Review

The Tree หัวหมาก เชื่อมต่อความสุขทุกจังหวะชีวิต หน้าบ้านติดรถไฟฟ้า หลังบ้านติดห้างสรรพสินค้า

LifeScape 2018-10-26 09:27:46

The Tree หัวหมาก เชื่อมต่อความสุขทุกจังหวะชีวิต หน้าบ้านติดรถไฟฟ้า หลังบ้านติดห้างสรรพสินค้า

 

โดย LifeScape

 

ถ้าจะซื้อคอนโดในราคาเริ่มต้น 2-3 ล้าน... มีใครให้ข้อเสนอมากกว่านี้อีกไหม? หลังบ้านติดเดอะมอลล์บางกะปิ เดินไปช้อป ไปกิน หรือไปดูหนังตอนไหนก็ได้สบายสุดๆ แถมหน้าบ้านยังอยู่ใกล้รถไฟฟ้า 3 สาย เชื่อมต่อถนน 4 สายหลัก ทั้งรามคำแหง ศรีนครินทร์ นวมินทร์ และลาดพร้าว

 

ใช่แล้ว! นี่คือข้อเสนอใหม่จาก The Tree หัวหมาก โครงการน้องใหม่ของพฤกษา เรียลเอสเตท ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์สนุกๆ “เชื่อมต่อความสุขทุกจังหวะชีวิต” ชูจุดขาย “ทำเล” แบบเน้นๆ ไปเลย รวมทั้งงานดีไซน์สถาปัตยกรรมที่เปรี้ยวจี๊ดเข็ดฟันไม่แพ้กัน กับตัวโครงสร้างอาคารทั้งหมด 5 อาคาร อัดแน่นไปด้วย Facilities มากมาย ซึ่งเดี๋ยวเราจะไปเจาะตัวงานดีไซน์และรายละเอียดโครงการกัน

 

ก่อนจะไปเจาะที่ตัวโครงการและห้องตัวอย่าง มาสำรวจรูปแบบการเดินทางและความสะดวกสบายรอบโครงการกันก่อน โดยเฉพาะถนนสายหลักและรถไฟฟ้า 3 สายที่อยู่รอบโครงการ

 

เริ่มจากถนนสายหลัก 4 สายที่ล้อมรอบตัวโครงการคือ ถ.รามคำแหง ถ.ศรีนครินทร์ ถ.นวมินทร์ ถ.ลาดพร้าว... ที่แค่ได้ยินชื่อก็รู้แล้วว่า “ติดแน่ๆ ติดแน่นอน” แต่ที่ไหนรถติดก็แสดงว่าที่นั่นสำคัญ โดยเฉพาะในย่านที่เรากำลังจะพูดถึงถือเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษาที่มี 3 มหาวิทยาลัยดังอย่างมหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และอยู่ไม่ไกลจากนิด้า รวมทั้งโรงเรียนมัธยมต่างๆ แถมยังมีสถานที่สำคัญอย่าง “สนามราชมังคลากีฬาสถาน” ที่เป็นสนามแข่งฟุตบอลนัดสำคัญระดับประเทศ-ระดับโลก และใช้จัดคอนเสิร์ตของศิลปินไทยและเทศ

 

นอกจากนี้ ยังมีแหล่งไลฟ์สไตล์ช้อปปิ้งมอลล์ทั้งเดอะมอลล์บางกะปิ เดอะมอลล์รามคำแหง เมเจอร์ แมคโคร โลตัส ฟู้ดแลนด์ ตลาดนัดกลางวันและกลางคืน ตะวันนา และสตรีทฟู้ดส์ตลอดสองข้างทาง ฯลฯ และเป็นที่ตั้งของ 3 โรงพยาบาลขนาดใหญ่ โรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลรามคำแหง โรงพยาบาลเวชธานี

 

เรียกว่ามีทุกสิ่งครบครันเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตในทุกช่วงวัยจึงไม่น่าแปลกที่มีคนหลั่งไหลเข้า-ออกในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก รวมทั้งยังเป็นย่านที่อยู่อาศัยสำคัญทั้งของกลุ่มนักศึกษา วัยทำงาน และครอบครัวของชาวไทยและต่างชาติ ทำให้เป็นอีก Location ที่มีโครงการใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย The Tree หัวหมาก ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่มีข้อเสนอน่าสนใจไม่น้อย 

 

The Tree หัวหมาก ตั้งอยู่ใกล้ถนน 4 สายหลัก ด้านหน้าโครงการติดถนนรามคำแหงใกล้แยกลำสาลีที่ตัดกับถนนศรีนครินทร์ ส่วนด้านหลังโครงการมีถนนที่เป็นสะพานข้ามคลองแสนแสบที่เดินไปเดอะมอลล์บางกะปิได้สะดวก และอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าลำสาลีเพียง 300 เมตรเท่านั้น!

