Review

Ramada by Wyndham Mira North Pattaya Developer by Habitat Group ห้ามพลาดโอกาส ที่สุดของการลงทุนกับโรงแรม 5 ดาว ที่คุณก็เจ้าของได้

Salaryman Estator 2019-06-20 11:16:02

 

ผมเชื่อว่านักลงทุนที่ชื่นชอบในการลงทุนปล่อยเช่าคอนโด เกือบทุกคนต้องเคยคิดอยากปล่อยเช่ารายวัน เพราะท่านอาจได้รับผลตอบแทนมากกว่าเดิม 3-5 เท่า แต่ก็ทำไม่ได้เพราะเราไม่ใช่โรงแรม ทั้งผิดกฏหมาย ทั้งบริหารจัดการยาก แต่ผมกำลังจะแนะนำให้คุณรู้จักกับ “Ramada by Wyndham Mira North Pattaya Developer by Habitat Group ” ที่จะทำให้เราทะลุทุกข้อจำกัดครับ 

 

ทำไมการลงทุนโรงแรมถึงน่าสนใจ? การปล่อยเช่ารายวันมีผลตอบแทนที่ดีกว่าปล่อยเช่ารายเดือนมากครับ คอนโดรายเดือนทั่วไป Yield ซัก 5% ก็ถือว่าดีมากแล้ว แต่ถ้าเป็นการปล่อยเช่ารายวันเราสามารถคาดหวังได้ถึง 8-10% หรือถ้าเป็นโรงแรม 5 ดาว ก็จะได้มากกว่านั้นอีกมาก

 

แต่ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ เราจะเอาคอนโดทั่วไปมาปล่อยเช่ารายวันได้นะครับ อันนั้นมันผิดกฏหมาย เพราะคอนโดเพื่อการอยู่อาศัยไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโรงแรม แถมการทำแบบนั้นยังเป็นการรบกวนเจ้าของร่วมรายอื่นอีกด้วย

 

ยิ่งไปกว่านั้น การบริหารจัดการห้องเช่ารายวันต้องถือเป็นอะไรที่ปวดหัวสุดๆ ถ้าคุณไม่ได้มีโครงสร้างการบริหารอย่างเป็นระบบ ใครที่เคยปล่อยเช่าคอนโดรายเดือนอาจจะบ่นว่าการจัดการยุ่งยากวุ่นวาย แต่ถ้าเป็นการบริหารห้องพักรายวันจะยุ่งเหยิงกว่านั้นอีกเป็น 10 เท่าครับ เพราะนอกจากจะต้องจัดเตรียมห้องพักสำหรับผู้เช่ารายใหม่อยู่ตลอดแล้ว เรายังต้องแข่งกับเวลา เมื่อผู้เช่ารายเก่าออกต้องทำห้องให้พร้อมสำหรับผู้เช่ารายใหม่แทบจะทันที

 

“ทำเป็นโรงแรมไปเลยดีที่สุด” สามารถได้ผลตอบแทนที่มั่นคง แถมยังเพิ่มกำไรได้จากการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ยังได้กำไรทางอ้อมจากราคาที่ดิน และตัวโรงแรมที่เพิ่มขึ้นทุกๆ ปีอีกด้วย ไม่แปลกเลยใช่ไหมล่ะครับที่เจ้าของโรงแรมจะรวยระดับพันล้านกันทุกคน

 

แต่ปัญหาของคนทั่วไปแบบเราคือ “อยากลงทุนโรงแรมแต่ไม่ได้มีทุนขนาดนั้นน่ะสิ” การสร้างโรงแรมแต่ละโครงการต้องใช้เงินจำนวนมาก ในระดับที่คนทั่วไปไม่อยากคิดถึงเลยทีเดียว แต่ถ้าคุณอยากลงทุนในโรงแรมอย่าเพิ่งหมดหวังครับ! Ramada by Wyndham Mira North Pattaya Developer by Habitat Group สร้างขึ้นมาเพื่อทลายข้อจำกัดนั้น 

 

