Review

Life Asoke Hype - ใช้ชีวิตสุด Hype บนคอนโดที่ Cool ที่สุดในย่าน อโศก - พระราม 9

Papayatop 2018-10-03 19:12:18

Life Asoke Hype - ใช้ชีวิตสุด Hype บนคอนโดที่ Cool ที่สุดในย่าน อโศก - พระราม 9

 

โดย Papayatop

 

จากรสนิยมอันซับซ้อน เลยทำให้คนเราต้องการไลฟ์สไตล์มี 'เอกลักษณ์เฉพาะตัว' มากขึ้นเรื่อยๆ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้ 'โดดเด่น' ไม่เหมือนใคร ลองสังเกตง่ายๆ เลย ว่าทำไม? คนถึงแย่งซื้อของ Limited Edition และยอมจ่ายแพงเพื่อครอบครอง 'สินค้าแบรนด์เนม' หรือจับจองของใหม่เป็นคนแรก (Early Adopter) จริงๆ แล้วมันคือความตื่นเต้นเร้าใจอย่างหนึ่ง หรือบางคนเรียกว่า 'ความไฮป์' (Hype) ซึ่งเชื่อว่าทุกคนมีความ Hype ในตัว แค่แสดงออกต่างกันเท่านั้นเอง

 

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนถึงการเลือก 'ที่พักอาศัย' อยู่ธรรมดาโลกไม่จำ ต้องสนองความต้องการที่ 'แตกต่าง' ของลูกบ้าน ครบทุกมิติทั้ง Concept - Location - Facilities รวมถึง 'ราคา' สามารถจับต้องไม่ยากด้วย เรียกว่าเป็นโจทย์สุดหินของ Developer เลยทีเดียว 

 

ถ้าคุณอยากใช้ ใช้ชีวิตสุด Hype บนคอนโดที่ Cool ที่สุดในย่าน อโศก - พระราม 9 ผมแนะนำอย่างยิ่งให้คุณอ่านบทความนี้ให้จบ

 

'The Supremacy of Both Worlds' ที่สุดของความโดดเด่น Life Asoke Hype ด้วยอาคาร High-Rise สูง 40 ชั้น เห็นชัดจากระยะไกล Roof-Top Facilities ตกแต่งโทนสีแดงเข้ม เล่นกับแสงไฟที่จัดไว้ ยูนิตพักอาศัยออกแบบคำนึงถึงไลฟ์สไตล์กลุ่มเป้าหมายที่เรียบง่าย ไม่เหมือนใคร เอาใจคนยุคนี้ที่ ‘ปรับเปลี่ยนตามใจชอบ’ บางคนอยากทำห้องนั่งเล่นเป็นห้องทำงาน หรือเปลี่ยนห้องอเนกประสงค์ทำสตูดิโอ ฯลฯ นี่แหละความ Hype ที่หลายคนต้องอิจฉาเลยทีเดียว

 

Life Asoke Hype อยู่บริเวณด้านหน้าโครงการ Life (Asoke-Rama 9) ติด ถ.จตุรทิศ แค่เพียงทางเข้าก็ชวนดึงดูดแล้ว ด้วยกำแพงที่ฉาบสีแดง พร้อมโลโก้แบรนด์อันโดดเด่น สอดคล้องไปตลอดทางเดินที่ใช้เรื่องของเส้นสาย และวัสดุที่เงาตัดกับผนังสีเข้ม ให้ดูหรู เท่ เมื่อเปิดเข้าภายในสำนักงานขายก็ตกแต่งหรูหราไม่แพ้กับข้างนอกเลยทีเดียว สิ่งที่โดดเด่นอย่างเห็นได้ชัดเลย คือเฟอร์นิเจอร์ที่ผสมผสานวัสดุหลากหลายรูปแบบ และการเล่นลวดลาย ซึ่งเข้ากับคอนเซปต์โครงการที่ชูโรงเรื่องความ HYPE อย่างที่สุดครับ

 

