Review
Kasetsart, Ratchayothin

Mazarine รัชโยธิน - ชีวิต Exclusive ใจกลางทำเลที่เชื่อมต่อได้ทุกไลฟ์สไตล์

LifeScape 2019-03-06 13:34:35

 

รัชโยธินยังคงเป็นศูนย์กลาง เพื่อการอยู่อาศัยทั้งบ้านในแนวราบและแนวสูง เป็นย่านที่มีไว้เพื่อการใช้ชีวิตทุกรูปแบบ ซึ่งย่านนี้มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา จึงไม่แปลกที่ “รัชโยธิน” เป็นอีกหนึ่งทำเลที่เติมเต็มความสมดุลการใช้ชีวิตได้ทุกรูปแบบ แต่สมดุลชีวิตอย่างเดียวที่คนในย่านนี้ต้องเสียไปก็คือปัญหารถติด แต่ปัญหานี้กำลังจะถูกแก้ไขด้วย โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต

 

ปัจจุบัน “รัชโยธิน” เป็นทำเลที่เนื้อหอมมากเพราะมีโครงการคอนโดมิเนียมทั้ง High Rise และ Low Rise เปิดตัวกันอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นริมถนนใหญ่หรือตามตรอกซอกซอย ซึ่งหนึ่งในโครงการที่น่าจับตามองอย่างยิ่งคือ...

 

 Mazarine รัชโยธิน โครงการคอนโดมิเนียม Flagship เกรดพรีเมี่ยมแห่งปี จาก Grand Unity ที่ชูจุดขาย “FOR YOUR EXTRAORDINARY REASONS” พบดีเทลการใช้ชีวิต สำหรับเหตุผลที่ไม่ธรรมดา

 

 

Mazarine รัชโยธิน เป็นคอนโดมิเนียมสูง 37 ชั้น ติดถนนพหลโยธิน จุดเด่นของทำเลโครงการนี้คือ โครงการตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเมเจอร์รัชโยธิน และยังแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น ใกล้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โรงพยาบาลเปาโล โรงพยายบาลวิภาวดี เซ็นทรัลลาดพร้าว

 

ที่ไฮไลท์โดดเด่นคือ โครงการอยู่ติด BTS รัชโยธิน (สายสีเขียว) ในระยะ 0 เมตร เรียกได้ว่า สะดวกสบายสุดๆ ไม่ต้องเสียเวลาเดิน เวลาต่อรถให้วุ่นวาย ซึ่งกำหนดการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย มีกำหนดการเปิดปี 2563 ซึ่งเสร็จในช่วงเวลาเดียวกับที่โครงการสร้างเสร็จ 

 

 

ภาพด้านล่าง ถ่ายจากบริเวณหน้าโครงการ จะเห็นว่าติดกับทางขึ้นรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวส่วนต่อขยายสถานีรัชโยธินเลย

 

ถ้าถามว่าแล้วรถไฟฟ้าสีเขียวดียังไง ตอบได้เลยว่าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย เป็นรถไฟฟ้า BTS ขบวนเดียว ที่นั่งยาวจากหมอชิตไปสถานีสยาม ซึ่งจากสยามวิ่งต่อไปรถไฟฟ้าสายสีลม เพื่อต่อไปสีลม-สาทร ย่าน CBD ของกรุงเทพฯ หรือจะนั่งต่อสายสุขุมวิทเพื่อไปสุขุมวิท อ่อนนุช บางนา พระโขนง ยาวไปถึงสำโรง สมุทรปราการ 

 

ทำให้เห็นได้ชัดเลยว่ารถไฟฟ้าสายสีเขียว เป็นสายรถไฟฟ้าที่สำคัญที่สุด เพราะสายเดียวสามารถวิ่งไปได้รอบเมือง อีกทั้งยังสามารถนั่งย้อนขึ้นไปด้านบน เพื่อวิ่งไปม.เกษตร หรือกรมป่าไม้ และวิ่งยาวไปถึงสะพานใหม่ คูคต รวมถึงในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองอีกด้วย

 

นอกจากนี้ยัง สะดวกสบายด้วยการเดินทางโดยรถยนต์ เนื่องจากที่ตั้งโครงการตั้งอยู่ใกล้กับแยกที่ถนนสายสำคัญตัดกัน 2 สาย คือ ถนนพหลโยธินกับถนนรัชดาภิเษก ทำให้การเดินทางโดยรถยนต์ก็ทำได้สะดวกสบาย ที่ตั้งโครงการอยู่บริเวณปากซอยพหลโยธิน 30 ที่สามารถใช้เส้นนี้วิ่งลัดเลาะออกไปซอยเสนานิคม ลัดออกเส้น ลาดพร้าว-วังหิน หรือออกไปเกษตรนวมินทร์ หรือเลียบด่วนรามอินทราได้ไม่ยาก 

