Review

Rich Park Triple Station ตอบโจทย์ชีวิตติดเมือง ด้วยคอนโดติดรถไฟฟ้า 3 สาย

LifeScape 2018-11-06 13:15:43

 Rich Park Triple Station ตอบโจทย์  “ชีวิตติดเมือง” ด้วยคอนโดติดรถไฟฟ้า 3 สาย 

 

โดย LifeScape

 

ห้องประกาศ ขาย เช่า ริชพาร์ค ทริปเปิ้ล สเตชั่น ดูที่นี่..

 

เหตุผลสำคัญที่ทำให้เราตัดสินใจซื้อคอนโดก็คงหนีไม่พ้นเรื่องราคากับทำเล แล้วพอจะซื้อทั้งทีหลายคนก็อยากได้คอนโดที่อยู่ใจกลางเมือง แต่ราคาก็คงหนักหนาเอาการ ฉะนั้น คอนโดที่เป็นตัวเลือกรองลงมาก็ต้องขยับออกมานอกเมืองหน่อยๆ ขอแค่เดินทางสะดวก อยู่ใกล้รถไฟฟ้าก็ยิ่งดี และเป็นราคาที่สามารถเอื้อมถึง

 

ถ้านั่นคือเหตุผลของคุณ เรามีข้อเสนอน่าสนใจที่สะดวกสบายไม่แพ้ทำเลในเมืองกับ Rich Park Triple Station คอนโดใหม่ที่ตั้งอยู่บนถนนศรีนครินทร์ บนรอยต่อของรถไฟฟ้า 3 สาย ใกล้ทางด่วนศรีรัช มอเตอร์เวย์ และถนนสายสำคัญอย่างศรีนครินทร์ พัฒนาการ เพชรบุรี รามคำแหง และพระราม 9 ฯลฯ ซึ่งเป็นโครงข่ายการเดินทางที่สมบูรณ์ครบครันกับรถไฟฟ้าสายสำคัญทั้ง 3 สายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

 

Rich Park Triple Station เป็นคอนโดสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่โดยบริษัทริชชี่เพลส 2002 จำกัด (มหาชน) เจ้าของประสบการณ์พัฒนาอสังหาริมทรัพย์โครงการต่างๆ กว่า 16 โครงการ กับผลงานการออกแบบ สูง 37 ชั้น ล้อมรอบด้วย Facilities ในโครงการ พร้อมด้วยไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์นอกโครงการมากมาย

 

ก่อนจะไปเปิดห้องตัวอย่าง... มาส่องดูทำเลกันก่อนว่ามันคุ้มกับราคาที่เสนอมาหรือไม่??

 

ไฮไลท์ของโครงการคงหนีไม่พ้นเรื่องทำเลที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า 3 สาย นั่นคือ แอร์พอร์ตลิงค์ วิ่งจากพญาไท-สุวรรณภูมิ ที่เปิดให้ใช้อยู่ในตอนนี้ ส่วนอีก 2 สายที่กำลังก่อสร้างก็คือ รถไฟฟ้าสายสีเหลือง หรือ MRT จากลาดพร้าว-สำโรง และรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน (บางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก) สำหรับใครที่ไม่เร่งรีบ อยากมีชีวิต Slow Life หน่อยๆ ก็สามารถใช้บริการรถไฟไทยสายตะวันออกเพื่อเข้า-ออกเมืองได้อีกด้วย

 

มองจากหน้าโครงการบริเวณปากซอยศรีนครินทร์ 17 จะเห็นรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ พญาไท-สุวรรณภูมิ สถานีหัวหมากอยู่ห่างจากโครงการ 200 เมตร เป็นสายสำคัญที่เปิดให้ใช้ในปัจจุบัน มีสถานีเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีเพชรบุรี และเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า BTS สถานีพญาไท ซึ่งมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่สถานีสุวรรณภูมิ แต่ถ้าจะใช้บริการแอร์พอร์ตลิงค์ในช่วงเร่งรีบก็อาจจะต้องเผื่อเวลาหน่อย โดยเฉพาะขาเข้าเมืองตอนเช้าตั้งแต่หกโมงเช้าไปจน 9-10 โมงเช้า ที่คนค่อนข้างหนาแน่น