Ramada by Wyndham Mira North Pattaya Developer by Habitat Group คือโครงการูป Hotel Condominium หรือการเอาโรงแรม 5 ดาว มาแบ่งขายเป็นห้อง เมื่อสร้างเสร็จแล้วจะมีมืออาชีพมาบริหารให้ และแบ่งผลตอบแทนกับนักลงทุน

 

โดยส่วนตัวผมชอบ Model นี้มากครับ เพราะเป็นการลงทุนแบบ win-win-win ทั้งนักลงทุน ทั้งเจ้าของโครงการ ทั้งคนที่มาเช่าโรงแรม แต่ไม่ใช่ว่าเราจะเลือกลงทุนในโครงการไหนก็ได้นะครับ ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การลงทุนรูปแบบนี้ประสบความสำเร็จมีอยู่ 2 อย่างก็คือ… 

 

“บริหารโรงแรมโดยมืออาชีพ” เท่านั้น

 

ย้ำเลยครับว่า เท่านั้น Developer ที่สร้างคอนโดขายจำนวนมากไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในการบริหารโรงแรมนะครับ งานบริหารโรงแรมแตกต่างจากการสร้างคอนโดเพื่อขายมาก มีรายละเอียดที่ต้องใส่ใจ มีระบบจัดการที่ต้องจัดการ มี Connection กับ Supplier ที่ต้องช่วยกันเพื่อให้การบริหารออกมาสมบูรณ์แบบบนต้นทุนที่ต่ำที่สุด  

People Sitting and Standing on Bar Table

 

“โรงแรมที่เราลงทุนต้องสร้างรายได้จากค่าเช่าได้จริง”

 

เรื่องนี้ก็สำคัญไม่แพ้ข้อแรกครับ ผมเห็นคอนโดการันตีค่าเช่า แต่หลายโครงการไม่ได้สร้างค่าเช่าได้จริง แบบนั้นอันตรายมาก เพราะมันกำลังหมายถึงเจ้าของโครงการต้องเพิ่มราคาขายเพื่อมาคืนให้เราทีหลัง หรือพูดง่ายๆ ก็คือ เงินที่เราได้กลับมาแต่ละเดือนไม่ใช่เงินค่าเช่า แต่เป็นเงินเราเองนั่นล่ะครับ! 

 

แน่นอนว่าไม่มีใครจ่ายเงินให้เราฟรีตลอดไป พอเค้าขายหมดทั้งโครงการแล้วไม่สามารถมีรายได้จริงจากค่าเช่ามาเพื่อจ่ายให้นักลงทุน พวกเค้าอาจคืนโครงการมาให้เราบริหารเอง(ลอยแพ) หรือไม่ก็เงียบหายไปเฉยๆ เลย 

 

ปัจจัยทั้ง 2 ข้อที่พูดถึง สำคัญมากๆๆๆ ในการลงทุนแบบ Hotel Condominium ถ้าโครงการไหนไม่มีคุณสมบัติครบทั้งสองข้อ ผมแนะนำให้หลีกเลี่ยงครับ

 

แน่นอนว่า Ramada by Wyndham Mira North Pattaya Developer by Habitat Group by Habitat Group มีคุณสมบัติครบตามที่ว่า เป็นหนึ่งในโครงการ Hotel Condominium ที่น่าลงทุนที่สุดในประเทศไทย สร้างโดย Habitat Group และบริหารงานโดย Wyndham Hotel Group ซึ่งเป็นมืออาชีพด้านการทำคอนโดเพื่อการลงทุน

 

แต่ก่อนที่จะไปรู้ถึงรายละเอียดต่างๆ ของโครงการนี้ เรามาทำความรู้จักกับผู้สร้างกันสักนิดดีกว่า Habitat Group ก่อตั้งโดยคุณเชน (ชนินทร์ วานิชวงศ์) มองเห็นถึงปัญหาเรื่องของผลิตภัณฑ์ ที่ไม่สามารถตอบโจทย์สายปล่อยเช่าได้แบบจริงๆ จึงได้มองเห็นช่องทางและริเริ่มพัฒนาอสังหา ที่ตอบโจทย์ตรงนี้ขึ้นมาเมื่อปี 2012 โดย พัฒนาอสังหาเพื่อการลงทุนอย่างแท้จริง ที่ไม่ได้แค่ขาย แต่ยังเตรียมทีมงานคุณภาพทั้งไทย และต่างชาติมารองรับการปล่อยเช่า ดูแลสมบัติของคุณในระยะยาวอีกด้วย