 

ไม่เพียงเท่านั้น เพราะการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ยังสามารถลัดเลาะไปบนถนนสำคัญหลายสาย ที่ล้อมรอบอยู่มากมาย เช่น ห่างจากแยกรัชดาภิเษกประมาณ 220 เมตร ห่างจากถนนตัดใหม่ วิภาวดี-พหลประมาณ 900 เมตร, ห่างจากถนนวิภาวดี-รังสิตประมาณ 1.45 กม., ห่างจากถนนลาดพร้าวประมาณ 1.95 กม. 

 

ถนนพหลโยธิน ถ้าวิ่งไปทางฝั่งเหนือก็จะเจอสี่แยกเกษตร ที่ตัดกับถนนงามวงศ์วาน และถนนประเสริฐมนูกิจ โดยถนนงามวงศ์วานเป็นถนนที่เชื่อมต่อกับ ถนนประชาชื่นฝั่งเลียบคลองประปา และติดกับ จ.นนทบุรี ส่วนถนนประเสริฐมนูกิจหรือเกษตร-นวมินทร์ตัดใหม่ ก็เชื่อมต่อกับถนนรามอินทรา และถนนเลียบด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ 

 

ถนนรัชดาภิเษก ถ้าไปทางศาลาอาญาก็จะไปเจอสี่แยกรัชดา-ลาดพร้าว ตัดกับถนนลาดพร้าวที่เชื่อมต่อกับถนนรามคำแหง หรือจะตรงไปก็จะเจอสี่แยกที่ตัดกับถนนพระราม 9 ถนนเพชรบุรีและถนนอโศกตามลำดับ ขณะที่อีกฝั่งของรัชดาภิเษก เมื่อวิ่งผ่านสะพานข้ามแยกรัชวิภาไป ก็จะเจอกับสี่แยกประชานุกูลซึ่งตัดกับถนนประชาชื่น โดยมีทางด่วนพิเศษ 3 สาย ได้แก่ ดอนเมืองโทลล์เวย์ ทางด่วนพิเศษศรีรัช และทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนตะวันตก

 

อัพเดทความสะดวกสบายล่าสุด! สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ด้วย 2 ตัวช่วยที่เพิ่งเปิดใช้ได้ไม่นานกับสะพานข้ามแยกรัชโยธิน และอุโมงค์ลอดแยกรัชโยธิน ที่ช่วยให้การจราจรบริเวณสี่แยกรัชโยธิน ไหลลื่นดีมากยิ่งขึ้น

 

สะพานข้ามแยกรัชโยธิน บนถนนพหลโยธิน ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว ทำให้การเดินทางสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ว่าจะมาจากเซ็นทรัลลาดพร้าวไปฝั่งเมเจอร์ หรือจากฝั่งเมเจอร์ไปเซ็นทรัลลาดพร้าว ก็สะดวกด้วยสะพานลอยฟ้า ที่แบ่งเบาจราจรจากทางราบปกติไปได้เท่าตัว 

 

อุโมงค์ลอดแยกรัชโยธินใต้ถนนรัชดา ที่ช่วยการเดินทางจากถนนรัชดาฝั่งศาลอาญา เพื่อไปถนนรัชดาฝั่งรัชโยธินมุ่งหน้ารัชวิภาสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ต้องรอสี่แยกไฟแดง และสะดวกสำหรับคนที่มาจากฝั่งศาลอาญา ที่ต้องการเลี้ยวขวาที่สี่แยกรัชโยธิน เพื่อไปถนนพหลโยธิน 

 

ส่วนใครที่ออกมาจากโครงการ แล้วต้องการไปฝั่งพหลโยธินหรือเลี้ยวไปรัชดา, พระราม 9 ก็ไม่ต้องรอติดไฟแดงนาน จะไปไหนมาไหนก็สะดวก เพราะรัชโยธินกำลังจะกลายเป็น ดินแดนแห่งความสะดวกสบายที่เราเลือกได้อย่างไม่อึดอัด และเป็นชีวิตเมืองที่ลงตัว

ขอบคุณภาพ : www.mgronline.com

 

