Review
Sukhumvit, Asoke, Thonglor

FYNN อโศก หนึ่งเดียวในอโศก ที่ให้คุณได้แอบอิงธรรมชาติท่ามกลางสายน้ำ ในราคาที่คุ้มจริงๆ

taoboy 2019-04-19 16:07:57

 

"อโศก" คือ หนึ่งในย่านที่เรียกได้ว่า เป็นใจกลางมหานครอย่างแท้จริง เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันในแทบทุกตารางเมตร ทั้งห้างสรรพสินค้าชั้นนำ โรงพยาบาล โรงเรียน อาคารสำนักงานของบริษัทระดับประเทศรวมทั้งเป็นจุดเชื่อมต่อแนวรถไฟฟ้าถึง 2 สาย ฯลฯ และเป็นทำเลยอดฮิตที่ชาวต่างชาตินิยมเข้ามาท่องเที่ยว

 

แน่นอนว่าทำเลที่ครบเครื่องขนาดนี้ ย่อมมีผู้ประกอบการหลายเจ้าเห็นโอกาสและเข้ามาพัฒนาโครงการคอนโดมีเนียมกันเป็นจำนวนมาก โดยส่วนมากจะเป็นโครงการระดับ Luxury ติดถนนใหญ่ แน่นอนครับว่าราคาแพงหูฉี่แน่นอน ในปัจจุบันคอนโดใหม่ ที่ติดถนนใหญ่ในย่านอโศก ราคาเริ่มต้นแทบจะพุ่งไปถึง 10 ล้านกันแล้ว

 

แต่ใครจะคิดว่า ในทำเลใจกลางมหานครแห่งนี้จะมีโครงการนึง ซ่อนอยู่ใจกลางธรรมชาติท่ามกลางสายน้ำไหลผ่าน ที่สำคัญคือ ราคาที่ถูกกว่า โครงการใหม่ๆย่านนี้ถึงครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว

 

ตอบ Insight ในใจของคนเมืองยุคใหม่ที่โหยหาธรรมชาติใจกลางเมืองได้อย่างไม่ต้องปฏิเสธ แถมมาในราคาที่คุณจะต้องสงสัยว่า "ราคานี้ ในทำเลนี้มีอยู่จริงเหรอ ?" 

 

 

FYNN อโศก

หนึ่งเดียวในอโศก 

"ที่ให้คุณได้แอบอิงธรรมชาติท่ามกลางสายน้ำ"

รูปแบบโครงการเป็นอาคาร Low Rise สูง 8 ชั้น จำนวน 263 ยูนิต แบ่งออกเป็น 2 อาคาร จอดรถได้ 125 คัน คิดเป็น 47% โดยเป็นที่จอดแบบ Auto Parking จำนวน 64 คัน

 

FYNN อโศก เป็นโครงการที่ช่วยเติมเต็มพื้นที่ธรรมชาติที่คนเมืองอย่างเราๆ โหยหามาตลอดเสมือนเป็นที่พักตากอากาศบนสุดยอดทำเลใจกลางเมืองอย่าง อโศก ซึ่งผมบอกเลยว่านี่อาจเป็นพื้นที่ธรรมชาติแห่งสุดท้ายในย่านอโศกที่คุณต้องรีบคว้าไว้ เพราะห่างจากส่วนเบญจกิติเพียง 200 เมตรเท่านั้น 

 

สำหรับโลเคชั่น FYNN Asoke ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 10 ซึ่งเป็นซอยที่สามารถเชื่อมต่อกับถนนพระราม4 ถนนรัชดาภิเษก ถนนเลียบด่วนฯ ทางด่วนช่วงเพลินจิตใต้ ในวันธรรมดาช่วงชั่วโมงเร่งด่วน และ จุดเด่นคือเป็นซอยเดียวที่สามารถเดินทะลุไปยังสวนเบญจกิติในระยะเพียงแค่ 200 เมตรเท่านั้น ส่วนอีกด้านก็อยู่ห่างจากจุด Interchange ระหว่างสถานีรถไฟฟ้า BTS อโศกกับ MRT สุขุมวิท เพียง 550 เมตร และห่างจากสถานี BTS นานาเพียง 600 เมตร สามารถนั่งรถไฟ MRT ต่อไปเพียง 1 สถานีก็ถึงสถานีเพชรบุรีเพื่อเชื่อมต่อไปยังรถไฟฟ้า Airport Rail Link ได้สบายๆ รวมถึงตัวโครงการมี Shuttle Service ไว้บริการรับ - ส่งถึงหน้าปากซอยอีกด้วย สะดวกจริงๆ ครับ