 

รถไฟฟ้าสายสีเหลือง “ลาดพร้าว-สำโรง” ที่วิ่งมาจากแยกรัชดา-ลาดพร้าว เชื่อมต่อกับ MRT สถานีลาดพร้าว และรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตลิ่งชัน-มีบุรี) ที่แยกลำสาลี เชื่อมต่อกับแอร์พอร์ตลิงค์สถานีหัวหมากที่แยกพัฒนาการ อีกทั้งยัง เชื่อมต่อกับ BTS สายสีเขียวที่สถานีสำโรง และไปสิ้นสุดที่ถนนปู่เจ้าสมิงพราย ซึ่งคาดว่าจะสร้างเสร็จประมาณปี 2563

 

รถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน เส้นทางบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก ซึ่งปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง 4 สถานีแรกนั่นคือ ตลิ่งชัน บางบำหรุ บางซ่อน และบางซื่อ ส่วนเส้นทางบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2562

 

การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็ถือว่าสะดวก เพราะตัวโครงการอยู่ติดกับถนนมอเตอร์เวย์กรุงเทพ-ชลบุรี และเชื่อมต่อกับทางด่วนศรีรัชที่อยู่ห่างไปไม่ไกล หรือจะวิ่งทางธรรมดาก็ติดกับถนนสายสำคัญอย่าง ถ.ศรีนครินทร์ ถ.พัฒนาการ ถ.เพชรบุรี ถ.พระราม 9 ถ.กรุงเทพกรีฑา ถ.หัวหมาก ถ.รามคำแหง ถ.อ่อนนุช ถ.ลาดกระบัง ฯลฯ

 

สิ่งอำนวยความสะดวกรอบตัวก็มีครบ ทั้งด้านการศึกษาที่ใกล้กับมหาวิทยาลัยรามคำแหง เอแบค เกษมบัณฑิต นิด้า และเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ด้านสุขภาพก็อยู่ห่างจากโรงพยาบาลวิภาราม 700 เมตร และห่างจากโรงพยาบาลสมิติเวชศรีนครินทร์ประมาณ 2.5 กม. 

 

ด้านไลฟ์สไตล์เรียกว่ามีให้เลือกเยอะแยะมากมายทีเดียวทั้ง ซุปเปอร์มาเก็ต Max Value ที่มีโซนร้านค้า ร้านอาหาร และฟาสต์ฟู้ดให้เลือกทานมากมาย โดยเฉพาะ London Street ฟู้ดมอลล์สไตล์ลอนดอนที่รวบรวมร้านอาหารเกรดพรีเมี่ยมเอาไว้ด้านใน ตกแต่งบรรยากาศภายนอกและภายในแบบชาวอังกฤษ ซีคอนสแควร์ศรีนครินทร์ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่สุดบนถนนศรีนครินทร์ พาราไดซ์พาร์คห้างสรรพสินค้าที่อยู่ไม่ห่างจากซีคอนสแควร์

 

นอกจากมีสินค้าให้เลือกซื้อหลายแบรนด์แล้ว ยังมีจุดเด่นตรงที่ศูนย์อาหารเสรีเซ็นเตอร์ที่รวบรวมของอร่อยขึ้นไว้มากมาย รับรองว่านักชิมต้องไม่ผิดหวัง หรือถ้าชอบตลาดนัดมีไสตล์ก็ต้องนี่เลย ตลาดรถไฟศรีนครินทร์ ที่มีทั้งข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า และ Street Food มากมาย ถัดไปอีกหน่อยทางถนนบางนาก็สามารถไปอิเกียและเมกะบางนา ได้ไม่ยาก 

 

รอบโครงการน่าสนใจขนาดนี้ ถึงเวลาเปิดประตูเข้าไปดูด้านในโครงการกันแล้วว่าเป็นอย่างไรบ้าง

 