ในส่วนของตัวโครงการ สูง 37 ชั้น 1 อาคาร และมีอาคารพาณิชย์อีก 1 อาคาร มีห้องพัก 474 ยูนิต และร้านค้า 2 ยูนิต ระบบจอดรถอัตโนมัติรองรับ 273 คัน จอดรถทั่วไป 59 คัน รวมทั้งหมดจอดได้ 332 คัน หรือคิดเป็น 70% 

 

โดยทั่วไปคอนโดส่วนใหญ่ ไม่ได้ให้ที่จอดรถเยอะขนาดนี้ จึงเป็นปัญหาใหญ่ถึงใหญ่มาก ในเรื่องของที่จอดรถไม่เพียงพอ ต่อผู้ที่อยู่อาศัยในคอนโด แต่สำหรับลูกบ้านของโครงการนี้ หมดห่วงเรื่องที่จอดไปได้เลย 

 

เพราะที่ Mazarine ให้ทั้ง ที่จอดรถอัตโนมัติและที่จอดรถทั่วไปรองรับถึง 70% ส่วนคนที่ไม่ได้ขับรถ ยิ่งสบายใจกว่า เพราะโครงการติดรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าสายเส้นเลือดใหญ่ของชาวกรุงเทพฯ เลยก็ว่าได้

 

นอกจากนี้ การเดินทางสัญจรภายในโครงการ ก็ไหลลื่นสะดวกไม่แพ้กัน ทั้งลิฟท์โดยสาร 3 ตัว ลิฟท์เซอร์วิส 1 ตัว และลิฟท์จอดรถอัตโนมัติ 4 ตัว โดยมีคอนเซ็ปต์หลักของโครงการที่ว่า FOR YOUR EXTRAORDINARY REASONS พบดีเทลการใช้ชีวิตสำหรับเหตุผลที่ ‘ไม่ธรรมดา’ ชู 3 จุดขายนั่นคือ

 

- Extraordinary Location ทำเลที่ตั้งที่ดีที่สุดของรัชโยธิน

- Extraordinary Design คัดเลือกวัสดุอย่างพิถีพิถัน

- Extraordinary Facilities ส่วนกลางขนาดใหญ่

 

Extraordinary Design ที่ใส่ใจคัดเลือกวัสดุอย่างพิถีพิถัน ซึ่งข้อนี้สำคัญมากกับมนุษย์คอนโด ที่อาจจะลงทุนซื้อไว้เพื่ออยู่อาศัยเอง หลายคนเป็นการลงทุนครั้งแรกและครั้งเดียว ขณะที่อีกหลายคนลงทุนไว้เพื่อเก็งกำไร ซึ่งอาจจะขายได้เลยในวันนี้ หรืออาจรอจังหวะให้ราคาขึ้นอีกหน่อย

 

สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับทุกๆ การลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนคอนโด ระดับ Hi-end  ก็คือ “วัสดุต้องพรีเมี่ยมทั้งรูปลักษณ์ คุณภาพคงทนอยู่นาน ไม่ล้าสมัยไปตามเทรนด์” ซึ่ง Mazarine รัชโยธิน ได้คัดสรรวัสดุเกรดพรีเมี่ยมสมราคา เน้นรูปลักษณ์ที่สวยทันสมัยในทุกยุค เพื่อไม่ให้ล้าสมัยหรือเสื่อมสลายไปได้ง่ายๆ ทั้งในส่วนของห้องพักและพื้นที่ส่วนกลาง

 

สำหรับของพื้นที่ส่วนกลาง เรียกว่าจัดเต็มมากจริงๆ ซึ่งมีทั้งชั้น G ชั้น 8 ชั้น 22 และเน้นมากเป็นพิเศษที่ชั้น 36-37 และชั้นดาดฟ้า ตัวอย่างภาพด้านล่าง เป็นส่วนของสระว่ายน้ำในชั้น 36 ที่เห็นวิวเหนือสี่แยกรัชโยธิน ได้แบบรอบทิศเปิดรับความสวยงามของเมืองได้ทุกมุมมอง ตกแต่งด้วยวัสดุเกรดพรีเมี่ยมทั้งภายในสระว่ายน้ำ และบริเวณโดยรอบตกแต่งด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนอย่างดี สระว่ายน้ำระบบเกลือขนาด 13.10 x 18 เมตร ลึก 1.2 เมตร พร้อมสระเด็ก

 