โครงการจริงสามารถเข้าออกผ่านซอยข้าง Rhythm Asoke ได้ แต่ทางค่อนข้างแคบ ส่วนทางเดินลัดใช้ร่วมกับ Life (Asoke-Rama 9) ทำให้ระยะห่างจาก MRT พระราม 9 ไม่ไกลอย่างที่คิด (300 เมตร) เช่นเดียวกัน สามารถลัดเลาะทาง ARL มักกะสัน - MRT เพชรบุรี เดินไม่ไกลมากนัก

 

ห่างจาก ‘The Grand Rama IX’ เพียง 350 เมตร คาดว่ากลุ่มเซ็นทรัล (CPN) อาจพัฒนารูปแบบคล้าย Central World เป็น World-Class Destination ในอนาคต นอกจากนี้ต้องติดตามพื้นที่ ‘มักกะสัน’ ว่าใครจะได้ครอบครอง หากเกิด Mixed-Use, รถไฟฟ้า ARL เชื่อมต่อ 3 สนามบิน ก็ส่งผลบวกต่อโครงการรอบๆ

 

หากขับรถส่วนตัว เดินทางผ่าน ถ.จตุรทิศ / ถ.พระราม 9 เป็นหลัก ใช้ทางร่วมกับ Life (Asoke-Rama 9) อาจหนาแน่นช่วงเวลาเร่งด่วน รวมถึงทางเข้าฝั่ง ถ.พระราม 9 (ข้าง Rhythm) ต้องติดตามช่วงตึกเสร็จอีกที ว่ามีระบบจราจรภายในอย่างไร

 

ส่วนกลางออกแบบเพื่อความแตกต่าง แต่ออกมาอย่างลงตัว โดยเลือกใช้วัสดุ โทนสี ผสมผสานตามคอนเซปต์โครงการ ให้ความรู้สึกที่หรูหรา อบอุ่น และมีความเป็นส่วนตัว ฟังก์ชั่นใช้สอยครบครัน พร้อม Smart Automation ควบคุมระบบไฟ - ม่าน - เสียงเพลง ผ่านแผงควบคุม (Smart Screen) บนพื้นที่ส่วนกลางหลัก + Roof-Top 

 

ตอบโจทย์ชีวิต Active กับ Circle Running Garden หน้าอาคาร ลานวิ่ง Jogging Track แบบวงกลม / พื้นที่นั่งเล่น (Leisure Area) สำหรับพักผ่อน และพื้นที่ร้านค้าคาดว่าเป็นร้านสะดวกซื้อใหญ่พอสมควร

 

จากจุด Drop-Off เข้ามาพบกับโถงรับรอง (Scarlet Foyer) ตกแต่งออกมาหรูหราด้วยวัสดุและการดีไซน์ที่ลงตัว มีเคาน์เตอร์ต้อนรับด้านหน้าอย่างเด่นชัด

 

ด้านซ้าย-ขวาของโถงรับรองจะเป็น Eclectic Lobby / Co-Working Space เป็นพื้นที่นั่งเล่น ทำงาน หรือไว้ต้อนรับแขกก็ได้ จัดออกมาให้บรรยากาศดูโปร่งโล่ง พร้อมวิวสวนสวยด้านนอก หากใครต้องการนั่งทำงานเป็นส่วนตัวก็มี Private Seat รับรองให้ นอกจากนี้ยังมี Smart Locker ตู้เก็บของอัจฉริยะ สำหรับรับพัสดุ / ฝากของ ให้ลูกบ้านใช้งานฟรีอีกด้วย

 

บนชั้น 7 จะมี The Muted Garden เป็นพื้นที่สวนต่างระดับ มีมุมพักผ่อน และบรรยากาศเงียบสงบ พร้อมสระว่ายน้ำ (Hover Bay) เหมือนรีสอร์ทกลางป่า พร้อม Lap Pool ยาว 25 เมตร สำหรับออกกำลังกาย + Indoor Jaguzzi แช่ตัวผ่อนคลาย และ Leisure Pit - Sunken Seat พักกายสบายใจ ไม่ต้องไปไหนไกลเลยทีเดียว

 