 

ถ.รามคำแหง เป็นถนนสายหลักที่อยู่ติดหน้าโครงการพอดี ถ้าขับรถยนต์วิ่งไปตามถ.รามคำแหงก็จะผ่านสถานที่สำคัญอย่าง มหาวิทยาลัยรามคำแหง การกีฬาแห่งประเทศไทย อินดอร์สเตเดียมหัวหมาก ราชมังคลากีฬาสถาน ก่อนจะไปเจอสี่แยกตัดกับถนนพระราม 9 หรือเลยไปอีกหน่อยก็เป็นสี่แยกคลองตันที่ตัดกับถนนเพชรบุรี

 

ถ.ศรีนครินทร์ เป็นเส้นเลี่ยงรถติดจากถ.รามคำแหง มีแยกกรุงเทพกรีฑา-หัวหมาก ที่ตัดกับ ถ.กรุงเทพกรีฑาและซอยรามคำแหง 24 ซอยที่ลัดเลาะผ่านหน้ามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญและหลังมหาวิทยาลัยรามคำแหง และสามารถทะลุไปถ.พระราม 9 ได้ 

 

ส่วน ถ.นวมินทร์ และ ถ.ลาดพร้าวก็อยู่ห่างจากหน้าโครงการไม่มาก สามารถขับรถตรงมาที่แยกลำสาลีและชิดซ้ายเลี้ยวไปตาม ถ.ศรีนครินทร์ ขึ้นสะพานข้ามคลองแสนแสบและเลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าสู่ ถ.ลาดพร้าว หรือออกทางด้านหลังโครงการ The Tree หัวหมาก ข้ามสะพานมาทางห้างเดอะมอลล์บางกะปิก็จะเจอ ถ.ลาดพร้าวหน้าห้าง ซึ่งน่าจะอยู่ประมาณซอยลาดพร้าว 117 หรือแยกแฮปปี้แลนด์ ส่วน ถ.นวมินทร์ก็อยู่ห่างออกไปไม่เกิน 1.2 กม.

 

แต่อีกไม่นานนี้... ชีวิตแห่งความสุขก็จะสมบูรณ์มากขึ้นอีกหลายเท่าตัว บน Location ด้านหน้าโครงการที่เป็นจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้า 3 สายที่ทุกสายมุ่งตรงเข้าสู่ทุกมุมเมือง แถมยังเป็นสายสำคัญที่มีสถานีเชื่อมต่อไปยังรถไฟฟ้าสายสีอื่นๆ มากมาย

 

รถไฟฟ้า MRT สายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี ที่เชื่อมต่อกับ MRT สายบางซื่อ-หัวลำโพงที่สถานีต้นทางศูนย์วัฒนธรรม วิ่งผ่านแยกพระราม 9 เข้าสู่ถ.รามคำแหง ผ่านหน้ารามฯ ราชมังคลาฯ และเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่แยกลำสาลี และวิ่งผ่านหมู่บ้านสัมมากรไปสิ้นสุดที่สถานีมีนบุรี

 

ถไฟฟ้า BTS สายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ที่นอกจากจะเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีส้มที่แยกลำสาลีแล้วยังเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสำคัญอีก 3 สาย คือ 1.เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า MRT (บางซื่อ-หัวลำโพง) ที่สถานีรัชดา 2.เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ (พญาไท-สุวรรณภูมิ) ที่สถานีพัฒนาการ 3.เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว (หมอชิต-แบริ่ง-สำโรง) ที่สถานีสำโรง 

 

รถไฟฟ้า BTS สายสีน้ำตาล ช่วงแคราย-ลำสาลี เริ่มจากวิ่งจากสถานีต้นทางแยกแคราย (เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสีชมพู) มาตาม ถ.งามวงศ์วาน (เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีแดงที่สถานีบางเขน) ผ่านสี่แยก ม.เกษตรศาสตร์ (เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว) ไปตามถนนเกษตร-นวมินทร์ และสิ้นสุดที่แยกลำสาลี (เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีส้มและสายสีเหลือง)