จากภาพด้านล่าง จะเห็นว่าตัวสระว่ายน้ำผู้ใหญ่ยาวไปจนถึงสระเด็ก มีรูปทรงคล้ายๆ ตัว C เป็นสระว่ายน้ำที่เปิดรับมุมมองได้ถึง 270 องศา ส่วนด้านข้างสระก็ติดกับห้อง Stream ซาวน่าและสวนสีเขียวขนาดเล็ก 

ชั้น G มีพื้นที่ส่วนสีเขียวประมาณ 1,070 ตรม. ล็อบบี้ และห้องจดหมาย

 

ชั้น 8 Study Room / Meeting Room และ Private Garden

 

ชั้น 22 Mini Relax Garden

 

ชั้น 36 Shade and Shine Sky Pool / Kids Pool / Steam and Sauna Room

 

ชั้น 37 Sky Fitness / Private Gym Class / Kids Room / Private Salon / Party Room / Exclusive Foyer & Bar / Sky Lounge

 

ชั้นดาดฟ้า Exclusive Sky Deck / Sky Garden

 

ด้านล่างเป็นภาพของโซนล็อบบี้ที่ชั้น G ซึ่งเรียกว่าเป็นดีไซน์ที่สะท้อนตัวตน และภาพลักษณ์ของโครงการได้มากที่สุด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพิถีพิถัน ในการเลือกใช้วัสดุได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการใช้กระเบื้องลายหินอ่อนมาเป็นองค์ประกอบหลัก เน้นกระเบื้องลายหินอ่อนสีขาวครีมแผ่นใหญ่ ลวดลายธรรมชาติที่ให้อารมณ์ความรู้สึกต่อเนื่อง

 

Sky Fitness ที่ชั้น 37


 

Party Room ที่ชั้น 37


 

Sky Lounge ที่ชั้น 37

 

Private Salon ชั้น 37


 

Exclusive Foyer & Bar ชั้น 37

 

ก่อนจะเข้าไปดูห้องตัวอย่าง เราแวะมาดูงานดีไซน์จริงของตัวโครงการผ่าน Sales Gallery ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าที่ตั้งโครงการจริง จากภาพด้านล่างจะเห็นว่า Mazarine รัชโยธิน เน้นใช้กระเบื้องลายหินอ่อนที่มีความเชื่อมต่อกัน ตัดด้วยกระจกสีเทากันแสง ช่วยให้งานดีไซน์ที่ออกมาไม่ทึบตัน มีจังหวะหนักเบาของวัสดุที่ค่อนข้างลงตัว

 

เช่นเดียวกับงานตกแต่งภายใน Sales Gallery ที่ตกแต่งด้วยกระเบื้องลายหินอ่อน และกระจกทรงสูงรอบอาคาร ที่นอกจากจะดูทันสมัยแล้ว ยังให้แสงธรรมชาติเข้าถึงพื้นที่ภายใน ทำให้พื้นที่ดูโปร่งสบาย แถมยังชูความสวยงามของงานสถาปัตยกรรมแบบเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความหรูหราแบบ Modern Timeless

 

ภายใน Sales Gallery มีโมเดลตัวอย่างโครงการ ที่ทำให้เห็นภาพรวมงานดีไซน์ พื้นที่ส่วนกลางและองค์ประกอบโดยรอบ ซึ่งชั้น 1-7 เป็นพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่จอดรถ ส่วนห้องพักจะเริ่มต้นที่ชั้น 8 เป็นต้นไป

 

จากภาพโมเดลด้านล่าง จะเห็นว่าด้านหน้าโครงการมีอาคารเล็กๆ สีขาวตั้งอยู่ นั่นคือส่วนของสำนักงานขาย ซึ่งเมื่อโครงการเปิด อาคารส่วนนี้จะกลายเป็นพื้นที่ร้านค้า (ร้านสะดวกซื้อ) ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกบ้านเพิ่มขึ้น

 

จากโมเดลตัวอย่าง จะเห็นว่ามีถนนเล็กๆ รอบโครงการพร้อมที่จอดรถนอกอาคาร ที่อยู่ท่ามกลางสวนสีเขียว และจากโมเดลยังเห็นพื้นที่สีเขียวที่บริเวณชั้น 8 และชั้น 22 รวมทั้งพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมด

 

มาต่อกันที่ส่วนสำคัญที่สุดก็คือห้องพัก ซึ่งตัวโครงการได้ออกแบบห้องพักให้เลือกหลากหลาย เรียกว่าตอบโจทย์ทุกความต้องการของทุกกลุ่มคน แบ่งหลักๆ ได้เป็น ห้องสตูดิโอ / ห้อง 1 ห้องนอน / ห้อง 2 ห้องนอน โดยแบ่งย่อยๆ ออกเป็น

 

• ห้องพัก Studio 24.00-25.50 ตร.ม.