จัดเต็มต่อเนื่องกับ Rooftop Facilities บนชั้น 40 กว้างขวางกว่า 2,700 ตารางเมตร เริ่มจาก L-Shape Sky Pool สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ เทควิวเมืองรอบด้าน / Athletic Sky Atrium ฟิตเนส 2 ชั้น จัดวางเครื่องเล่น ใช้งานสบายๆ เป็นส่วนตัว ชั้นบนสุดคือ Sky Lounge สามารถจองพื้นที่สำหรับจัด Party ได้เช่นกัน

 

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้... พื้นที่สวน Rooftop - มุมพักผ่อนขนาดใหญ่ (The Forestier - Sunset Parlor - The Astro Deck) เทควิวเมืองแบบ 360 องศา ส่วนกลางแทบไม่ต้องกังวลเรื่องความหนาแน่นเลย เพราะมี 2 สระ 2 สวน 1 ฟิตเนสใหญ่ เพียงพอแน่นอน

 

ที่จอดรถโครงการ 530 คัน (ช่องจอดปกติ) คิดเป็น 42% (ไม่รวมซ้อนคัน) ถือว่าพอประมาณ หากบริหารจัดการเหมาะสมก็ไม่มีปัญหาครับ

 

Unit Walkthrough

ยูนิตโครงการส่งมอบแบบ Fully-Fitted เพดาน 2.6 เมตร ออกแบบใช้สอยลงตัวสูงสุด (Interlock Layout) ห้องตัวอย่างมี 3 Type คือ 1-Bedroom, 1-Bedroom Plus และ 2-Bedroom

 

1-Bedroom (32 ตร.ม.)

โครงสร้างมาตรฐาน 1-Bedroom ขนาดกลาง เชื่อว่าหลายคนชอบ เพราะได้ครัวปิดแยกออกจากห้องอื่นๆ ห้องนั่งเล่น และห้องนอนกว้างเป็นพิเศษ มีความเป็นส่วนตัว เหมาะกับอาศัย 1-2 คนกำลังดี 

 

เปิดเข้ามาพบกับพื้นที่ครัว บิวท์อินแพนทรีตู้เก็บของ ท็อปเป็นหินสังเคราะห์ วางโต๊ะทานอาหาร 2 ที่นั่ง พร้อมติดตั้งเครื่องดูดควันและเตาไฟฟ้ามาให้เสร็จ กรุผนังเป็นกระเบื้องทำให้เช็ดล้างทำความสะอาดง่าย และมีประตูบานเลื่อนสไลด์กั้นสัดส่วนกับพื้นที่นั่งเล่น ซึ่งตรงส่วนของห้องครัวนี้ยังตกแต่งไม่หวือหวามากเท่าไหร่นัก วอลเปเปอร์เรียบๆ คลุมโทนเทา แต่เฟอร์นิเจอร์มีรายละเอียดเพิ่มความน่าสนใจขึ้น

 

ห้องนั่งเล่นโครงสร้างแนวลึก วางโซฟาขนาดยาวที่ดีไซน์โดดเด่นตรงวัสดุผ้า นำมาต่อกันเป็นแพทเทิร์น พร้อมโต๊ะกลางลายหินอ่อนสร้างความหรูหราเพิ่มมากขึ้น และยังสอดคล้องกับผนังตรงทีวีดูเข้ากันลงตัว ตรงระเบียงกั้นด้วยประตู เพื่อรับแสงภายนอกอย่างเต็มที่ มีพื้นที่สามารถตากผ้าและวางของได้นิดหน่อย

 

สำหรับห้องนอนกั้นสัดส่วนเป็นส่วนตัวจากห้องอื่น วางเตียงขนาด 5 ฟุต ตู้เสื้อผ้า โต๊ะแต่งตัว แขวนทีวีติดผนัง หน้าต่างเป็นแบบบานกระทุ้งขนาดกลางไม่ใหญ่มาก ซึ่งจะสังเกตุได้ว่าทุกห้องทางโครงการใช้เฟอร์นิเจอร์ หรือการตกแต่งภายในห้องเป็นวัสดุจำพวก โลหะ หินอ่อน กระจก ผ้า เพื่อนำมาผสมผสานสร้างความโดดเด่นน่าดึงดูดได้ดีทีเดียว

 

ตรงข้ามครัวคือห้องน้ำ กรุผนัง - พื้นด้วยกระเบื้องแกรนิโต้ สุขภัณฑ์มาตรฐาน Kohler อ่างล้างมือทำตู้เก็บของด้านล่าง ก่อธรณี - เซาะช่องผนังไว้วางของใช้ส่วนตัว กั้นฉากอาบน้ำกระจกนิรภัย แต่ไม่ได้ให้ Rain Shower

 

1-Bedroom Plus (35 ตร.ม.) 

