Review

VERTIER Rare Item ใจกลางสุขุมวิท จัดเต็มทุกความหรูทุกอณู

LifeScape 2018-11-08 18:05:20

VERTIER Rare Item ใจกลางสุขุมวิท จัดเต็มทุกความหรูทุกอณู

 

โดย LifeScape

 

คนรุ่นใหม่อาจจะคุ้นเคยรู้จัก “พระโขนง” เพราะเป็นทำเลที่อยู่ติดกับรถไฟฟ้าบีทีเอส “สถานีพระโขนง” แต่สำหรับคนรุ่นเก่าๆ ย้อนไปสัก 25-40 ปีก่อน คงคุ้นเคยกับพระโขนงในภาพที่แตกต่างออกไป เพราะนี่คือหนึ่งในทำเลคลาสสิคที่เป็นตำนานในใจใครหลายคน ซึ่ง “พระโขนง” เคยเป็นศูนย์กลางความบันเทิงของคนกรุงเทพฯ แถมยังเป็นย่านการค้าที่รุ่งเรืองมากรวมทั้งเป็นแหล่งช้อปปิ้งเลืองชื่อที่มีครบทุกอย่าง

 

แต่ทั้งหมดก็ถูกแทนที่ด้วยความเจริญใหม่ๆ เหลือทิ้งไว้เพียงเศษซากตึกเก่า โรงหนังเก่า และมีร่องรอยงานสถาปัตยกรรมเก่าๆ ให้เห็นบ้างประปราย แต่พระโขนงก็ถูกปลุกขึ้นเมื่อมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าบีทีเอส แม้จะยังมีกลิ่นอายความเก่าอยู่แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความน่าสนใจของ “พระโขนง” ลดลงเลย กลับเป็นจุดเด่นที่ทำให้ความทันสมัยที่ถาโถมเข้ามา จนกลายเป็นย่านสุดฮิปที่ทุกคนต่างหลงใหล แถมยังอยู่ติดกับทำเลทองอย่างสุขุมวิท อโศก พร้อมพงษ์ ทองหล่อ เอกมัย ก็ยิ่งทำให้พระโขนงน่าสนใจ เข้าถึงง่าย เดินทางสะดวกอีกด้วย

 

ล่าสุด ก่อนส่งท้ายปี 2561 บริษัท วี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (V Property) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ย่าน CBD สุดฮอตอย่างสุขุมวิท ก็ได้เปิดตัวคอนโดลักชัวรี่โครงการใหม่

 

“เวอร์เทียร์” (Vertier) ที่อยู่ห่างจากรถไฟฟ้า BTS สถานีพระโขนงเพียง 50 เมตร ด้วยศักยภาพของทำเลที่ใช้เวลาเดินทางไปย่านสุขุมวิทไม่ถึง 5 นาที เชื่อมต่อ MRT ได้ที่สถานีอโศกที่อยู่ห่างออกไปเพียง 3 สถานี หรือต่อรถไฟฟ้า BTS สถานีสยามสแควร์ ไปยังสายสีลม-สาทร ได้ในเวลาไม่เกิน 15 นาที

 

ก่อนจะไปทำความรู้จักกับน้องใหม่อย่าง Vertier มาสำรวจวิธีการเดินทางรอบๆ โครงการกันสักนิด ซึ่งไฮไลท์เด่นๆ ก็คงหนีไม่พ้นการเดินทาง ด้วยรถไฟฟ้า BTS ที่อยู่ห่างจากหน้าโครงการไปเพียง 50 เมตร โดยสามารถเดินทางไปฝั่งขาออกโซนบางนา ส่วนต่อขยายแบริ่ง-สำโรง หรือจะเดินทางเข้าเมืองไปสถานีเอกมัย-ทองหล่อ อโศก ซึ่งเป็นสถานีอินเตอร์เชนจ์ที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า MRT (บางซื่อ-หัวลำโพง) เพื่อไปยัง สีลม สามย่าน และสิ้นสุดที่หัวลำโพง

 