 

 • ห้องพัก 1 Bedroom ที่ออกแบบให้มีหลายดีไซน์ เพื่อตอบโจทย์คนหลากหลายกลุ่ม แบ่งย่อยออกได้เป็น 

1 Bedroom ขนาด 32.50-33.00 ตร.ม.

1 Bedroom Flexi ขนาด 41.50-43.00 ตร.ม.

1 Bedroom Corner ขนาด 39.5 – 43 ตร.ม.

1 Bedroom Plus Corner ขนาด 39 - 48 ตร.ม.

 

• ห้องพัก 2 Bedroom Corner ขนาด 48.00 ตร.ม.

 

เพราะรูปแบบห้องค่อนข้างหลากหลาย ในที่นี้เราขอรีวิวเฉพาะห้องตัวอย่างโครงการ ซึ่งมีให้ดูกันถึง 3 แบบนั่นคือ ห้อง Studio ขนาด 24.5 ตร.ม. ห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 32.5 ตร.ม. และห้อง 1 Bedroom Flexi ขนาด 41.5 ตร.ม. ตามแปลนห้องด้านล่าง

 

ห้อง Studio 24.00-25.50 ตร.ม.

 

มาดูห้องตัวอย่างห้องแรกกันเลยกับห้อง Studio ขนาด 24.5 ตร.ม. ที่แบ่งพื้นที่ใช้สอยออกเป็น 3 ส่วน คือโซนห้องครัว โซนห้องนอน และห้องน้ำ เมื่อเปิดประตูเข้ามาภายในห้อง มองไปด้านหน้าเป็นประตูบานเลื่อนกระจก Safety ซ้ายมือเป็นห้องน้ำและขวามือเป็นโซนห้องครัว

 

ทุกห้องของโครงการจะมาพร้อมแพคเกจ Fully Furnished รวมทั้งได้ Digital Door lock และเครื่องปรับอากาศ ซื้อปุ๊บ โครงการเสร็จพร้อมอยู่เลย หรือจะปล่อยเช่าก็ปล่อยได้ทันทีไม่ต้องตกแต่งเพิ่มเติมอะไรอีก

 

ส่วนของห้องนอน สูงจากพื้นถึงเพดาน 3 เมตร โซนห้องครัวสูงประมาณ 2.6 เมตร และห้องน้ำประมาณ 2.4 เมตร ซึ่งการที่ให้ความสูงมาขนาดนี้ นับว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะช่วยให้ห้องดูโล่งโปร่งไม่อึดอัด

 

สำหรับตัวเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่ง จะได้เหมือนในห้องตัวอย่างหรือเทียบเท่า สามารถขอดูรายละเอียดวัสดุของเฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งทุกชิ้นอย่างละเอียดได้ที่สำนักงานขาย ภาพรวมการตกแต่งและออกแบบห้องสตูดิโอ ดูเรียบๆ นิ่งๆ เหมาะกับคนไม่ชอบการตกแต่งเยอะ Minimalism แต่วัสดุที่โครงการเลือกมา ดูพิถีพิถัน คงทนหนาแน่น ด้วยวัสดุเกรดพรีเมี่ยม ตั้งแต่ในส่วนพื้นและส่วนของเฟอร์นิเจอร์ 


 

โซนห้องครัวที่โครงการให้มา ค่อนข้างมีพื้นที่ใช้สอยมาก พื้นครัวปูด้วยกระเบื้องทำความสะอาดง่าย มีเคาน์เตอร์ทำครัวรูปตัว I ท้อปหินสังเคราะห์สะอาดตา ที่แข็งแรงคงทนอย่างมาก ส่วนด้านหลังก็กรุด้วยกระจกที่แม้จะมีอะไรกระเด็นแต่ก็เช็ดได้ไม่เป็นคราบ 

 

ส่วนชั้นบิวท์อินด้านบน-ด้านล่าง วัสดุเป็นลามิเนต High Gloss ดีไซน์สวยงามสบายตา ดูแลทำความสะอาดง่ายและเก็บของได้ค่อนข้างจุ พร้อมเครื่องดูดกลิ่น เตาไฟฟ้า อ่างล้างจาน ยี่ห้อ TEKA 

 

