล่อซอย8 เป็นคอนโด Low Rise 8 ชั้น จำนวน 1 อาคาร มีห้องทั้งหมดแค่ 117 ยูนิต จอดรถได้ 71 คัน (รวมซ้อนคัน) ส่วนเรื่อง Facility จะอยู่ที่ชั้นใต้ดิน ได้แก่ Fitness และ Multipurpose room ชั้น 1 มีส่วนกลาง Lobby, Business Lounge, Outdoor recreation area with landscape และ Automatic parking

 

 

รวมถึงชั้นดาดฟ้า คือ Lap pool, Jacuzzi, Pool Terrace, Floating Walkway, Sunken Seat,Onzwn Hot Tub, Water Feature, Kids pool, Playground, Family Sharing Space Outdoor Pantry, Observation Deck, Floating Pool, Pavilion, Lawn, Edible Garden, Amphitheater, Step Planter Flower Garden, Shallow Pool, Feature Tree, Outdoor Shower, Party Area, Projector wall, Outdoor Exercise, Dry Fountain และ Changing Room 

 

สำหรับห้องของที่นี่ ได้พื้นถึงฝ้าสูง 2.6 เมตร โดยแบ่งออกเป็น 4 แบบ ได้แก่ 

 

1 ห้องนอน ขนาด 32 ตร.ม.

 

1 ห้องนอน พลัส ขนาด 40 – 47 ตร.ม.

 

2 ห้องนอน ขนาด 45 – 58 ตร.ม.

 

2 ห้องนอน ดีลักซ์ ขนาด 59 – 71 ตร.ม.

 

โครงการ “Walden Thonglor 13”

เขยิบไปอีกไม่ไกลเข้าทองหล่อซอย 13 โดยยังคงเป็น คอนโด Low Rise 8 ชั้น จำนวน 1 อาคาร เหมือนกัน มีจำนวนห้องเพียง 122 ยูนิต สามารถจอดรถได้ถึง 79 คัน (รวมซ้อนคัน) ขณะที่ส่วนกลางครบครันสุดๆ มีที่ชั้น 1 ดังนี้ Private Lobby, Gym, Automatic parking, Outdoor recreation area with landscape และ Fitness  

 

ต่อด้วยชั้นดาดฟ้า Lap Pool, Pool Terrace, Floating walkway, Water Feature Kids Pool, Jacuzzi, Onzen Hot Hub, Vertical Garden, Playground, Family seating, Party Area Seat, Climbing Wall, Tube Green Wall, Exercise Wall Bubble Foot Therapy, Shallow Pool, Feature Tree Outdoor Shower, Amphitheater, Water Cascade Pavilion, Pool Seat และ Barbeque

 

ห้องของโครงการนี้ขายแบบ Fully-Furnished โดยมี 3 แบบ คือ

 

1 ห้องนอน ขนาด 36 – 41 ตร.ม.

 

1 ห้องนอน พลัส ขนาด 44 – 48 ตร.ม.

 

2 ห้องนอน ขนาด 56 – 66 ตร.ม.

 

ทั้งสองโครงการแม้จะตั้งอยู่บนทำเลทองหล่อ ย่านที่ไม่เคยหลับใหล แต่สไตล์การตกแต่งและการออกแบบของโครงการ “Walden Thonglor 8” และ “Walden Thonglor 13” กลับมอบความเป็นส่วนตัวได้อย่างน่าแปลกใจ เพราะเพียงย่างก้าวเข้ามาจากความวุ่นวายเหนื่อยล้าที่เจอมาทั้งวัน จะรู้สึกเงียบสงบทันท่วงที อีกทั้งด้วยจำนวนยูนิตค่อนข้างน้อย จึงทำให้ลูกบ้านแต่ละห้องมีสเปซในการใช้ชีวิตของตัวเองได้แบบเต็มที่ ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของโครงการก็ว่าได้

 

ทำให้ไม่ว่าจะซื้อเพื่ออยู่เอง หรือซื้อเพื่อลงทุนปล่อยเช่า ซึ่งสามารถทำให้เราได้ทั้งลูกค้าคนไทยและชาวต่างชาติโดยเฉพาะคนญี่ปุ่น ก็ดูคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดทั้งสองแบบ 

 

พราะเชื่อเถอะว่านอกจากจะ ได้สัมผัสโลเคชั่นทองหล่อระดับ Luxury ห้สามารถเดินทางไปรอบเมืองได้ง่ายดาย มีออฟฟิศกระจายตัวอยู่รอบๆ อาหารการกินครบทุกสัญชาติ แหล่งท่องเที่ยวครบครันได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งแบบสังสรรค์กับเพื่อน นั่งชิลแบบคู่รัก หรือทำกิจกรรมร่วมกันแบบครอบครัวแล้ว ยังได้พบกับโครงการระดับ Hi-End มอบความเป็นส่วนตัวที่รับรองเลยว่าเกินคาดอย่างแน่นอน 

 

หากคุณต้องการใช้ชีวิตแบบเหนือระดับบนทองหล่อ การเลือกโครงการ “Walden Thonglor 8” และ “Walden Thonglor 13” คือที่สุดของการพักอาศัยอย่างแท้จริง และคุณจะได้รับประสบการณ์ที่ไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อน  รับสิทธิพิเศษอีกมากมายได้ในงานเปิดจองครั้งแรก VVIP DAY 26-27 ตุลาคมนี้ ณ สำนักงานขาย ทองหล่อซ.5 ลงทะเบียนได้ที่ >>> https://bit.ly/2kpA0m1


 

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

LivingStock Application