โครงสร้างวางไว้อย่างยืดหยุ่น เหมาะกับคนชอบ ‘ปรับเปลี่ยนตามใจ’ สามารถเปลี่ยนห้องนั่งเล่น เป็นห้องทำงาน หรือห้องนอนเล็ก แน่นอนว่ายังได้ครัวปิด - ห้องนอนแยกเช่นเดิม

 

เปิดเข้ามาเจอโถงกลาง วางโต๊ะทานอาหารขนาด 2-3 ที่นั่ง ดีไซน์ด้วยการการเล่นกับ Lighting และเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์เน้นไปทางโลหะ แล้วโดยรอบห้องตกแต่งด้วยกระจกเงาเป็นหลัก เพื่อให้ห้องดูกว้างขึ้นและสร้างบรรยากาศดูหรูหรา ทันสมัยมากขึ้น ส่วนตรงหน้าเป็นห้องอเนกประสงค์ ขวามือเป็นห้องครัว ซ้ายมือเป็นห้องน้ำและห้องนอนหลัก 

 

พื้นที่ครัวมีประตูบานเลื่อนกั้นสัดส่วน บิวท์อินแพนทรีเหมือน 1-Bedroom พอทำอาหารหนักๆ ได้สบาย เว้นช่องสำหรับไมโครเวฟ - ตู้เย็น 2 ประตู และเครื่องซักผ้าไว้อย่างพอดี 

 

ห้องอเนกประสงค์ทำเป็นส่วนพักผ่อน ซึ่งการตกแต่งแตกต่างจากห้องโถง โดยเน้นใช้วัสดุเป็นผ้าเข้ามาใช้ทั้ง เฟอร์นิเจอร์ พรม และโต๊ะกลาง ชั้นวางทีวีลวดลายหินอ่อนบิวท์อินกับผนัง ในส่วนห้องนี้จะเชื่อมต่อกับระเบียงด้านนอก แล้วหากต้องการปรับเป็นห้องทำงาน หรือห้องนอนเล็ก ก็สามารถวางแปลนได้ตามความเหมาะสม

 

ห้องนอนหลักแยกสัดส่วนจากห้องอื่น ซึ่งดีไซน์ที่เด่นชัดเลยจะเป็นหัวเตียงที่มีลวดลายกราฟิกสลับกับกระจกเงา ดูเข้ากับผนังสีส้มที่ทางโครงการตกแต่งไว้ ส่วนผนังอีกฝั่งตรงทีวีเป็นสีน้ำเงิน สร้างบรรยากาศแปลกใหม่สำหรับห้องนอนได้ดีพอสมสวร สำหรับพื้นที่ใช้สอยอาจไม่กว้างขวางมากนัก แต่สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุต ตู้เสื้อผ้าบิวท์อินได้อย่างพอดี

 

สำหรับห้องน้ำออกแบบเข้าออก 2 ทาง (Double-Access) จากโถงกลาง - ห้องนอน กรุผนัง-พื้นกระเบื้องแกรนิโต้ สุขภัณฑ์มาตรฐาน Kohler อ่างล้างมือทำตู้เก็บของด้านล่าง มีพื้นที่วางของใช้ส่วนตัวพอสมควร

 

2-Bedroom (48.5 ตร.ม.)