มาต่อกันที่ห้องนอนจากภาพด้านล่าง ภาพแรกเป็นมุมที่มองจากโซนครัวเข้าไปในห้องนอน และภาพที่สองคือเมื่อมองจากห้องนอนออกไปยังโซนครัว โดยห้องนอนมีขนาดค่อนข้างกว้าง สามารถวางโซฟาขนาดย่อมๆ ไว้ที่มุมใดมุมหนึ่งของห้องได้ มีพื้นที่เดินได้รอบห้องปลายเตียงวางตู้หรือชั้นวางทีวีได้สบายๆ พร้อมตู้เสื้อผ้าแบบบิวท์อินที่มีหน้าบานเป็นกระจกสีชาดำ ปูพื้นด้วยลามิเนตสีอ่อนแบรนด์ HARO ผลิตจากเทคโนโลยีพื้นไม้เพื่อสุขภาพ จากประเทศเยอรมัน

 

ซูมให้เห็นชัดๆ กับพื้นที่มุมห้องที่สามารถวางชุดโซฟาขนาดเล็กได้ ด้านข้างเป็นหน้าต่างกระจกที่สูงเกือบติดเพดาน เปิดรับแสงและวิวได้แบบจัดเต็ม ช่วยลดความอึดอัดได้มากพอสมควร

 

ส่วนห้องน้ำอยู่ติดกับห้องนอนและห้องครัว ทางโครงการเลือกใช้ห้องน้ำสำเร็จรูป ที่ตกแต่งเพิ่มด้วยกระเบื้องลายหิน พร้อมฉากกั้นอาบน้ำ ซึ่งเป็นกระจกนิรภัยกั้นส่วนเปียกส่วนแห้ง พร้อมสุขภัณฑ์เกรด A (อ่างล้างหน้า Cotto, ชุดฝักบัว Grohe, โถสุขภัณฑ์ American Standard เรียกว่าคัดของดีมาให้ล้วนๆ)

 

จุดเด่นของห้องน้ำโครงการ คือ เป็นห้องน้ำเร็จรูป ซึ่งความเรียบร้อยและการเก็บงานจะทำสำเร็จมาจากโรงงาน SCG นอกจากความเรียบร้อยสวยงามแล้ว ห้องน้ำสำเร็จรูปยังลดปัญหาการรั่วซึม และปัญหากลิ่นไม่พึ่งประสงค์ได้อีกด้วย

 

1 ห้องนอน 32.50 - 33.00 ตร.ม. 

 

ห้องตัวอย่างต่อมาคือ ห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 32.5 ตร.ม. ต่างจากห้องสตูดิโอตรงที่นอกจากจะมีห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัวแล้วยังมีห้องนั่งเล่น และ Walk-in Closet เพิ่มขึ้นตามตัวอย่างภาพล่าง

 

เมื่อเปิดห้องเข้ามา ก็จะเจอกับห้องครัวขนาดและแบบเดียวกับห้องครัวของห้องสตูดิโอ กั้นห้องนั่งเล่นและห้องนอน ด้วยประตูกระจกบานเลื่อนบานใหญ่ ส่วนห้องน้ำต้องเข้าจากในห้องนอนเท่านั้น

 

ถัดจากห้องครัวจะเป็นพื้นที่ของห้องนั่งเล่น ซึ่งเป็นพื้นที่แนวยาวทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า สามารถวางโต๊ะทานข้าว โซฟา และชั้นวางทีวีได้ ส่วนด้านหลังห้องนั่งเล่นเป็นประตูกระจกบานใหญ่ ที่สามารถเปิดโล่งให้เป็นห้องเดียวกันหรือจะปิดกั้น เมื่อต้องการใช้งานห้องครัวก็ทำได้สะดวก สามารถป้องกันเรื่องกลิ่นและกั้นส่วนแอร์ได้ด้วย

 

ด้านหลังห้องนั่งเล่นเป็นส่วนของห้องนอน ที่มีพื้นที่วางเตียงขนาดใหญ่ และโต๊ะหัวเตียงได้พอดี แต่เนื่องจากมีห้องนั่งเล่นแล้ว ภายในห้องนอนจึงไม่มีพื้นที่สำหรับวางโซฟา หรือพื้นที่เหลือรอบเตียงเท่ากับห้องสตูดิโอแบบแรก

 

จากห้องนอนเดินเข้าไปด้านในก็จะเจอกับ ส่วนของตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่เหมือนเป็น Walk-in Closet ขนาดย่อมๆ กั้นโซนแต่งตัวเป็นสัดส่วนด้านข้างเป็นห้องน้ำ 

 