หรือจะไปฝั่งขาออกไปยังสถานีเพชรบุรีซึ่งเป็นสถานีเชื่อมต่อกับ Airport Link ที่สถานีมักกะสัน ห่างไปอีก 2 สถานี ก็จะถึงสถานีพระราม 9 ซึ่งเป็นย่าน CBD น้องใหม่มาแรงที่แน่นไปด้วยตึกสำนักงานออฟฟิศ ห้างสรรพสินค้า แหล่งช้อปปิ้ง ออฟฟิศเอกชนและหน่วยงานราชการมากมาย

 

สามารถนั่งรถไฟฟ้า BTS วิ่งตรงไปยังสถานีสยามสแควร์ ซึ่งเป็นสถานีเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีลม เพื่อไปยังราชดำริ สีลม สาทร สะพานตากสิน และข้ามฟากไปยังฝั่งธน สถานีกรุงธนบุรี วงเวียนใหญ่ ตลาดพลู และสิ้นสุดที่บางหว้า รวมไปถึงยังใกล้กับจุดเชื่อมต่อโครงการรถไฟฟ้าสายสีเทาในอนาคตอันใกล้อีกด้วย


ถ้าดูเรื่องการเดินทางก็ถือว่ากินขาด โดยเฉพาะคนที่ทำงานย่านธุรกิจทั้งย่านเพลินจิต ชิดลม สยาม สีลม สาทร หรือแม้กระทั่งทางฝั่งธนก็เดินทางได้สะดวก

 

ถ้าใครนิยมใช้รถส่วนตัวก็สะดวก ตัวโครงการก็อยู่ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วน 2 สายคือ ทางด่วนเฉลิมมหานครและทางพิเศษฉลองรัช อยู่ติดถนนสายสำคัญอย่างถนนสุขุมวิทที่เข้านอกออกเมืองได้สะดวกสบาย และยังรายล้อมด้วยถนนศรีนครินทร์ ถนนอ่อนนุช-ลาดกระบัง ถนนสายกาญจนาภิเษก และอยู่ไม่ไกลจากถนนมอเตอร์เวย์กรุงเทพ-ชลบุรี และยังใกล้กับจุดเชื่อมต่อโครงการรถไฟฟ้าสีเทาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

 

สำหรับสภาพแวดล้อมโดยรวม ก็อย่างที่บอกไปตอนต้นว่าย่านพระโขนงเป็นพื้นที่ชุมชนเพื่อการอยู่อาศัยเป็นหลัก แม้จะเริ่มมีโครงการคอนโดใหม่ๆ เกิดขึ้นบ้างประปราย แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ก็ยังเป็นชุมชนบ้านพักอาศัยแนวราบ อีกทั้งยังเต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียวที่ยังอุดมสมบูรณ์มากกว่าในเมือง รายล้อมด้วยคลองพระโขนง คลองประเวศน์ ยาวไปจนถึงทางฝั่งลาดกระบัง บรรยากาศโดยรวมจึงโล่งและปลอดโปร่ง มีพื้นที่ธรรมชาติหลบซ่อนตัวอยู่ในตรอกซอกซอยมากมาย จึงเหมาะกับการพักผ่อน ทั้งๆ ที่อยู่ติดกับย่านเศรษฐกิจที่หนาแน่นอย่างสุขุมวิท


ขณะเดียวกันก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ทั้งห้างสรรพสินค้า Community Mall โรงเรียน โรงพยาบาล อาทิ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โรงเรียนนานาชาติเอกมัย ท้องฟ้าจำลอง สถานีขนส่งเอกมัย โรงพยาบาลสุขุมวิท Summer Hill ฮาบิโตะมอลล์ และเกตเวย์เอกมัย หรือถ้าใครชอบแสงสีและไลฟ์สไตล์ฮิปๆ แบบคนเมือง ก็ไม่ต้องห่วงเพราะตัวโครงการอยู่ห่างจากสถานีเอกมัย-ทองหล่อ เพียง 1 สถานี

 

จากทำเลรอบๆ โครงการ เข้ามาดูแนวคิดและจุดขายภายในโครงการกันบ้างซึ่ง V Property ได้ออกแบบ Vertier ให้เป็นคอนโดลักชัวรี่ภายใต้แนวคิด Where Rarity Meets Luxury ซึ่งเป็นความลักชัวรี่ที่มาพร้อมวิสัยทัศน์ของการเลือกใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนใคร สู่จิตวิญญาณแห่งธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ใจกลางมหานคร 

 

