Review

SALADAENG ONE นิยามของ ‘Timeless Luxury’ ที่แท้จริง

Papayatop 2018-07-26 13:12:25

SALADAENG ONE

นิยามของ ‘Timeless Luxury’ ที่แท้จริง

โดย Pari X Papayatop

 

ห้องประกาศ ขาย เช่า ศาลาแดง วัน ดูที่นี่..

 

นิยามของการออกแบบที่เหนือกาลเวลา (Timeless Design) คืออะไร? 

 

ลองนึกภาพที่คุณมีกระเป๋าแอร์แมสสักใบที่ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ก็สามารถหยิบออกมาใช้ได้อย่างไม่เบื่อ และเมื่อเวลาผ่านไป ดีไซน์ที่เรียบยังคงความหรู สวยงามไม่ล้าสมัย นั่นคือความ ‘Timeless’

 

ซึ่งคำว่าเหนือกาลเวลาไม่ได้กินความหมายแค่ความเรียบง่ายที่ส่งผ่านเวลา ผ่านรุ่นสู่รุ่น หรือผ่านวัสดุที่ทนทานเท่านั้น แต่ยังเป็นการเชื่อมต่อรายละเอียดระหว่างยุคเวลาและงานออกแบบนั้นๆ ให้เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันได้อย่างไม่เคอะเขิน 

 

ไม่ต่างจากงานออกแบบที่อยู่อาศัย งานดีไซน์ที่ไร้กาลเวลา จึงไม่ใช่แค่เพียงการออกแบบที่น้อยนิ่งและเรียบง่าย ใช้วัสดุที่ทนทานเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงกระบวนการตีโจทย์เพื่อให้สามารถอยู่อาศัยได้ในทุกวัน ยิ่งการออกแบบให้ที่อยู่อาศัยให้มีความ Timeless luxury ที่ต้องส่งผ่านอัตลักษณ์ของการดีไซน์ ออกมาอย่างมีรสนิยมด้วยแล้ว การออกแบบอย่างใส่ใจในรายละเอียดแม้เพียงเรื่องเล็กน้อย ก็แสดงออกถึงความรุ่มรวยทางความคิดได้เป็นอย่างดี

 

THE ONE THAT MATTERS

SALADAENG ONE ถูกตีความ ความหรูหรา ออกมาในรูปแบบที่ไม่ใช่เพียงเลือกสรรวัสดุ เฟอร์นิเจอร์ ที่มีราคาแพง เพื่อให้มีมูลค่า แต่เลือกแสดงความ Luxury ออกมาตามแบบฉบับของ SC Asset ผ่านการรังสรรค์ Values Experiences ของงานดีไซน์ที่หลอมรวมความเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยรายละเอียดอันปราณีต ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุ และโทนสีที่เป็นเอกลักษณ์ 


 

พร้อมเติมเต็มฟังก์ชันการอยู่อาศัยที่ Simplicity,Timeless  เพื่อให้เป็นคอนโดระดับ Super Luxury ที่คงความเป็น ‘The one that matters’ ภายใต้นิยามของ ‘Timeless Luxury’ บนทำเลสุดยอดอย่างศาลาแดงที่แทบไม่เหลือโอกาสให้ได้เป็นเจ้าของโครงการที่อยู่อาศัยใดๆ ได้อีกในอนาคต 

 

และนี่คือ 3 ความ Super Luxury ที่ถูกตีความผ่านนิยามของ ‘Timeless Luxury’

 

ทำเลที่หรูหราที่ทั้งมูลค่า และศักยภาพของการอยู่อาศัย

 

ทำเลที่ตั้งของโครงการแทบจะไม่ต้องบรรยายถึงมูลค่าและศักยภาพแล้วที่เหนือกาลเวลาว่ามากมายมหาศาลเพียงใด เพราะย่านศาลาแดงเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติ เนื่องจากเป็นหนึ่งในย่านศูนย์กลางของธุรกิจของกรุงเทพฯ ที่ยาวนานมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 