ลักษณะและความกว้างของห้องน้ำ เท่าห้องแบบสตูดิโอที่มาพร้อมสุขภัณฑ์ ปูพื้นด้วยกระเบื้อง และผนังตกแต่งด้วยกระเบื้องลายหินทำความสะอาดง่าย กั้นส่วนเปียกและแห้งด้วยฉากกั้นอาบน้ำกระจกนิรภัย และมีกระจกเงาบานใหญ่ทำให้ห้องดูกว้างโปร่งขึ้น

 

ทุกยูนิตมีระเบียงขนาดกำลังดี สามารถวางเครื่องซักผ้าได้ โดยทางโครงการติดตั้ง ระบบน้ำไว้สำหรับต่อกับเครื่องซักผ้ามีระแนงเหล็กกั้น เหมือนม่านบังตาแต่สามารถรับแสงและลมได้ ซึ่งเหมาะมากสำหรับการอยู่คอนโด การตากผ้าสามารถทำได้สบาย โดยไม่ต้องกลัวเสื้อผ้าจะปลิวตกหล่นไปที่อื่น หรือจะทำให้อาคารไม่สวยงามเมื่อมองจากด้านนอก เพราะโครงการได้คำนึงถึงการออกแบบตรงนี้มาแล้ว

 

1 ห้องนอน ขนาด 41.50 - 43.00 ตร.ม.

 

สุดท้ายกับห้อง 1 Bedroom Flexi ขนาด 41.5 ตร.ม. มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ประกอบด้วย โซนครัว ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ ห้องนอนใหญ่ และห้องอเนกประสงค์ ที่ดัดแปลงได้ตามใจชอบ สามารถปรับเป็นห้องนอน ห้องทำงาน ห้อง home theatre ได้ ห้องแบบนี้หาไม่ได้ที่โครงการอื่น และน่าจะเป็นห้องที่ขายดีสุดของโครงการ เพราะสเปซออกแบบมาสวย และยังยืดหยุ่นให้ดัดแปลงตามการใช้งานของเจ้าของห้อง

 

เมื่อเปิดประตูห้องเข้ามาจะพบกับโซนครัว ที่เปิดโล่งอยู่ติดกับส่วนนั่งเล่น เนื่องจากเป็นครัวเปิด ทำให้พื้นที่ดูโปร่งสบาย พื้นส่วนครัวปูด้วยกระเบื้อง ทำความสะอาดได้ง่าย ด้านซ้ายเป็นห้องน้ำขนาดใหญ่

 

ส่วนห้องนั่งเล่น ห้องนอน และห้องอเนกประสงค์ ปูพื้นด้วยลามิเนต ด้านซ้ายของห้องนั่งเล่น เป็นประตูทางเข้าห้องนอนใหญ่ และที่อยู่ติดกับห้องนั่งเล่น กั้นด้วยประตูเลื่อนกระจกบานใหญ่เป็นห้องอเนกประสงค์

 

ระหว่างโซนครัวกับโซนนั่งเล่นกั้นด้วยโต๊ะทานข้าว พื้นที่ขนาด 1-2 คนพอดี 

 

จากภาพด้านล่าง จะเห็นเป็นประตูบานเลื่อน กั้นระหวางห้องนั่งเล่นและห้องอเนกประสงค์ ส่วนด้านซ้ายที่เห็นหัวเตียงนั่นคือห้องนอนใหญ่ ซึ่งระหว่างห้องนอนใหญ่ กับห้องอเนกประสงค์ มีบานทึบพับเก็บได้กั้นอยู่ จะกั้นเพื่อแยกออกเป็นอีกห้องนึง หรือเปิดกว้างเพื่อขยายพื้นที่ส่วนของห้องนอนใหญ่ก็ได้

 

ภาพด้านล่าง ถ่ายจากมุมของห้องอเนกประสงค์ มองไปยังห้องนอนใหญ่ ซึ่งจะเห็นได้ว่าบานพับสามารถเก็บได้อย่างเรียบร้อย ไม่เกะกะขวางทางเลย พอปิดแล้วก็แบ่งห้องออกเป็น 2 ห้อง 

 

ด้านล่างห้องอเนกประสงค์ที่ทำเป็นมุมนั่งเล่น วางโซฟาเข้ามุม และวางโต๊ะวางทีวี ซึ่งเมื่อเปิดบานพับก็จะกลายเป็นห้องนอนขนาดใหญ่ ที่มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้น และสังเกตว่าส่วนของบานพับทึบ ออกแบบมาให้เมื่อพับแล้วเข้าหลบมุมเกือบพอดีไม่เกะกะ