Rich Park Triple Station ตั้งอยู่บนถนนศรีนครินทร์ช่วงต้น ห่างจากปากซอยศรีนครินทร์ 17 ประมาณ 130 เมตร รอบโครงการยังคงเป็นบ้านเรือนในแนวราบ คอนโดและอาคารออฟฟิศแนวสูงบ้างประปราย มองเห็นวิวเมืองได้แบบรอบด้าน เป็นอาคารสูง 37 ชั้น 1 อาคาร บนพื้นที่ 4 ไร่กว่าๆ มีทั้งหมด 1,084 ยูนิต ที่จอดรถประมาณ 40% พื้นที่ส่วนกลางครบครันทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และเพิ่มพื้นที่สีเขียวรอบโครงการรวมพื้นที่กว่า 1,800 ตร.ม.

 

เริ่มจากบริเวณปากซอยศรีนครินทร์ 17 เป็นถนนขนาดกว้างที่ใช้ร่วมกับชาวบ้านและโครงการอื่นๆ เข้าไปประมาณ 130 เมตรก็จะถึงตัวโครงการ

 

จากภาพด้านล่างเป็นซุ้มทางเข้าหน้าโครงการ เข้าออกได้ทีละคัน และบริเวณรับส่งหน้าล็อบบี้ ดีไซน์โมเดิร์นเรียบๆ เน้นสีโทนพาสเทลขาวครีมไล่ระดับ ใช้มุมเหลี่ยมตัดกับดีไซน์ทรงโค้งบริเวณอาคารด้านล่าง

 

จากภาพด้านล่างเมื่อมองไปบนตัวอาคารจะเห็นการดีไซน์ตัวตึกให้มีลูกเล่นไล่ระดับสูงต่ำของตัวอาคาร ทำให้แต่ละห้องมีมุมรับลมและแสงแตกต่างกันเล็กน้อย 

 

ด้านซ้ายมือของภาพจะเห็นบริเวณเปิดโล่งซึ่งเป็นลานจอดรถที่ตั้งแต่ชั้น 1-8 คิดเป็น 36.62% หรือ 397 คันไม่รวมซ้อนคัน เป็นห้อง 1 Bedroom ทั้งหมดซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ

  • Type A 28.19-28.48 ตร.ม.
  • Type B 26.54-26.96 ตร.ม.
  • Type C 34.82-34.96 ตร.ม.
  • Type D 34.63-34.49 ตร.ม.

 

แต่ละชั้นประกอบด้วย

  • ชั้น 1 ที่จอดรถ , ร้านค้า 5 ยูนิต , ล็อบบี้ , สำนักงานนิติบุคคล , Mail Room , ห้องสันทนาการ , ที่พักอาศัย 16 ยูนิต
  • ชั้น 2-8 จอดรถ , ที่พักอาศัยชั้นละ 16 ยูนิต เน้นห้อง 1 Bedroom Type A    
  • ชั้น 9 ฟิตเนส , สระว่ายน้ำ , สระว่ายน้ำเด็ก , ห้องพัก 32 ยูนิต เน้นห้อง 1 Bedroom Type B    
  • ชั้น 10-25 เป็นโซนที่พักอาศัยทั้งหมด แต่ละชั้นมีจำนวนยูนิตไม่เท่ากัน มากที่สุดอยู่ที่ 33 ยูนิต ผสมแบบห้องทั้ง Type A B และ C
  • ชั้น 26-37 เป็นโซนที่พักอาศัยทั้งหมด เน้นห้องแบบ 1 Bedroom Type A และมีห้องมุมแบบ 1 Bedroom Type C รวมชั้นละ 33 ยูนิต
  • ชั้นดาดฟ้า เป็น Roof Top Garden สำหรับนั่งพักผ่อนและชมวิวท้องฟ้า

 

สำหรับบริเวณล็อบบี้เน้นโทนไม้และสีน้ำตาล เฟอร์นิเจอร์เรียบๆ พร้อมหน้าต่างทรงสูงเพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติ มีประตู Key Card กั้นระหว่างโซนที่พักอาศัย

 