บรรยากาศภายในซอยจะค่อนข้างสงบมีความเป็นส่วนตัวอยู่พอสมควร แต่ก็จะมีร้านอาหารมากมายตั้งอยู่ช่วงปากซอยตลอดแนวรถไฟฟ้า อีกทั้งยังสามารถข้ามฝั่งไปห้างสรรพสินค้าอย่าง Terminal 21 ได้สบายๆ หรือสามารถใช้บริการรถไฟฟ้า BTS นั่งต่อไปที่สถานีเพลินจิตก็จะถึงห้างหรูอย่าง Central Embassy 

 

หรือสามารถนั่งไปยังสถานีพร้อมพงษ์ก็จะถึงห้างสรรพสินค้า The Emporium , Emquartier โดยใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที เรียกได้ว่าหมดห่วงเรื่องการเดินทางไปเลย

 

พร้อมยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อยู่รอบๆ ไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ - ตึกสำนักงาน Exchange Tower ศูนย์ประชุมเเห่งชาติสิริกิติ์ รวมทั้งโครงการ Mixed Use ใหม่ๆ อย่าง The Parq และ One Bangkok ตอกย้ำความสมบูรณ์แบบของทำเลแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี ครบทุกสิ่งอำนวยความสะดวกได้ทุกรูปแบบการใช้ชีวิตจริงๆ ครับ

 

โลเคชั่นว่าสุดแล้ว แต่มาดูโครงการคุณจะฟินกว่าเยอะ ตัวโครงการออกแบบในสไตล์ Modern Tropical ที่อิงกับธรรมชาติในแทบทุกตารางเมตร โดยเน้นการออกแบบรูปทรงตึกให้มีความโค้งมน ดูพริ้วไหวโดยได้แรงบันดาลใจมาจากสายน้ำ ซึ่งสร้างล้อมรอบต้นจามจุรีอายุกว่า 60 ปี ความสูงเทียบเท่ากับตึก 8 ชั้นตั้งอยู่บริเวณกลางโครงการ นี่ถือเป็นไฮไลท์สำคัญในการออกแบบที่สะท้อนแนวคิด "การอยู่ร่วมกับธรรมชาติ" ได้เป็นอย่างดี

)

 

แน่นอนว่าส่วนกลางจะออกแบบให้มีธรรมชาติแทรกอยู่ในทุกๆ ตารางเมตร แถมสิ่งอำนวยความสะดวกจัดเต็มกว่า 40 รายการเรียกได้ว่าเทียบเท่ากับโครงการ High Rise หลายแห่งในละแวกนี้ได้เลยทีเดียวโดยการตกแต่งจะใช้ลายหินอ่อนแซมด้วยต้นไม้เขียวขจีในทุกๆ จุด ดูร่มรื่นตั้งแต่ทางเข้าเลยล่ะครับ

 

ต่อมาส่วนของ Lobby อาคาร A ออกแบบเป็น Double Volume โดยมีฝ้าเพดานสูง 5 เมตร ออกแบบโดยการเน้นใช้สีเอิร์ธโทนล้อไปกับลายไม้ ตัดขอบด้วยสีทองให้อารมณ์เรียบหรูแต่กลมกลืนไปกับธรรมชาติด้วยการเล่นเชฟโค้งมนเข้ากับตัวอาคาร ส่วนนี้สามารถเชื่อมต่อไปยัง Co-Working Space ได้ด้วย

 

ส่วน Co-Working Space สามารถมานั่งทำงานในวันสบายๆ พร้อมเทควิวต้นจามจุรียักษ์ และสระว่ายน้ำ

 

ส่วน Lobby อาคาร B ออกแบบเป็น Double Volume เช่นเดียวกัน ในส่วนนี้สามารถเดินทะลุไปยังห้องฟิตเนสชั้นใต้ดินได้

 

มาถึงในส่วน Fitness Lounge ขนาด 200 ตร.ม. โดยแบ่งเป็นส่วนห้องโยคะ , Bike Simulator และ Sport Bar สำหรับนั่งพักผ่อน แถมยังจัดเต็มด้วยเครื่องเล่นเกรดเอภายใต้แบรนด์ Technogym และ Life Fitness เทียบเท่าโครงการลักชัวรี่ที่ผสมผสานเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการออกกำลังกาย ส่วนห้องน้ำแยกชาย หญิง ในส่วนห้องน้ำชายจะมีห้องซาวน่า และห้องน้ำหญิงจะมีห้องสตรีม โดยทางโครงการอาจมีการปรับเปลี่ยนให้ใช้สลับกันในแต่ละเดือนครับ