 

นอกจากนี้ บริเวณหลังโครงการ The Tree หัวหมาก ยังอยู่ใกล้กับท่าเรือด่วนเดอะมอลล์บางกะปิ วิ่งเข้าเมืองผ่านท่าเรือสำคัญๆ อาทิ ท่าเรือซอยทองหล่อ มศว.ประสานมิตร อโศก นานาเหนือ ประตูน้ำ หัวช้าง ราชเทวี โบ๊เบ๊ และไปสิ้นสุดที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ

 

จากรูปแบบการเดินทางที่มีทางเลือกค่อนข้างหลากหลาย... ก็มาเข้าสู่ตัวโครงการตามที่บอกไปตอนต้นว่างานดีไซน์มีความเปรี้ยวจี๊ดเข็ดฟันกับตัวโครงสร้างอาคารทั้งหมด 5 อาคาร คับแน่นไปด้วย Facilities พื้นที่ส่วนกลางกระจายไปตามตัวอาคารทั้ง 5 อาคาร ที่มีส่วนพักอาศัยทั้งหมดรวม 590 ยูนิต


 
 

ภาพตัวอย่างของอาคาร A ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าโครงการติด ถ.รามคำแหง เป็นอาคารสูง 4 ชั้น ประกอบด้วยส่วนต้อนรับ ล็อบบี้ ร้านค้า Co-Working Space ฟิตเนส และ Sky Walk เชื่อมต่อไปยังชั้น 2 ของอาคาร B C D และชั้น 4 ของอาคาร E

 

ด้านล่างภาพตัวอย่างห้องฟิตเนสที่อาคาร A


 

ด้านล่างภาพตัวอย่าง Co-Working Space

 

ด้านล่างภาพตัวอย่างโซน Lobby

 

อาคาร B C D อาคารที่พักอาศัยสูง 31 ชั้น แต่ทั้ง 3 อาคารอาจจะเรียกว่าเป็นอาคารเดียวกันก็ได้ โดยดีไซน์แบ่งออกเป็น 3 ช่วงตึก คือ บริเวณชั้น 1 ของแต่ละตึกจะแยกออกจากกันแต่ชั้น 2 และชั้น Rooftop เชื่อมต่อพื้นที่เข้าด้วยกันรวมเป็นตึกเดียว

 

โดยชั้น 1-2 ของทั้ง 3 อาคารประกอบด้วย ล็อบบี้ Mail Box Zone, Meeting Area, Relaxing Room, Sky Walk และมีรายละเอียดชั้นอื่นๆ แตกต่างกันตามนี้ อาคาร B ชั้น 3-31 เป็นห้องพักอาศัย และชั้น 31 มี O2 Lounge, Theater Room

 

ตัวชูโรงของ Facility โครงการนี้คือ O2 Lounge เป็นห้องจำลองให้เสมือน 'วังน้ำเขียว' โดยจะมีเครื่องผลิตอากาศบริสุทธิ์ในปริมาณออกซิเจน 21% (ปกติแล้วอากาศในกรุงเทพฯ จะมีปริมาณออกซิเจนเพียง 19% เท่านั้น) ซึ่งเมื่อลูกบ้านอยากผ่อนคลายจากการทำงานมาทั้งวัน เพียงมานั่งพักผ่อน สูดอากาศในห้องนี้ก็ช่วยฟื้นฟูร่างกายให้ดีขึ้นเยอะแน่นอน


 

ด้านล่างภาพตัวอย่าง Theatre Room 

 

อาคาร C ชั้น 3-29 เป็นห้องพักอาศัย ชั้น 30 ห้องอเนกประสงค์, Male/Female Changing Room ชั้น 31 Panoramic Pool with Jacuzzi, Pool Deck และ Observation Deck

 

ด้านล่างภาพตัวอย่างห้องอเนกประสงค์

 

ด้านล่างภาพตัวอย่าง Panoramic Pool with Jaguzzi, Pool Deck และ Observation Deck

 

อาคาร D ชั้น 3-29 เป็นห้องพักอาศัย ชั้น 31 Sky Lounge, Kid Room 

 

ด้านล่างภาพตัวอย่าง Sky Lounge

 