ชั้น 9 ถือเป็นพื้นที่ส่วนกลางหลักของโครงการที่มีทั้งฟิตเนสและสระว่ายน้ำผู้ใหญ่-เด็ก ภายในห้องฟิตเนสออกแบบให้เปิดโล่งรับวิวได้รอบด้านซ้ายขวา พร้อมด้วยเครื่องระบายอากาศหลายตัว ขนาดห้องก็กำลังพอดีไม่ต้องไปฟิตเนสนอกโครงการได้สบายๆ ยกเว้นในช่วงวันหยุดที่อาจจะต้องเผื่อใจรอสักหน่อย

 

ส่วนสระว่ายน้ำก็มีทั้งสระเด็กรูปทรงน่ารักตามตัวอย่างด้านล่าง ที่อยู่ด้านข้างห้องฟิตเนส ตกแต่งรอบสระด้วยไม้ดอกสีเขียว

 

บริเวณสระเด็กเชื่อมต่อกับสระน้ำเกลือของผู้ใหญ่ ซึ่งมองเห็นวิวกรุงเทพแบบ 360 องศา

 

สามารถนั่งพักผ่อนริมสระรับลมชมวิวยามแดดร่มลมตกได้สบาย

 

มุมซ้ายของภาพด้านบนคือบริเวณล้างตัวกลางแจ้งก่อนลงสระและหลังขึ้นจากสระ พร้อมด้วยบริเวณนั่งพักผ่อนชมวิวฝั่งศรีนครินทร์-บางนา-พระราม 9 มีวิวด้านหลังเป็นโครงการใกล้เคียง 2 โครงการ แต่ก็ไม่อึดอัดเพราะตัวโครงการอยู่ห่างกันพอสมควร

 

จากบริเวณริมสระว่ายน้ำชั้น 9 มองไปด้านบนอาคารจะเห็นถึงงานดีไซน์โมเดิร์นแบบเรียบๆ เน้นโทนน้ำตาล ครีม ขาว และแซมด้วยสีฟ้าเพิ่มความกลมกลืนไปกับท้องฟ้าด้านบน และจะเห็นบริเวณมุมตึก ซึ่งก่อนเลือกห้องอาจจะต้องดูเรื่องมุมอับมุมรับแดดรับลมให้ดีๆ

 

นอกจากนี้ ยังมี Meeting Room หรือห้องประชุมส่วนกลาง เป็นห้องขนาดพอดี กรณีที่ต้องนั่งรวมกันหลายคนอาจจะต้องเบาเสียง หรือไม่ควรแชร์ไอเดียที่เป็นความลับกรณีที่มีคนอื่นอยู่ด้วย แต่ถ้ามีเพียงเรากับคนรู้จักก็เรียกว่าค่อนข้างสะดวกสบายมากเลยทีเดียว

 

สามารถนั่งพักผ่อน อ่านหนังสือ หรือเปลี่ยนที่ทำงานมาทำที่ Meeting Room ส่วนกลางได้ พร้อมปลั๊กไฟสามารถชาร์ตไฟได้

 

หรือจะเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งพักผ่อนบริเวณสวนด้านหลังโครงการ ซึ่งมีต้นไม้พันธุ์ไม้สีเขียวจำนวนมาก และมีเก้าอี้วางเรียงรายเว้นระยะพอสมควร

 

บริเวณสวนยังมีพื้นที่เวทีขนาดย่อมสำหรับทำกิจกรรมกลางแจ้งร่วมกัน

 

นอกจากนี้ยังมีทางเดินที่ทะลุประตูด้านหลังโครงการเพื่อเดินลัดเลาะริมคลองไปทางขึ้นแอร์พอร์ตลิงค์สถานีหัวหมากได้โดยไม่ต้องผ่านถนนใหญ่

 

ภาพด้านล่างเป็นประตูเข้าออกโครงการที่ใช้ระบบสแกน Key Card โครงสร้างประตูหนาแน่นมาก

 