 

สระว่ายน้ำอยู่บริเวณกึ่งกลางระหว่างอาคาร A และ อาคาร B โดยการออกแบบสระว่ายน้ำจะเน้น Landscape ที่ใหญ่พร้อมระบบน้ำเกลือในตัว รวมถึงเป็นขนาด Half Olympic Size ยาว 25 เมตร ที่สามารถออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่ และมีการแบ่งโซนสระเด็กโดยการไล่ระดับลงพร้อมถ้ำน้ำตกสำหรับเด็กๆ ส่วนทีเด็ดอยู่ที่การตกแต่งพื้นสระว่ายน้ำเป็นลายรากไม้ขนาดใหญ่ที่เวลากลางคืนจะสะท้อนแสงเชื่อมกับต้นจามจุรียักษ์ได้สวยงามเลยทีเดียว

 

และยังมีส่วนห้อง Pool Access ที่ชั้น 1 ที่ส่วนระเบียงห้องจะติดกับสระเลย ออกระเบียงมาโดดว่ายน้ำได้เลยครับ ซึ่งแน่นอนครับ บอกได้เลยว่า ห้องแบบนี้ แย่งกันซื้อแน่ๆ

 

อีกหนึ่งจุดเด่นที่สุดของโครงการคือต้นจามจุรียักษ์ อายุกว่า 60 ปีสะท้อนแนวคิดการอยู่ร่วมกับธรรมชาติใจกลางเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบจริงๆ ครับ ซึ่งบริเวณใต้ต้นไม้จะมีพื้นที่ไว้สำหรับนั่งเล่น พักผ่อน เรียกได้ว่าร่มรื่นมากๆ  รวมถึงยังมีบันไดเดินลงเพื่อเชื่อมไปยังสระว่ายน้ำเด็ก และ Fitness Lounge ได้เลย

 

นอกจากนี้พื้นที่ส่วนที่ดาดฟ้ายังถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติในพื้นที่ถึง 1,000 ตร.ม. มีต้นไม้ล้อมรอบทั่วอาคารร่มรื่นสุดๆ และมีทั้งจุดนั่งพักผ่อน ชมสวน ระเบียงชมพระอาทิตย์ตก สนามเด็กเล่น และ Co-kitchen ที่มาพร้อมกับ BBQ Station พร้อมเก้าอี้พักผ่อนสำหรับครอบครัว อีกทั้งยังมีทางเชื่อมระหว่างอาคาร A และ B สามารถเดินเชื่อมกันได้ครับ เรียกได้ว่าออกแบบพื้นที่ทั้งหมดให้ลูกบ้านได้ใช้กันอย่างเต็มที่

 

มาดูในส่วนของห้องพักอาศัยกันบ้าง จะมีอยู่ทั้งหมด 4 แบบด้วยกัน แต่วันนี้เราจะพามาดูตัวอย่างห้อง 2 ยูนิตคือขนาด 1 Bedroom+ ขนาด 40 ตร.ม. และ 2 Bedroom 53 ตร.ม. พร้อมระบบ Home Automation System สั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่านสมาร์ทโฟนได้ง่ายๆ

 

 

เริ่มจากห้อง 1 Bedroom+ ขนาด 40 ตร.ม. จะอยู่ที่อาคาร A โดยทางโครงการได้ออกแบบมาด้วยการแบ่งพื้นที่โซนห้องต่างๆ อย่างชัดเจนและเพิ่มพื้นที่ห้องอเนกประสงค์สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องทำงานได้ โดยความสูงในส่วนของห้องนอนและ Living มีความสูง 2.6 เมตร พร้อม Digital Doorlock และเครื่องปรับอากาศแบบ Concealed type หรือฝังฝ้าเพิ่มความ luxury 

 

เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอกับส่วนครัวอยู่ฝั่งขวามือ ส่วนฝั่งซ้ายเป็นโซฟานั่งขนาดย่อมเพื่อคุณผู้หญิงใช้นั่งใส่รองเท้า พร้อมมีลิ้นชักเก็บรองเท้าในตัว