ด้านล่างภาพตัวอย่าง Kids Room


อาคาร E เป็นอาคารที่จอดรถสูง 10 ชั้น แยกออกไปต่างหากแต่มี Sky Walk เชื่อมถึงกัน โดยชั้น 1-9 เป็นที่จอดรถ ส่วนชั้น 10 เป็น Sport Yard, Playground ศาลานั่งเล่น ลานอเนกประสงค์ และสวนส่วนกลาง

 

ด้านล่างภาพตัวอย่างสวนส่วนกลาง

 

ด้านล่างภาพตัวอย่าง Playground

 

จากพื้นที่ส่วนกลางที่ยังเป็นเพียงภาพตัวอย่าง ตอนนี้ทาง The Tree หัวหมาก ได้เปิดห้องตัวอย่างให้ดูแล้ว ซึ่งเรามีภาพและรายละเอียดมาฝากกันค่ะ ด้านหน้า Sales Gallery ก็ได้ออกแบบให้เหมือนกับโครงสร้างอาคารจริง ในสไตล์โมเดิร์นเรียบๆ ตามสไตล์พฤกษา 

 

ด้านในก็โมเดิรน์แบบเรียบๆ และสบายตาเช่นกัน เน้นความโปร่งโล่งเป็นหลัก

 

ตรงกลาง Sales Gallery มีโมเดลจำลองโครงการตั้งอยู่ ซึ่งจากภาพเป็นมุมที่มองจากด้านหน้าอาคาร A ที่ติดกับถ.รามคำแหงเขาไปด้านใน ตัวโครงการเน้นสีขาว เทา ดำ และใช้วัสดุกระจกเพิ่มความโปร่งโล่งให้โครงการ

 

ภาพโมเดลจำลอง ชั้น 1 ของอาคาร B C D แต่ละอาคารจะแยกออกจาก และแต่ละอาคารจะมีล็อบบี้ขนาดใหญ่เป็นของตัวเอง เน้นเพดานสูง โปร่ง ตกแต่งรอบๆ ด้วยกระจกทรงสูง

 

ภาพสวนส่วนกลางบนชั้น Rooftop หรือชั้น 10 ของอาคาร E และภาพสระว่ายน้ำ Panoramic Pool with Jacuzzi บนชั้น 31 ของอาคาร C

 

สำหรับส่วนพักอาศัยมีห้องให้เลือก 3 แบบหลักๆ คือ 

  • สตูดิโอ ขนาด 23.02-23.14 ตร.ม. ชั้นละ 1 ยูนิต รวมทั้งหมด 85 ยูนิต
  • 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 25.69-26.76 ตรม. ชั้นละ 4 ยูนิต รวมทั้งหมด 336 ยูนิต
  • 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 42.56-42.94 ตร.ม. ชั้นละ 2 ยูนิต รวมทั้งหมด 168 ยูนิต

 

รวมมีห้องพักอาศัย 7 ยูนิตต่อ 1 ชั้น ซึ่งนับว่าน้อยมาก และน่าจะเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังวางโครงสร้างเป็นแบบห้องหน้ากว้างทั้งหมด เลยทำให้ห้องดูกว้างขึ้นมาทันตา ซึ่งเรามีภาพห้องตัวอย่างมาให้ดู 2 แบบ นั่นคือ ห้องแบบ 1 ห้องนอนและ 2 ห้องนอน

 

มาเริ่มกันที่ห้องขนาด 1 ห้องนอน ซึ่งผังห้องเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ประตูทางเข้าอยู่ตรงกลางพอดี แบ่งห้องออกเป็นด้านซ้ายและขวา พอเปิดประตูเข้าไปก็จะเจอกับ Living Area ตามตัวอย่างภาพด้านล่าง ส่วนด้านซ้ายเป็นห้องนอน ด้านขวาเป็นห้องน้ำ ห้องครัว และระเบียง

 

จาก Living Area มองเข้าไปที่ห้องนอนตรงบริเวณตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง ซึ่งบริเวณหน้าห้องนอนพอที่จะมีมุมวางโต๊ะทานข้าวขนาด 2 คนได้ หรือจะปล่อยไว้โล่งๆ ก็โปร่งดี

 

ภายในห้องนอนก็มีพื้นที่ขนาดมาตรฐานสำหรับ 2 คนพอดีๆ วางเตียงนอนขนาดใหญ่ได้ ด้านข้างเหลือที่จากการวางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะทำงานหรือโต๊ะเครื่องแป้งให้เดินได้แบบพอดีๆ ด้านข้างเป็นกระจกหน้าต่างกระจกทรงสูง มองเห็นวิวกรุงเทพฯ ในยามค่ำคืน ดังนั้นถ้าอยากเห็นวิวฝั่งไหนก็เลือกให้ดีๆ นะคะ