ง่ายๆ เลยก็คือ เป็นคอนโดที่ชูจุดขายความลักชัวรี่ตั้งแต่การออกแบบตัวโครงการ การเลือกใช้วัสดุ การออกแบบพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่พักอาศัยให้ตอบโจทย์ชีวิตและใกล้ชิดธรรมชาติ ที่สำคัญคือ “เน้นคุณภาพวัสดุและใส่ใจทุกขั้นตอนให้ลักชัวรี่สมชื่อ”

 

Vertier เป็นคอนโดสูง 31 ชั้น 1 อาคาร มีที่จอดรถอัจฉริยะที่อยู่ใต้ดินลึกลงไป 6 ชั้น รองรับที่จอดรถได้ประมาณ 136 คัน มีส่วนที่อยู่อาศัยรวมทั้งหมด 227 ยูนิต

 

และเนื่องจากแปลงที่ดินของโครงการเป็นรูปสามเหลี่ยมขนาดพื้นที่ 1-0-30 ไร่ อยู่ริมถนนสุขุมวิท ใกล้ซอยสุขุมวิท 44/1 ทางโครงการจึงได้ออกแบบตัวตึกตามทฤษฎี Davinci Triangle Design Composition ผสมผสานกับแรงบันดาลใจการออกแบบเส้นฟาซาด (façade) ให้เป็นเส้นตรงและเอียงรับกับรูปร่างของที่ดิน ทำให้ผลงานการออกแบบโครงการมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดูเรียบๆ แต่มีลูกเล่นและทันสมัย

 

อีกสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยก็คือการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางให้สมฐานะคอนโดลักชัวรี่ใจกลางเมืองที่เหมาะกับการพักผ่อนและ Boost พลังในตัวให้พร้อมในทุกๆ วัน โดยเน้นเติมพื้นที่สีเขียวเข้าไปในทุกๆ จุด อาทิ Embraced By The Green ,Tree House & Play Court และ Green Gateway ตรงซุ้มประตูทางเข้าได้อย่างลงตัว 

 

จากภาพตัวอย่างเป็นภาพของ Crystal Fitness โซนออกกำลังกายที่สามารถชมวิวทิวทัศน์ไปพร้อมกันได้ ด้วยโครงสร้างอาคารที่เน้นกระจกที่เปิดโล่งรับวิวจากด้านนอกได้ทุกมุมมอง ภายในตกแต่งด้วยวัสดุประเภทหินนอ่อนสีขาวครีม 


Vertier ใช้ศักยภาพของทำเลที่เห็นวิวทิวทัศน์ได้แบบเต็มๆ เพราะในย่านนี้ยังมีโครงการในแนวสูงไม่มาก เสริมความพรีเมี่ยมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ โถง Entrance Hall ที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนคัดพิเศษ Atelier Lobby Lounge และ Business Meeting Lounge ห้องรับรองแขกที่ใช้วัสดุตกแต่งที่มีสไตล์โดดเด่นและดูมั่งคั่ง Sky Aquarium Pool สระว่ายน้ำหินอ่อนสีขาว Vertical Oasis & Pinnacle Pavilion โอเอซิสส่วนตัวใจกลางเมืองในบรรยากาศร่มรื่น เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ 


นอกจากนี้ตัวโครงการยังออกแบบด้วย Single Loaded Corridor โดยทุกยูนิตจะไม่มีห้องฝั่งตรงข้ามให้รู้สึกแออัดสายตา เพิ่มความโปร่งโล่ง และมีความส่วนตัวมากขึ้น เสริมความมั่นใจให้กับผู้พักอาศัยด้วยระบบรักษาความปลอดภัยครบครัน อาทิ Digital Door Lock กล้องวงจรปิด และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

 

สำหรับห้องตัวอย่างก็อยู่ใน Sales Gallery ที่ตั้งอยู่บริเวณที่ตั้งโครงการจริง ห่างจากรถไฟฟ้า BTS สถานีพระโขนง 50 เมตร ริมถนนสุขุมวิท ใกล้ซอยสุขุมวิท 44/1 ซึ่งหน้าตาหน้าสำนักงานขายก็ตามที่เห็นจากภาพ ภายนอกดูเรียบๆ แฝงความหรูไว้นิดๆ 

 