 

ซึ่งโครงการเหล่านี้ทาง HABITAT GROUP หลังจากขายห้องให้แก่ผู้ซื้อแล้ว ก็ทำการขอ lease กลับระยะยาวมาก โดยให้ผลตอบแทนตามที่ตกลงเป็นรายเดือน พร้อมให้สิทธิเข้าพัก 14 วัน/ปี แถมให้อีกด้วย ซึ่งถ้าอ้างอิงตามผลงานในอดีต โครงการที่แล้วเสร็จสามารถทำผลตอบแทนให้แก่ผู้ลงทุนประมาณ 5%/ปี อย่าง โครงการที่ 5 best western premiere collection BluPhere ให้ผลตอบแทน 7%/ปี (รับเงินทุกเดือนใน 5 ปีแรก หลังจากนั้นจะได้เงินปันผล 60% จากผลกำไรหลังหักค่าให้จ่าย ตามสัดส่วนพื้นที่ห้องพักที่ซื้อ)


หรือก็คือการออกแบบของ HABITAT GROUP ไม่ได้ออกแบบมาเป็นคอนโดแต่ ออกแบบเป็นโรงแรม มี faclity แบบโรงแรมครบ ใช้เชนต่างชาติชื่อดังมาบริหาร และหั่นซอยห้องพักเป็นโฉนดย่อยแบบคอนโด มาขายให้นักลงทุนอีกที จุดสำคัญจึงอยู่ที่ปีหลังจากหมดการันตีเงินปันผลนี่แหละ ว่าโรงแรม(คอนโด)จะทำกำไรได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งทาง HABITAT GROUP ค่อนข้างมั่นใจมากๆ ว่าจะเป็นไปในทิศทางที่ดี โดยอ้างอิงจากโครงการเก่าๆ ที่เปิดให้บริการอยู่ตอนนี้

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

กลับมาที่ตัวโครงการกันต่อ Ramada คือโรงแรมในเครือของ Wyndham Group มีบริการกว่า 65 ประเทศ 850 โครงการทั่วโลก อีกทั้ง Wyndham Group ยังเป็นเครือโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่มีโรงแรมกว่า 7,540 โครงการทั่วโลก นอกจากนี้ยังบริหาร 5 Star Service Apartment อยู่ในหลายประเทศอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นเบอร์ต้นของโลกด้านการบริหารโรงแรมเลยก็ว่าได้

 

โครงการ Ramada by Wyndham Mira North Pattaya  by Habitat Group ตั้งอยู่บนทำเลทองทางด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย อย่างพัทยาเหนือ ถ้าพูดถึงการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในพัทยา ต้องลงทุนบนทำเลที่เป็นเหมือนไข่แดงของพัทยาเท่านั้น 

 

นั่นก็คือพัทยากลางยาวมาถึงพัทยาเหนือและหาดวงศ์อมาตย์ เป็นศูนย์รวมของความเจริญและความต้องการอยู่อาศัย อีกทั้งที่ดินว่างยังมีจำกัดมากๆ แล้ว ในอนาคตยากที่คู่แข่งโครงการอื่นจะสร้างขึ้นมาแข่ง 

 

สามารถเดินไป Terminal 21, วงเวียนปลาโลมาไม่ไกล เลยไปหน่อยจะเจอชายหาดวงศ์อมาตย์ และ Central Marina พัทยากลาง

 