ยูนิต 2 ห้องนอน, 1 ห้องน้ำ สำหรับครอบครัวขนาดเล็ก / First-Couple แบ่งโครงสร้างได้ลงตัวทั้งส่วนนั่งเล่น - ห้องนอน และได้ครัวปิดเหมือนเดิม อาศัย 2-3 คนได้สบายๆ 

 

เปิดเข้ามาเจอโถงกลาง จัดวางโต๊ะทานอาหารขนาด 4 ที่นั่ง และส่วนนั่งเล่นด้านใน สำหรับการตกแต่งห้องนี้ค่อนข้างเป็นคาแร็กเตอร์ผู้ชายหน่อย ด้วยการเลือกใช้วัสดุและเฟอร์นิเจอร์ จะเน้นใช้เป็น หนัง หินอ่อน และโลหะเป็นหลัก เพื่อให้อารมณ์ออกมาดูเท่ เข้มขรึมแบบผู้ชาย ส่วนระเบียงด้านนอกมีขนาดพื้นที่เพียงพอกับใช้ตากผ้าและซักล้าง เปิดระบายอากาศรับลมได้สบาย

 

พื้นที่ครัวเป็นแบบปิด มีประตูบานเลื่อนกั้นสัดส่วน สามารถประกอบอาหารได้ แต่พื้นที่ใช้สอยไม่มากนัก เพียงพอกับวางตู้เย็น - เครื่องซักผ้า บิวท์อินแพนทรีและเครื่องดูดควัน - เตาไฟฟ้าเช่นเดียวกับ 1-Bedroom 

 

ห้องนอนหลักมีพื้นที่ใช้สอยมากทีเดียว วางเตียงขนาด 5 ฟุต ตู้เสื้อผ้า โต๊ะแต่งตัว เหลือพื้นที่ริมหน้าต่างเล็กน้อย น่าสนใจคือหน้าต่างเข้ามุมอีกด้วย ห้องนี้ยังคงคาแร็กเตอร์การใช้หนังเหมือนห้องอื่นๆ อยู่ แต่เพิ่มความแปลกใหม่ด้วยผนังลวดลายงานศิลปะมาสร้างความน่าสนใจขึ้นอีกที

 

ส่วนห้องนอนรองขนาดเล็กกว่านิดหน่อย รองรับเตียง 5 ฟุต ตู้เสื้อผ้า โต๊ะแต่งตัวอย่างพอดี สามารถเดินเข้าห้องน้ำได้เลย 

 

ห้องน้ำออกแบบเป็น Double-Access เหมือน 1-Bedroom Plus และสุขภัณฑ์ต่างๆ เหมือนกันทุกประการ

 

กล้าที่จะแตกต่าง ตามคอนเซปต์ ‘ชีวิดสุด Hype ไลฟ์สไตล์กลาง CBD’ สำหรับ Life Asoke Hype เป็นพื้นที่สำหรับคนรุ่นใหม่ กลางทำเลสุดปังแห่งปี ‘พระราม 9  - อโศก’ รองรับการพัฒนาอีกมากในอนาคต เดินทางสะดวกสบาย MRT, ARL ใกล้ทางด่วนสายหลัก ส่วนกลางจัดเต็ม ตอบโจทย์ความเป็นส่วนตัวแบบที่โครงการอื่นก็ให้ไม่ได้

 

Life Asoke Hype เหมาะกับผู้อาศัย Real Demand ทำงานโซน ‘รัชดาฯ - พระราม 9 - อโศก’ งบประมาณเริ่มต้น 3-5 ล้านบาท ตอบโจทย์ความ Hype โดดเด่น ไม่เหมือนใคร ยูนิต Layout ลงตัว อาศัยได้จริง

 

ด้านการลงทุน แนะนำยูนิตทิศใต้ (วิวมักกะสัน) ครับ ยูนิต 1-Bedroom, 1-Bedroom Plus คาดว่าเรทปล่อยเช่าประมาณ 15,000-17,000 บาท / เดือน หรือ Yield ประมาณ 4% + Capital Gain ในอนาคต

 

ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท*

 

เปิดพรีเซล ณ สำนักงานขาย 6-7 ตุลาคม 2561 จ่ายค่าจอง + ค่าสัญญา 5% รับส่วนลดราคาหน้าสัญญา 2% (รับสิทธิเมื่อจ่ายในวัน Pre-Sale)

 

สนใจโครงการ Life Asoke Hype สามารถลงทะเบียน รับส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท** ที่นี่ https://goo.gl/WaUabm
 

เขียนความคิดเห็น
บทความล่าสุด