จากพื้นที่ส่วนกลางก็เข้ามาสู่ห้องตัวอย่างในโครงการจริงกันบ้าง ซึ่งเมื่อเปิดประตูเข้าไปก็จะเห็นผังห้องเป็นตามภาพด้านล่าง ซ้ายมือเป็นโซนครัว ตรงไปเป็นห้องนั่งเล่นติดหน้าต่าง ส่วนขวามือเป็นห้องน้ำและห้องนอนติดหน้าต่างโซนครัว และโซนนั่งเล่น จะเป็นแนวยาวพอดีๆ เป็นพื้นที่เปิดโล่งจึงเหมาะกับการทำอาหารเมนูเบาๆ มากกว่า 

 

วัสดุอุปกรณ์ในครัวเป็น Standard furniture ที่มาพร้อมห้องยกเว้นเครื่องใช้ไฟฟ้า เคาน์เตอร์ครัวประกอบด้วยซิงก์ล้างจาน 1 บล็อก และมีอีก 1 บล็อกไว้สำหรับเป็นพื้นที่เตรียมอาหารหรือวางของ ด้านบนและด้านล่างเป็นตู้บิ้วท์อินเก็บของ พร้อมที่วางตู้เย็นและเตาไมโครเวฟ

 

ส่วนโต๊ะทานอาหารแนะนำให้ใช้เป็นโต๊ะแบบพับได้จะช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้งานและมีทางเดินที่กว้างขึ้น จากภาพจะเห็นตัวเคาน์เตอร์และตู้บิ้วท์อินในครัวที่ให้มาขนาดกำลังดีเหมาะกับการทำเมนูง่ายๆ ไม่ซับซ้อน และไม่มีกลิ่นแรง 

 

ห้องนั่งเล่นอยู่ติดริมประตูออกไประเบียงได้ วางโซฟาขนาด 2-3 คนได้สบาย พร้อมโต๊ะกลางและโต๊ะวางทีวี ส่วนระเบียงด้านนอกก็มีพื้นที่พอสมควรสำหรับแขวนคอมเพรสเซอร์แอร์และวางเครื่องซักผ้าได้ และยังพอเหลือที่ว่างสำหรับออกไปชมวิวหรือจะตากเสื้อผ้าก็พอไหว

 

ระเบียงมีความกว้างขนาดพอดีตัวเครื่องซักผ้าขนาดใหญ่

 

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญสำหรับการอยู่คอนโดก็คือการมีช่องแสงส่องถึงภายในตัวห้อง ซึ่งตัวโครงการ Rich Park Triple Station เปิดช่องรับแสงให้ทั้งในส่วนห้องนั่งเล่นและห้องนอนตามภาพตัวอย่างด้านล่าง

 

มองจากริมระเบียงย้อนกลับไปในห้องจะเห็นว่าแสงส่องได้ค่อนข้างดี โดยเฉพาะบริเวณห้องน้ำที่อยู่ตรงประตูทางเข้าซึ่งอาจจะต้องเปิดประตูระเบียงให้ลมพัด แสงส่อง เพื่อเพิ่มการระบายและทำให้อากาศไหลเวียนได้ดีขึ้น

 

ภาพด้านล่างจะเห็นประตูทางเข้าที่อยู่ใกล้กับห้องน้ำและถัดมาเป็นทางเข้าห้องนอน

 

ภายในห้องนอนไม่มีระเบียงด้านนอกแต่มีหน้าต่างเปิดรับแสงตามตัวอย่างภาพด้านบน 


    

ส่วนอีกด้านก็มีพื้นที่เหลือสำหรับวางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะทำงานได้อีก 1 ชุด

 

สำหรับห้องน้ำที่แม้จะอยู่ติดประตูทางเข้าและไม่มีช่องเปิดรับแสงจากธรรมชาติแต่ก็มาพร้อมระบบระบายอากาศและการจัดสรรพื้นที่อย่างลงตัว มีสุขภัณฑ์ครบพร้อมด้วยฉากกั้นอาบน้ำ 

 

ส่วนห้องตัวอย่างห้องที่ 2 ก็มีผังห้องคล้ายๆ กัน ต่างกันที่การวางเฟอร์นิเจอร์เล็กน้อย แต่ความต่างเล็กน้อยนี่แหละที่อาจจะทำให้ใครหลายคนตัดสินใจง่ายขึ้น

 