โครงการใหม่ส่วนใหญ่ในพัทยาจะไม่ได้อยู่บริเวณพัทยาเหนือ เพราะที่ดินผืนใหญ่พอเหลือน้อยมากแล้ว เพียง 18% ของโครงการใหม่ที่เกิดในบริเวณพัทยา และ 8% ในทำเลหาดวงศ์อมาตย์ 

 

ยิ่งปีหลังๆ มานี้โครงการใหม่เปิดเพิ่มน้อยลงมากๆ เพราะตลาดพัทยาค่อนข้างชลอตัว แต่นี่หละครับคือโอกาส! การลงทุนเป็น Cycle เสมอ โครงการใหม่เปิดน้อยขนาดนี้ จำนวนจำกัดสุดๆ ราคาขายและค่าเช่ามีแต่จะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต

 

EEC (Eastern Economic Corridor) เป็นโครงการที่เกิดขึ้นแล้ว และกำลังนำความเจริญมาให้พัทยาอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต ใครเดินทางไปพัทยาช่วงหลายปีมานี้จะเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ทั้งโครงสร้างพื้นฐานและแหล่งความเจริญจำนวนมาก ไม่ว่าจะสร้างเสร็จแล้วหรือกำลังสร้าง ที่กระจายไปทั่วทุกบริเวณ แม้แต่ถนน Motorway กรุงเทพ-พัทยา ก็ยังกว้างขึ้นมาก

 

แม้แต่ท่าเรือ Ferry ที่เชื่อมนักท่องเที่ยวจากบางปู และหัวหินมาที่พัทยา หลายคนอาจสงสัยว่าค่าเรือหลายร้อยจะมีคนนั่งรึเปล่า แต่ผมขอบอกเลยครับว่าสำหรับนักท่องเที่ยวเค้าไม่ได้มองแบบนั้น เงินหลักร้อยถึงพันบาทไม่ได้มีผลต่อการตัดสินใจของพวกเค้าเลย การเดินทางผ่าน Ferry นอกจากจะเร็วแล้วยังเป็นเหมือนประสบการณ์ใหม่อีกด้วย

 

สนามบินอู่ตะเภา การเดินทางทางอากาศ เป็นการเดินทางที่สำคัญของนักท่องเที่ยว ปัจจุบันสนามบินเปิดให้บริการ Flight จำนวนมากแล้ว เชื่อมต่อนักท่องเที่ยวจากทั้งประเทศจีน มาเลเซีย และภูเก็ต มายังพัทยา อีกทั้งกำลังอยู่ระหว่างขยายสนามบินจาก 3 ล้านเป็น 5 ล้านคนภายในปี 2563 นี้

 

รถไฟฟ้ารางคู่ อีกหนึ่งโครงสร้างพื้นฐานที่เข้ามาเสริมความเจริญ ให้กับจังหวัดชลบุรีและพัทยา ทั้งสายญี่ปุ่นและจีน เริ่มก่อสร้างแล้วนะครับ อีกไม่นานเราคงได้ใช้บริการกัน ซึ่งการเดินทางทั้งหมดที่ว่ามา จะทำให้ผู้คนสนใจสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้มากกว่าเดิม

 

สำหรับ ส่วนกลาง ก็บอกได้เลยว่าครบครันระดับโรงแรม 5 ดาว มีครบทั้ง Rock wave Lobby, Great Lawn, Lagoon Pool, Pool side Bar, Pavilion corner pool, Lounge

 

นอกจากนี้ยังมี Phythmical Restaurant, Kid Club และ Fitness Center ให้เลือกใช้กันตามใจชอบ

 

ทั้งโครงการ มีเพียง 339 ยูนิต ขายแบบ Freehold Full Furnished ทั้งหมดตกแต่งระดับโรงแรม 5 ดาว มีขนาดห้องให้เลือกตั้งแต่ 29 ถึง 55 ตารางเมตร โรงแรมเริ่มสร้างปีนี้และเสร็จพร้อมดำเนินการในปี 2022

 