 

SALADAENG ONE เป็นโครงการบนที่ดินแบบ Free hold ตั้งอยู่บริเวณศาลาแดงซอย 1 ซึ่งเป็นใจกลาง CBD ย่านธุรกิจ การเงิน ใกล้สถานเอกอัครราชทูต และศูนย์การค้าชั้นนำ บรรจบกันระหว่างถนน 3 สายอย่างพระราม 4 สีลม และสาทร ที่ต้องยอมรับว่าคือ Rare Location สุดยอดทำเลที่ทำมูลค่าได้สูงทั้งตลาดซื้อขายและเช่า 

 

นอกจากเดินทางด้วยรถยนต์ได้อย่างสะดวกสบายแล้ว ที่นี่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า MRT ลุมพินีเพียง 400 เมตร และ MRT สีลมกับสถานีรถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง เพียง 600 เมตร 

 

การมาของ SALADAENG ONE จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับถนนศาลาแดงฝั่งพระราม 4 เป็นอย่างมาก เพราะคอนโดบนศาลาแดงส่วนใหญ่ มักจะขวนขวายไปหาจุดที่ใกล้สีลม หรือสาทรมากที่สุด แต่โครงการนี้ตั้งอยู่ใกล้สวนลุมพินี สวนสาธารณะแห่งแรกของกรุงเทพฯ ที่เปรียบเสมือนปอดขนาดใหญ่ใจกลางกรุง ซึ่งห่างเพียง 120 เมตร  

 

ถ้าหากให้เทียบกับ New York, USA ที่มี Central Park หรือ London, UK มี Hyde park เป็น Landmark ใหญ่ๆ การมีที่อยู่อาศัยใกล้สวนลุมพินี จึงนับเป็นทำเลศักยภาพ ระดับไฮเอนด์ของเมืองไทย ที่สามารถมองเห็นทั้งสวนลุม เมืองและแม่น้ำ มีคุณค่าเหมาะแก่การอยู่อาศัยหรือลงทุน

 

และนอกเหนือจากวิวฝั่งสวนลุมพินีแล้ว ฝั่งทิศตะวันออกเฉียงใต้ เทควิวสวนสวยของสถานฑูตเยอรมัน และยาวไปถึงคลองบางกระเจ้า ส่วนฝั่งทิศตะวันตก เหมาะสำหรับให้ดื่มด่ำวิวเมือง City Scape แถวสีลม-สารทรด้วย


 

และในอนาคตอันใกล้ หาก 2 โครงการ Leased Hold ที่เป็น Mega Projects โครงการ Mixed-use บนพื้นที่ 90 ไร่ อย่าง “One Bangkok” และ ‘Dusit Central’ ของกลุ่มเซ็นทรัล - ดุสิตธานี บนพื้นที่ 23 ไร่ เกิดขึ้น จะสร้างแลนด์มาร์กใหม่ของกรุงเทพฯ เกิดขึ้น ณ ทำเลแห่งนี้ 

 

หรูหราด้วยทุกรายละเอียดในการออกแบบ

 

ตัวอาคารสะท้อนความ Modern Contemporary ผ่านออกแบบในลักษณะ Horizontal Design จัดกับเส้นตั้งของเมือง ที่เห็นได้ไม่บ่อยในงานดีไซน์ตึกในไทย คงคอนเซ็ปต์ Timeless Luxury ด้วยการกรุหินอ่อน White Volakas และ Black Laurent ต่อเนื่องเต็มผืน ตั้งแต่บริเวณชั้น 1 ถึงชั้น 4

 

และใช้ Facade Treatment แบบ Horizontal Slab เสมือนชั้นหินที่เรียงตัวสลับ หนาบาง ก่อขึ้นไปเป็นชั้นๆ โดยใช้วัสดุเป็น Aluminum Composite ลายหินอ่อนสีขาว 

 

และ Horizontal Facade Element นี้ ยังทำหน้าที่เป็นชายคากันแดดและฝน ที่เซาะร่องด้านในเพื่อกันไม่ให้น้ำฝนไหลเข้าระเบียงห้อง