เมื่อเข้ามาด้านในก็จะเห็นได้ถึงความหรูหรา ซึ่งใช้ดีไซน์และวัสดุเดียวกับห้องตัวอย่าง นั่นคือ วัสดุประเภทหินอ่อน กระจก อะลูมิเนียมสีทอง ตกแต่งด้วยแชนเดอร์เลีย เพิ่มมิติและความหรูหราให้มุมต่างๆ ด้วยแสงไฟสีอ่อนเข้มที่แตกต่างกัน

 

มีตัวอย่างโมเดลโครงการให้ดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งจะเห็นแนวคิดการออกแบบบนพื้นที่สามเหลี่ยมตามที่บอกไปข้างต้น

 

ตัวโครงการมีการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ทุกๆ การพักผ่อนได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ โดยเฉพาะในโซนพื้นที่ส่วนกลางบริเวณชั้นบน

 

จากภาพด้านล่างเป็นโมเดลที่เห็นมุมชั้นบนของตัวโครงการซึ่งออกแบบให้เป็น Sky Aquarium Pool สระว่ายน้ำหินอ่อนสีขาว เปิดรับวิวทิวทัศน์ภายนอกมุมมอง 180 องศา 

 

สำหรับในส่วนที่พักอาศัยถูกออกแบบโดยชูจุด Zero Waste และ Impressive View In Every Units ทุกยูนิตจะได้สัมผัสวิวทิวทัศน์ในมุมมองที่น่าประทับใจเหมือนๆ กัน โดยมีแบบห้องให้เลือก 3 แบบหลักๆ คือ

 

- ห้อง 1 Bedroom ขนาด 28-42 ตร.ม. 

- ห้อง 2 Bedroom ขนาด 48-52 ตร.ม. 

- ห้อง 3 Bedroom ขนาด 86 ตร.ม. 

 

โดยห้องตัวอย่างที่เปิดให้ดูเป็นห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 33 ตร.ม. โดยมีแปลนห้องตัวอย่างแบบคร่าวๆ ตามด้านล่าง จากทางเข้า... เข้ามาก็จะเจอห้องครัวอยู่ทางซ้ายมือ ตรงไปเป็นโซนรับแขก ซ้ายมือเป็นห้องนอนและห้องน้ำ

 

เมื่อเปิดประตูห้องตัวอย่างเข้ามา จะเห็นดีไซน์และวัสดุที่เลือกใช้ก็เหมือนกับ Sales Gallery ที่เราพาไปดูตอนต้น คือเน้นใช้กระจกเงา ผนังสีเขียวครีม โซนครัวปูพื้นด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนหรือลายธรรมชาติ ส่วนโซนนั่งเล่นและรับแขกปูด้วย Engineering Wood หน้าไม้จริงสี Cookie & Cream Oak ตกแต่งให้เป็นโทนสีขาว ครีม ผสมความหรูหราของอะลูมิเนียมสีทองและทองเหลือง

 

ภาพด้านล่างให้เห็นมุมครัวแบบเต็มๆ โดยทางโครงการจะมีอุปกรณ์ครัวให้ดังนี้ เตาไฟฟ้า Gorenje by Hafele หรือเทียบเท่า เครื่องดูดควัน Philippe Starck Series-HAFELE ไมโครเวฟ Philippe Starck Series-HAFELE และอ่างล้างจาน FRANKE หรือเทียบเท่า

 

เตาไฟฟ้า Gorenje by Hafele ซึ่งเป็นกระจกเซรามิคสีดำ สามารถควบคุมด้วยระบบสัมผัส

 

อ่างล้างจาน FRANKE ที่วัสดุทำมาจากอะลูมิเนียม ดีไซน์เรียบๆ Texture สัมผัสดูหรูๆ แต่ก็ต้องระวังให้ดี เพราะบางรุ่นมีโอกาสขึ้นสนิมเป็นจุดๆ ถ้าไม่ดูแลรักษาให้ดี ยังไงก็ลองเช็คก่อนว่ารุ่นที่โครงการติดตั้งให้มานั้นมีคุณสมบัติยังไงบ้าง จะได้ดูแลได้ถูกวิธี

 