 

ชุดครัวให้ท็อปหินสังเคราะห์ลายหินอ่อนดูเรียบหรู รวมถึงหน้าบานใช้วัสดุ Gross Laminate พร้อมเตาไฟฟ้า 2 หัวของ Gorenje รุ่น Stark Series และเครื่องดูดควันให้พร้อมช่องวางไมโครเวฟ โดยพื้นที่ความกว้างเหมาะกับทำอาหารมื้อเบาๆ ได้สบาย และมีพื้นที่ให้วางตู้เย็นขนาด 2 ประตูได้พอดี

 

ถัดมาในฝั่งซ้ายมือจะเป็นส่วนห้องน้ำที่มีพื้นที่ใช้สอยพอสมควรและแบ่งสัดส่วนชัดเจน รวมถึงการตกแต่งด้วยลายหินอ่อนทั้งพื้นและผนัง เพื่อทำให้กลมกลืนกับธรรมชาติรวมถึงได้กลิ่นอายลักชัวรี่สุดๆ 

 

มีการแยกโซนเปียกด้วยห้องอาบน้ำแบบ Shower อยู่ด้านขวาพร้อมสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ในห้องน้ำแบรนด์ American Standard และ Kohler

 

ให้อ่างอาบน้ำด้วย แบบนี้หาคนเช่าที่เป็นชาวญี่ปุ่นได้สบายเลย

 

ส่วนนั่งเล่นที่ปูพื้นด้วย Hybrid Engineering wood ลายไม้ซึ่งจุดเด่นก็คือสามารถทำความสะอาดได้ง่าย ทนทาน ไม่ซึมน้ำและแข็งแรงกว่า ส่วนนั่งเล่นมีพื้นที่ให้สามารถวางโต๊ะอาหารขนาด 2 ที่นั่งได้สบายๆ

 

และถัดมาสามารถวางโซฟาขนาด 2-3 ที่นั่งและยังเหลือพื้นที่ให้วางโต๊ะกลางรวมถึงมีพื้นที่ให้เดินได้อย่างไม่อึดอัด โดยระยะห่างจากทีวีอยู่ประมาณ 2.5 เมตร มีพื้นที่กว้างขวางมากพอให้คุณได้พักผ่อน

 

ส่วนห้องนอนสามารถวางเตียงขนาด King size ได้รวมถึงยังเหลือพื้นที่ให้เดินรอบเตียงได้สบายๆ

 

รวมถึงยังมีพื้นที่ให้วางโต๊ะเครื่องแป้งสำหรับคุณผู้หญิงอีกด้วย

 

พร้อมกระจกขนาดเต็มบานเทควิวภายนอกได้ชิวๆ และมีผ้าม่านทึบให้ด้วย

 

ทีเด็ดของส่วนห้องนอนนี้คือมีส่วน Walk in closet มีบิวท์อินตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ติดผนังอยู่ทั้ง 2 ข้าง อีกทั้งยังสามารถเดินทะลุไปยังส่วนห้องน้ำได้อีกด้วย เรียกได้ว่าตอบโจทย์คุณผู้หญิงเสื้อผ้าเยอะจริงๆ

 

ส่วนต่อมาคือระเบียงจะอยู่ติดกับห้องนอน โดยส่วนระเบียงไม่ค่อยมีพื้นที่มากนักแต่ยังสามารถใช้ตากผ้าได้ และมีการแบ่งโซนระเบียงด้วยประตูระแนงสามารถวางเครื่องซักผ้าได้ และแขวนคอมเพรสเซอร์แอร์ 

 

ต้นไม้ยักษ์นี้แหละครับทีเด็ดทีโครงการนี้จะเก็บไว้ให้ลูกบ้านได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติกัน หายากมากนะครับ ต้นไม้ใหญ่ขนาดนี้ใจกลางเมือง

 

ส่วนสุดท้ายคือห้องอเนกประสงค์ อยู่ต่อจากห้องนั่งเล่นโดยทางโครงการได้ทำเป็นห้องทำงาน หรือใครอยากปรับเปลี่ยนเป็นห้องนอนรองก็ได้ครับเพราะทางโครงการเตรียมตู้ Built-in ที่สามารถเป็นได้ทั้งตู้เก็บของหรือตู้เสื้อผ้า สามารถวางเตียงเดี่ยวได้พอดี รวมถึงยังมีหน้าต่างบานใหญ่ให้เทควิวเช่นเคย สรุปว่าเป็นห้อง 1 Bedroom+ ที่เพิ่มขนาดพื้นที่ใช้สอยไว้รองรับกับไลฟ์สไตล์คุณผู้หญิง คู่รักและกระทั่งครอบครัวเล็กได้เป็นอย่างดีครับ