 

ภาพด้านบนเป็นมุมระยะห่างจากหัวเตียงกับตู้เสื้อผ้า เรียกว่าเดินสวนกัน 2 คนได้ ก็ถือว่ากว้างสบายพอตัว

 

ถ้าจะติดทีวีในห้องนอนก็ต้องติดตั้งแบบแขวนไว้บนผนังปลายเตียงดีกว่าค่ะ 

 

จากด้านซ้ายย้ายที่ฝั่งขวาของห้องกันบ้าง จากทางเข้าบริเวณ Living Area มองไปทางซ้ายจะเห็นเป็นมุมหลบ ด้านในประกอบด้วยโซนครัวและห้องน้ำ

 

โซนครัวอยู่ติดกับประตูระเบียงพอดี โดยด้านซ้ายมีมุมหลบไว้สำหรับวางตู้เย็นได้พอดี 

 

ส่วนโซนครัวสำหรับทำอาหาร ขนาดกะทัดรัด เน้นการใช้งานแบบง่ายๆ เช่น อุ่นอาหาร ทำเมนูง่ายๆ ซึ่งทางโครงการจะเตรียมพวกท่อต่อก๊อกน้ำ และท่อน้ำทิ้ง และจุดต่อไฟฟ้าสำหรับเครื่องดูดควัน ไว้ให้

 

ภาพด้านล่าง ขนาดบิ้วอินท์ครัวที่ลงล็อคกับขนาดพื้นที่พอดี สามารถวางตู้บิ้วอินท์ขนาด 1 ซิงก์ กับอีก 1 เตาไฟฟ้าได้พอดีๆ และสามารถติดตั้งตู้บิ้วอินท์ด้านบนและล่างเพิ่มได้อีก

 

ภายในห้องน้ำติดตั้งอุปกรณ์พื้นฐานให้ ได้แก่ สุขภัณฑ์ American Standard และอุปกรณ์ American Standard, Marvel หรือเทียบเท่าพร้อมกระจก


 

ระเบียงด้านนอกเน้นวางเครื่องซักผ้าและคอมเพรสเซอร์แอร์อีก 2 ตัว ซึ่งทางโครงการจะมีแอร์ Daikin หรือเทียบเท่าให้ 2 เครื่อง 

 

มาต่อกันที่ห้องขนาด 2 ห้องนอน ผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเหมือนกัน แต่มีความกว้างเพิ่มขึ้นมาจนเกือบจะเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส พื้นที่ใช้สอยแบ่งเป็นฝั่งซ้ายขวาเหมือนกัน โดยตรงกลางพอเปิดประตูเข้ามาก็จะเจอกับโซน Living Area ที่สามารถเปิดประตูออกไประเบียงด้านนอกได้ 

 

ภาพด้านล่างจะเห็นว่าเมื่อเปิดประตูเข้ามา ซ้ายมือเป็นโซนครัว ด้านหน้าเป็น Living Area ที่มีโต๊ะกินข้าววางอยู่ ซ้ายมือและขวามีห้องนอนและห้องน้ำฝั่งละ 1 ห้องเหมือนกัน

 

โซนครัวเมื่อเทียบกับห้องแบบ 1 ห้องนอน ก็มีพื้นที่เพิ่มขึ้นมาอีกนิดหน่อย ทำครัวได้สะดวกสบายมากขึ้น แต่อาจจะต้องติดตั้งเครื่องดูดอากาศเพิ่ม และไม่เหมาะทำอาหารที่มีกลิ่นแรง เพราะว่าโซนครัวอยู่บริเวณกลางห้องพอดี ต่างจากห้องแบบ 1 ห้องนอนที่โซนครัวอยู่ติดประตูระเบียงซึ่งอาจจะระบายกลิ่นได้ดีกว่า


 

ภาพตัวอย่างโซนครัวที่มีการติดตั้งเครื่องดูดอากาศไว้ 

 

ภายในห้องนอนใหญ่ สามารถวางตู้เสื้อผ้าขนาด 1 คนได้พอดี มีห้องน้ำส่วนตัวที่ติดตั้งเครื่องระบายอากาศและมีหน้าต่างระบายอากาศด้วย ส่วนต่างหน้าต่างมีมุมเล็กๆ ที่เข้ามุมฉากพอดี จะทำเป็นมุมนั่งเล่นหรือมุมทำงานก็ได้