 

เมื่อมองจากฝั่งห้องอเนกประสงค์ไปทางห้องนอน ก็จะเห็นภาพมุมกว้างของห้องทั้งหมด มุมซ้ายบนของเตียงนอนเป็นโซนห้องแต่งตัวแบบ mini walk-in closet 

 

ด้านในของ mini walk-in closet เป็นประตูสำหรับเข้าห้องน้ำได้อีกทาง

 

ส่วนห้องน้ำก็มีขนาดและสุขภัณฑ์เหมือนกับห้อง 2 แบบแรก และในตำแหน่งเดียวกัน 

 

ภาพรวมของ Mazarine รัชโยธิน นับว่าดูดีเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทำเลที่อยู่ติดถนนใหญ่ ติดรถไฟฟ้าสายสีเขียว แบบ 0 เมตรจริงแท้แน่นอน ทำให้สามารถเดินทางไปไหนมาไหน ได้สะดวกและง่ายมาก

 

รวมถึงโลเคชั่นตรงนี้ยังเป็น ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์และช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ทั้งเมเจอร์รัชโยธินและอยู่ไม่ไกลจากสวนจตุจักร เซ็นทรัลลาดพร้าว ห้างเก่าแก่แต่กลับมีแฟชั่นจากทั่วทุกมุมโลก รวมทั้ง Street Food ขึ้นชื่อทั้งในบริเวณแยกเสนา แยกเกษตร ตลาดอมรพันธ์

 

นอกจากนี้ยังมี สถานศึกษาขนาดใหญ่หลายแห่ง ทั้งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ราชภัฏจันทรเกษม มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น โรงเรียนหอวัง โรงเรียนสารวิทยา โรงเรียนสตรีวรนาถบางเขน เป็นต้น

 

ที่สำคัญคือ การเป็นที่ตั้งของออฟฟิศต่างๆ มากมาย เช่น อาคารสำนักงานใหญ่ ไทยพาณิชย์ ปาร์ค พลาซ่า หน่วยงานเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศ รวมทั้งหน่วยงานราชการอีกมากมาย

 

ขณะที่ห้องตัวอย่างทั้ง 3 แบบ ก็ใช้เฟอร์นิเจอร์และวัสดุต่างๆ เกรดพรีเมี่ยม ดังนั้นไม่ต้องกังวลเลยว่าต้องซื้อห้องใหญ่ขึ้น เพื่อให้ได้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งดีๆ เพราะทุกห้องคัดสรรวัสดุมาอย่างพิถีพิถัน ภายใต้มาตรฐานเดียวกันทั้งหมด แต่ส่วนที่แตกต่างเห็นๆ คือ ขนาดพื้นที่ใช้สอยและฟังก์ชั่นต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นตามขนาดพื้นที่ 

 

 

ต้องบอกเลยว่าโครงการนี้เหมาะกับคนที่ใช้ชีวิตทำงานหรือเรียน ในย่านเกษตร, รัชดา, รัชโยธินเป็นอย่างมาก หรือใครทำงานใจกลางกรุงเทพฯ แต่ชอบไลฟ์สไตล์แถวนี้ก็เหมาะไม่แพ้กัน เนื่องจากมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบทุกอย่าง ทั้งแหล่งของกินสตรีทฟู้ด คอมมูนิตี้มอลล์ ไปจนถึงพรีเมี่ยมมอลล์

 

หากใครสนใจลองแวะไปเยี่ยมชมไปสัมผัสของจริงกันได้ที่ Sales Gallery Mazarine รัชโยธิน ในราคาเริ่มต้น 5.2 ล้านบาท* สำหรับ 1 ห้องนอน

 

พร้อมมอบโปรโมชั่นพิเศษ ในเดือนมีนาคม62 ลงทะเบียน (ลิงก์ด้านล่าง) รับข้อเสนอส่วนลด x2.*  สูงสุด 800,000 บ.!!!*

 

ดูรายละเอียดได้ที่ http://bit.ly/2ULAoYC หรือโทร. 02-652-4000 

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

ประกาศที่เกี่ยวข้อง

ขาย
฿8,700,000
ขายคอนโดเกษตรศาสตร์ รัชโยธิน : ขายด่วน ราคาดี ชั้นสูง วิวดีมาก โครงการ Mazarine สวย luxery
2019-11-25 18:13 
59
เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

  43 ตร.ม.
  ชั้น 31
  1 ห้องนอน
  1 ห้องน้ำ

LivingStock Application