 

ต่อมาเป็นห้อง 2 Bedroom ขนาด 53 ตร.ม. ด้วยความเป็นห้องหน้ากว้างจึงมีพื้นที่ใช้สอยกว้างมากขึ้นในทุกๆ ส่วนของห้อง ทีเด็ดอยู่ที่เป็นห้องมุมสามารถเทควิวภายนอกได้แทบทุกส่วนของห้อง เหมาะกับอาศัยเป็นครอบครัว 3 คนกำลังดีครับ

เปิดเข้ามาจะพบกับส่วนครัวที่มีขนาดกว้างขวางพอสมควรอยู่ฝั่งซ้ายมือ พร้อมชุดเคาน์เตอร์ครัวที่สามารถประกอบอาหารมื้อเบาๆ ไปจนถึงมื้อไม่หนักมากได้ครับ

 

โดยครัววัสดุเป็นท็อปหินสังเคราะห์ บิวท์อินหน้าบานเป็น Gross Laminate พร้อมเตาไฟฟ้า 4 หัวของ Gorenje รุ่น Stark Series และเครื่องดูดควันรวมถึงมีช่องวางไมโครเวฟ และพื้นที่ให้วางตู้เย็นขนาด 2 ประตูได้สบายๆ

 

ในส่วน Living ปูพื้นด้วย Hybrid Engineering wood เหมือนกับห้อง 1 Bed+ แต่ส่วนนี้จะเพิ่มพื้นที่ส่วนห้องนั่งเล่นให้มากยิ่งขึ้นสามารถวางโต๊ะอาหารขนาด 4 ที่นั่งพร้อมพื้นที่วางบิวท์อินชั้นวางของขนาดใหญ่ได้สบายๆ 

 

 ซึ่งทีเด็ดของห้องนี้ก็คือมีกระจกเต็มบานโค้งเว้า พักผ่อนพร้อมเทควิวภายนอกได้อย่างจุใจ

 

มีพื้นที่ให้วางโซฟาขนาด 3 คนพร้อมพื้นที่ให้วางโต๊ะกลาง ชั้นวางทีวี และยังเหลือพื้นที่ใช้สอยอีกเพียบ

 

ระเบียงขนาดกระทัดรัด พอมีพื้นที่ใช้ตากผ้าได้ และมีประตูระแนงด้านขวาเพื่อแขวนคอมเพรสเซอร์แอร์และวางเครื่องซักผ้าได้สบายๆ เหมือนกับห้อง 1Bed+ ครับ


ต่อมาคือห้องนอนหลัก โดยห้องนอนหลักมีขนาดค่อนข้างกว้างเลยทีเดียวครับ มีพื้นที่ให้วางเตียง King Size ได้สบายๆ และยังมีพื้นที่ให้เดินรอบเตียงได้อย่างไม่อึดอัด มีพื้นที่ให้วางโต๊ะเครื่องแป้งแถมยังเหลือพื้นที่ใช้สอยอีกเพียบ

 

และยังมีกระจกเต็มบานให้เทควิวภายนอกได้แบบเต็มตา

 

ส่วนอีกด้านจะเป็นบิวท์อินตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-in Closet 2 ฝั่ง สามารถเดินทะลุไปยังห้องน้ำได้เลย

 

ในส่วนห้องน้ำจะใช้สุขภัณฑ์แบรนด์ Kohler และ American Standard เหมือนกับห้อง 1Bed+ แต่จะเพิ่มพื้นที่ให้กว้างขึ้นเล็กน้อยและตกแต่งด้วยลายหินอ่อนเพิ่มความลักชัวรี่ ในส่วนห้องน้ำนี้มีการแยกส่วนแห้งและเปียกได้อย่างลงตัว และยังมีอ่างอาบน้ำให้อีกเช่นเคย


ส่วนของห้องน้ำกลาง ซึ่งใช้เป็นห้องน้ำรับแขกด้วย ขนาดกว้างกำลังดีครับ ใช้สุขภัณฑ์แบรนด์ Kohler และ Ameracan Standard เช่นเคย มีการแบ่งโซนแห้งและเปียกอย่างชัดเจน ซึ่งในห้องน้ำนี้จะมีแค่ส่วน Rain Shower อย่างเดียวครับ โดยการตกแต่งจะใช้บิวท์อินชั้นเก้บของติดผนังและมีกระจกในตัว เพิ่มมิติให้ห้องน้ำดูกว้างขึ้นครับ