เมื่อเปิดประตูทางเข้าไปก็จะเจอกับโซนครัวและห้องนั่งเล่นเช่นกัน จากตัวอย่างห้องแบบแรกที่เน้นโทนสีอ่อนตัดเข้ม พอมาห้องนี้ที่เป็นสีส้มก็กลับดูสนุกสนานและช่วยให้ห้องสว่างขึ้น 

 

อย่างที่บอกว่าการใช้โต๊ะแบบพับเก็บได้จะช่วยให้ห้องดูโล่งขึ้นมาก ตัวอย่างด้านล่างโชว์ให้เห็นถึงชุดโต๊ะทานอาหารที่มาพร้อมกับชุดครัว สามารถพับเก็บได้

 

ท็อปเคาน์เตอร์ครัวทำจากวัสดุที่สามารถรองรับรอยขีดข่วนได้ แต่ตรงผนังไม่ได้ติดแผ่นป้องกันริ้วรอยหรือคราบไว้ ถ้าจะทำอาหารจริงจังเราอาจจะต้องทำจุดนี้เพิ่มเติมเพื่อไม่ให้เกิดคราบกำจัดยาก

 

ตัวอย่างห้องนั่งเล่นของห้องที่ 2 ได้ตัดโต๊ะกลางบริเวณหน้าทีวีออกไป ทำให้มีพื้นที่ทางเดินเพิ่มขึ้น ช่วยให้อากาศระบายไหล Flow เป็นอย่างดี

 

ส่วนด้านนอกระเบียงก็อย่างที่บอกว่า ด้านบนสามารถแขวนคอมเพรสเซอร์แอร์ได้ถึง 2 ตัว เหนือพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้า 1 เครื่อง พร้อมเปิดรับแสงแดดจากธรรมชาติส่องเข้าถึงภายในตัวห้อง 

 

ภายในห้องนอนสามารถวางเตียงขนาดใหญ่ได้ และมีที่ว่างเหลือเล็กน้อย หรือถ้าอยากได้พื้นที่เพิ่มขึ้น อาจจะเปลี่ยนขนาดเตียงให้เล็กลง ก็มีพื้นที่สำหรับตกแต่งเพิ่มขึ้นอีก

 

ห้องน้ำก็เช่นกัน มีสุขภัณฑ์ครบพร้อมกระจกบานใหญ่ และฉากกั้นอาบน้ำ

 

สรุปอีกครั้งกับแบบห้องทั้งหมดของ Rich Park Triple Station ที่มีแบบเดียวคือ 1 Bedroom แต่ต่างกันที่ขนาดห้องและมุมห้องว่าอยู่ส่วนไหนของโครงการ มาพร้อม Standard Furniture เกรดคุณภาพสมฐานะกับ ราคาเริ่มต้นที่ 3 ล้านกว่าๆ คุ้มเลย

 

ไฮไลท์ที่ช่วยเพิ่ม Value ให้กับ Rich Park Triple Station เปรียบเสมือนเป็นคอนโดใจกลางเมืองก็คือ รถไฟฟ้า 3 สาย และเดินทางสะดวกสบายด้วยทางด่วนศรีรัช แม้ว่าตอนนี้จะอยู่ระหว่างการก่อสร้างรถไฟฟ้าอีก 2 สาย และมีแค่รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์เปิดให้บริการสายเดียวแต่ทว่าเท่านี้ก็คุ้มสุดๆ แต่ในอนาคตเชื่อว่าต้องคุ้มยิ่งขึ้นไปอีกแน่นอน

 

Rich Park Triple Station คอนโดบนทำเลชานเมืองแต่กลับสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนกับอยู่ในเมือง ตอบโจทย์ความคุ้มค่าทั้งในด้านราคาที่เอื้อมถึงได้ สนใจชมโครงการจริงสามารถแวะไปได้ที่โครงการบนถนนศรีนครินทร์ 

 

ลงทะเบียนรับส่วนลดพิเศษ http://eepurl.com/dHfK-z

 

ดูรายละเอียดได้ที่ https://www.capitalone-th.com/richparktriple หรือโทร 082-218-9292, 094-406-9988

 

 

เขียนความคิดเห็น
บทความล่าสุด