โครงการตั้งอยู่บนทำเลทองของพัทยา แถมยังมาพร้อมกับ ความเจริญรอบทิศทางของ EEC ปริมาณนักท่องเที่ยวที่มาประเทศไทยก็มีแต่จะเพิ่มขึ้นทุกปี ไม่เคยลดหรือชะลอลงเลย คนไทยก็นิยมไปเที่ยวพัทยากันมากขึ้นในหลายปีมานี้ ส่วนกลางครบครัน ตกแต่งระดับโรงแรม 5 ดาวทั้งโครงการ แถม Wyndham Group ยังมีความเชี่ยวชาญ เป็น International Brand และมี Connection ทั่วโลกในการดึงลูกค้าเข้ามาพักอาศัย 

 

ด้วย Fact ทั้งหมดนี้ ผมเชื่อว่าเราคงไม่ต้องสงสัยแล้วว่า Ramada by Wyndham Mira North Pattaya Developer by Habitat Group จะสามารถสร้างรายได้จากค่าเช่าให้เราอย่างยั่งยืนในระยะยาวได้ไม๊ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและมั่นคงแน่นอน

 

ข้อเสนอการลงทุนน่าสนใจมาก ทันทีที่เซ็นสัญญาไม่ต้องรอโครงการสร้างเสร็จ โครงการให้ผลตอบแทน 4% ต่อปีทันที (ขึ้นเป็น 5% ถ้าจ่ายเงินเต็มจำนวนในวันเซ็นสัญญา) จนกว่าโครงการจะสร้างเสร็จและโรงแรมเริ่มดำเนินงาน

 

3 ปีแรกของการดำเนินงานของโรงแรม โครงการการันตีผลตอบแทนไว้ที่ 6% ต่อปี หลังจากนั้นตั้งแต่ ปีที่ 4 ไปจนปีที่ 30 จะเป็นระบบ Profit sharing โดยนักลงทุนจะได้ส่วนแบ่ง 70% ของกำไร ซึ่งผมคิดคร่าวโดยประเมินจากค่าห้องของโรงแรมและอัตราการเข้าพักแล้วคาดว่าน่าจะได้ผลตอบแทนไม่น้อยไปกว่า 7%

 

ผลตอบแทนทั้งหมดคำนวนค่าใช้จ่ายในการบริหารและการบำรุงรักษาอาคารไว้แล้ว ทำให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งสัญญาการบริหารโรงแรมเซ็นโดย Wyndham Group น่าเชื่อถือ และเป็นสัญญาเดียวยาว 30 ปี นักลงทุนไม่ต้องกังวลเรื่องการบริหารและการต่อสัญญาเลย

 

นอกจากผลตอบแทนจากการลงทุนโดยตรงแล้ว นักลงทุนจะได้สิทธิในการเข้าพักฟรีที่โครงการ 14 วันต่อปีอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ผลตอบแทนทางอ้อมที่จะลืมไม่ได้เลยก็คือ ราคาที่ดินและโรงแรมที่มีแต่จะเพิ่มขึ้นทุกปี ผมเชื่อว่า ในอีก 10 ปีข้างหน้าราคาจะขึ้นไปมากกว่าตอนนี้ไม่ต่ำกว่า 50%

 

โครงการมีศักยภาพ บริหารโดยโรงแรมระดับโลก ผลตอบแทนสูงรอบทิศทางขนาดนี้ น่าลงทุนมาก ราคาเริ่มต้นเพียง 3.9 ล้านบาท* โครงการเปิดจองแล้วตั้งแต่วันนี้ โดยจะมีงานเปิดโครงการรอบพิเศษ"VVIP DAY" ในวันที่ 20-21 กรกฎาคม 2562 จำนวนยูนิตไม่เยอะ ดังนั้นใครสนใจต้องรีบหน่อยแล้ว เดี๋ยวไม่ทันคนอื่นไม่รู้ด้วยนะ 

 

ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษก่อนใครได้แล้วตั้งแต่วันนี้ https://register.ramadapattaya.com/publisher สอบถามเพิ่มเติมที่โทร. 061-840-0006 (Bangkok Sales Gallery), 081-450-0002 (Pattaya Sales Gallery)

 

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่