 

ส่วนต่อมาคือห้องนอนเล็ก โดยห้องนอนเล็กจะมีขนาดค่อนข้างกระทัดรัดแต่ยังมีพื้นที่พอสำหรับวางบิวท์อินตู้เสื้อผ้า โต๊ะข้างเตียง และเตียงเล็กได้พอดี

 

พร้อมติดตั้งกระจกบานใหญ่บริเวณปลายเตียง ให้เรานอนพักผ่อนไป เทควิวไป 

 

ทุกยูนิตมาพร้อมกับระบบ Home Automation System สั่งการระบบเครื่องปรับอากาศและไฟส่องสว่างผ่านสมาร์ทโฟนเพียงแค่ปลายนิ้วและยังให้ Fully-Furnished แถมยังจัดเต็มด้วยส่วนกลางระดับพรีเมียม บอกเลยครับว่าคุ้ม

 

แถมกับอีกห้องทีเด็ดที่ไม่อยากให้พลาดคือ 1 ห้องนอน ขนาด 32 ตร.ม.  บอกเลยครับว่าห้องนี้เป็นยูนิตที่แบ่งสัดส่วนได้ลงตัวมากๆ เหมาะกับอยู่อาศัย 2 ครับ จัดเต็มด้านพื้นที่ใช้สอยที่ค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว เป็นอีกหนึ่งแปลนห้องที่น่าสนใจมากๆ ครับ

 

ส่วนในห้องเน้นการตกแต่งด้วยพื้น Hybrid Engineering wood เช่นเคย แต่ที่ผมชอบก็คือพร้อมติดตั้งกระจกขนาดใหญ่เต็มบานช่วยเพิ่มความโปร่ง โล่ง พร้อมเทควิวพื้นที่สีเขียวภายนอกได้จุใจผ่านห้องนั่งเล่นได้เลย นี่เป็นแค่น้ำจิ้มเท่านั้น บอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งยูนิตที่น่าสนใจมากๆ ครับ แถมมาในราคาเริ่มต้นเพียง 5.5 ล้านบาท* เท่านั้น สำหรับยูนิตนี้เหมาะทั้งอยู่เองและลงทุน เพราะเน้นราคาที่มาพร้อมชุดเฟอร์นิเจอร์และม่าน โดยสามารถรับ yield ได้ถึง 5% เมื่อเทียบกับค่าเช่าคอนโดใหม่ในบริเวณใกล้เคียง

 

<โครงการนี้ทำไมห้ามพลาด>

 

นับว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ตอบสนอง Insight ในใจของคนเมืองได้เต็มๆ ครับ นอกจากจะซื้อไว้เพื่ออยู่อาศัยเองที่นี่ก็ตอบโจทย์ครบครันสุดๆ แล้ว การซื้อเพื่อลงทุนในระยะยาวให้กับชาวต่างชาติบอกเลยว่าหายห่วง

 

แน่นอนว่าทำเลสุดขนาดนี้แถมยังอยู่ติดพื้นที่สีเขียวใจกลางเมืองที่หาไม่ได้ง่ายๆ แล้วในกรุงเทพฯ บอกเลยครับว่านี่อาจเป็นโครงการสุดท้ายที่อยู่ใกล้ชิดกับพื้นที่ธรรมชาติอย่างสวนเบญจกิติ พร้อมความเป็นส่วนตัว แถมยังอยู่ใน Prime Area จัดเต็มด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและการเดินทาง ต้องรีบคว้าไว้จริงๆ ครับ

 

ราคาเริ่มต้นเพียง 4.7 ล้านบาท* หาไม่ได้อีกแล้วสำหรับโครงการจัดเต็มบนสุดยอดทำเลแบบนี้ แอบกระซิบว่า Grand Opening วันที่ 27-28 เมษายน 2562 พร้อมส่วนลดสูงสุดถึง 200,000 บาท* โปรโมชั่นและกิจกรรมอีกมากมาย พลาดแล้วจะเสียใจครับ

 

ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษมากมายได้ทาง 

Website : http://bit.ly/2Oji3jt

หรือโทร : 092-201-9999 

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

LivingStock Application