 

ส่วนขนาดพื้นที่ก็คล้ายๆ กับห้องแบบ 1 ห้องนอน คือ ให้มาพอดีวางตู้ เตียง และเดินได้อีกเล็กน้อย ปลายเตียงจึงไม่มีพื้นที่สำหรับวางตู้บิ้วอินท์ ถ้าจะติดตั้งทีวีหรือของตกแต่งอื่นๆ ก็ต้องเน้นเป็นแบบแขวนเท่านั้น

 

ส่วนอีกห้องนอนก็มีขนาดเล็กลงมานิดหน่อย ซึ่งทางโครงการได้จัดห้องตัวอย่างไว้เป็นห้องเด็ก แต่ในความเป็นจริงผู้ใหญ่ก็สามารถอยู่ได้ เด็กก็อยู่ได้ หรือจะทำเป็นห้องอเนกประสงค์อื่นๆ เช่น ห้องทำงาน ห้องแต่งตัว หรือห้องสมุดหนังสือ ฯลฯ

 

สำหรับขนาดพื้นที่ก็ไม่ต่างกันมาก สามารถวางเตียงนอน 2 คนได้พอดี วางตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ ส่วนห้องน้ำอยู่ด้านนอกบริเวณโซน Living Area

 

ส่วนห้องน้ำทั้ง 2 ห้องก็มีขนาดพื้นที่และฟังก์ชั่นใช้งานเหมือนกัน ติดตั้งอุปกรณ์พื้นฐานได้แก่ สุขภัณฑ์ American Standard และอุปกรณ์ American Standard, Marvel หรือเทียบเท่าพร้อมกระจก

 

สรุปแล้วสิ่งที่เราจะได้จากห้องชุดของ The Tree หัวหมาก ได้แก่ เครื่องปรับอากาศ 2 เครื่อง พื้นปูลามิเนต ห้องน้ำปูกระเบื้องและฝ้ากันชื้น บานประตูเป็นบานประตูแบบสำเร็จรูป ส่วนประตูระเบียงเป็นประตูกระจกสีเทาช่วยตัดแสง กรอบอะลูมิเนียมสีเทาเข้ม หน้าต่างก็เหมือนกัน โซนครัวและระเบียงจัดเตรียมระบบน้ำดีน้ำทิ้งไว้รองรับการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ให้ลูกบ้านเรียบร้อย

 

อย่างที่บอกตอนต้นว่าจุดขายที่เป็นจุดแข็งของ The Tree หัวหมาก ก็คือ “ทำเล” และ “พื้นที่ส่วนกลางแบบจัดเต็มทั่วถึงทั้งโครงการ” ที่สำคัญ ที่นี่คือทำเลที่จะเชื่อมต่อคุณให้เข้ากับทุกไลฟ์สไตล์และทุกมุมเมืองได้อย่างที่คุณต้องการ ด้วยจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสำคัญ 3 สาย

 

โครงการเปิดตัวด้วยราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท* หรือผ่อนเริ่มต้น 2,999 บาทต่อเดือน บอกเลยว่า ใครไม่มาดูคือพลาดเปิด Pre-sale วันที่ 3-4 พ.ย. นี้ และทาง The Tree หัวหมาก ได้จัดงาน VVIP ในวันที่ 27 ตุลาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 9 โมงเป็นต้นไป พร้อมรับส่วนลดภายในงานสูงสุดถึง 200,000 บาท และยังมีกิจกรรมจับฉลากห้องราคาพิเศษ เริ่มที่

 

  • ห้อง Studio  มูลค่า 1.99 ล้านบาท
  • ห้อง 1 Bed   มูลค่า  2.39 ล้านบาท    

 

หากแจ้งว่ามาจากเพจ Livinginsider.com จะได้รับ Voucher The Mall เพิ่มอีก 10,000 บาท สิทธิพิเศษขนาดนี้ใครสนใจห้ามพลาดงานนี้เด็ดขาดครับ

 

หากคุณกำลังมองหาจุดเชื่อมต่อความสุขให้เข้ากับทุกจังหวะในชีวิต ลองแวะเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Sales Gallery 

 

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ https://thetreecondo.pruksa.com/ หรือโทร. 1739

เขียนความคิดเห็น
บทความล่าสุด