จากโซนครัวย้ายมาโซนรับแขกและนั่งเล่น ซึ่งมีพื้นที่กว้างพอสมควรสามารถวางโต๊ะรับแขกพร้อมโต๊ะขนาดเล็กได้พอดีๆ หลังผ้าม่านที่เห็นเป็นประตูออกไประเบียงซึ่งเป็นกระจกทรงสูง

 

ซ้ายมือของโซนครัวและโซนรับแขกเป็นประตูห้องนอน ซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างโซนครัวกับโซนรับแขกพอดี โดยด้านซ้ายก่อนเข้าห้องนอน สามารถทำเป็นชั้นตกแต่งวางของหรือจะบิ้วอินท์ตู้เก็บของขนาดใหญ่ตลอดแนวกำแพงก็ยังได้

 

ด้านในห้องนอน มีกระจกบานใหญ่เปิดโล่งรับวิวได้ พร้อมบานกระจกที่สามารถเปิดระบายอากาศได้เช่นกัน ส่วนขนาดพื้นที่ก็สามารถวางเตียงขนาดใหญ่และวางโต๊ะข้างหัวเตียงซ้ายขวาได้แบบสบายๆ หรือจะปรับเป็นพื้นที่วางโต๊ะทำงานขนาดเล็กๆ ก็ได้

 

เมื่อหันหลังให้หน้าต่างในห้องนอนก็จะเห็นประตูทางเข้าห้องน้ำ ซึ่งจะเห็นว่ามีพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่บริเวณด้านขวาก่อนเข้าห้องน้ำได้แบบสบายๆ

 

ส่วนด้านในห้องน้ำนี่จัดเต็ม สัมผัสถึงความลักชัวรี่ได้ชัดเจนมากๆ เพราะทั้งพื้นหินอ่อนลายธรรมชาติ ผนังก็เป็นลายหินอ่อน มีสุขภัณฑ์จัดเต็มทั้งอ่างอาบน้ำแบรนด์ KASCH อ่างล้างหน้าแบรนด์ LAVENZ ชักโครกแบรนด์ KASCH ก๊อกน้ำ GROHE แถมยังมีฉากกั้นอาบน้ำกระจกนิรภัยเทมเปอร์ให้อีกด้วย 

 

สำหรับชั้นพรีเมี่ยม ของโครงการจะได้อุปกรณ์ตกแต่งในห้องตามตัวอย่างที่รีวิวไปข้างต้น นั่นคือ โซนครัว เตาไฟฟ้า FRANKE หรือเทียบเท่า เครื่องดูดควัน Philippe Starck Series-HAFELE ไมโครเวฟ Philippe Starck Series-HAFELE และอ่างล้างจาน FRANKE หรือเทียบเท่า 

 

ห้องน้ำ อ่างอาบน้ำแบรนด์ KASCH อ่างล้างหน้าแบรนด์ LAVENZ ชักโครกแบรนด์ KASCH ก๊อกน้ำ GROHE ฉากกั้นอาบน้ำกระจกนิรภัยเทมเปอร์ พร้อมด้วยเครื่องปรับอากาศแอร์ไดกิ้นหรือเทียบเท่า ส่วนพื้นของห้องนอนและโซนรับแขกปูด้วย Engineering Wood หน้าไม้จริง โซนครัวและห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องหินอ่อนลายธรรมชาติ

 

สำหรับใครที่สนใจสัมผัสความหรูหราในแบบของ Vertier ด้วยตัวเองก็แวะไปชมได้เลยที่สำนักงานขายที่อยู่ห่างจากรถไฟฟ้า BTS สถานีพระโขนง 50 เมตร ริมถนนสุขุมวิท ใกล้ซอยสุขุมวิท 44/1 

 

Vertier เปิดตัวพร้อมราคาเริ่มต้นที่ 5.99 ล้านบาท ราคาเริ่มต้นต่อ ตร.ม. อยู่ที่ 195,000 บาท/ ตร.ม. โดยประมาณ และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2564 สามารถเข้าชมห้องตัวอย่างได้ที่ VERTIER Sales Gallery ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น.

 

โดยสามารถเข้าไปดูรายละเอียดและลงทะเบียนเพื่อเข้าชมห้องตัวอย่างและรับ Online Discount Privilege มูลค่า 200,000 ได้ที่ http://bit.ly/2Fdtto1 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 02-204-7900

เขียนความคิดเห็น
บทความล่าสุด