 

รวมถึงเลือกใช้กระจกแผ่นใหญ่ สูงจากพื้นจรดเพดาน ไร้เฟรมอะลูมิเนียมคั่นกลางโดยเปิดจากสองฝั่งด้านข้าง เมื่อมองจากภายนอกก็จะสร้าง Reflection ให้กับแสงแดดยามตกกระทบตัวอาคารในแต่ละช่วงเวลา สะท้อนถึงความหรูหราที่แตกต่าง

 

และถ้ามองจากด้านในแต่ละห้องจะเห็นว่ามีเหลี่ยมมุมไม่เหมือนกัน เพราะหน้าต่างแต่ละห้องจะหันทิศหน้าต่างรับมุมมองที่ดีที่สุด บางห้องจะมี Bay window ในห้องนอนให้นั่งชมวิวได้ด้วย

 

ด้วยการวางผังอาคารอย่างพิถีพิถัน ที่กลางอาคารเป็น double atrium การเว้นพื้นที่กลางตึกให้เกิดสเปซ ทำให้ตัวอาคารมีความโปร่งโล่งสบาย มี Ventilation system ที่เน้นการระบายอากาศ และให้ลมธรรมชาติได้ไหลเวียนทั่วอาคาร โดยติดตั้งหน้าต่างระบายอากาศ 4 จุดต่อ 1 ชั้น และยังติดตั้งพัดลมดูดอากาศด้านบนด้วย

 

ส่วน Lift ถูกออกแบบให้อยู่ฝั่งที่โดนแดดมากและร้อนที่สุดอย่างด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ และด้วยทางเดินคล้ายรูปตัว S ตั้งแต่ชั้น 6 -24 เมื่อจะเดินเข้าห้องตัวเอง ต้องเดินข้ามทางเดินระหว่าง Atrium ทำให้เป็น Single Loaded corridor ที่มีมิติและ Privacy ค่อนข้างสูง แต่จะเป็น Double atrium ตั้งแต่ชั้น 6 – 19 และชั้น 20 – 24 เป็น Single atrium ส่วนชั้น 25 – 33 ไม่มี Atrium ตามระยะ Set back ของตัวตึก

 

ส่วนดีเทลเล็กๆ น้อยที่ SALADAENG ONE ส่งความประณีตและความเป็น Detailed luxury มาให้ อาทิ ทางเข้าห้องที่ประตูทำเป็นหลืบหลบเข้าไป เพื่อไม่ให้เห็นวงกบประตูยื่นมาให้เกะกะสายตา  และยังยกสเต็ปพื้นสูงขึ้นมาประมาณ 5 ซม. ปูด้วยหินอ่อนแท้สีดำ ซึ่งหากแม่บ้านทำความสะอาดนอกห้อง จะไม่ทำให้ฝุ่นเข้ามาในห้องได้


 

ประตูทางเข้าและแม้แต่ประตูห้องนอน สูงถึง 2.7 เมตร คุม Theme สีวงกบประตู หน้าต่าง เป็นสี Shimering Champagne กระทั่งกรอบกระจกกั้นห้องอาบน้ำด้วย


 

นอกจากนี้ยังคำนึงถึงความสวยงามและฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ หลายครั้งที่ห้องสวยๆ ต้องดูขัดสายตาเพียงเพราะแอร์ แต่จะไม่ใช่กลับที่นี่ เพราะมี Grill Air Design แบบ Seamless ให้เรียบไปกับฝ้า รวมถึงขอบบัวแบบฝังเข้าใน ทำให้ไม่มีปัญหาการดันเฟอร์ฯ ลอยตัวให้เข้าไปชิดขอบกับกำแพง

 

 

ห้องน้ำกรุผนังหินอ่อน White Volakas และ Black Laurent ที่ล้อมากับคอนเซ็ปต์ดีไซน์ตัวอาคาร ที่มาพร้อมอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ กั้นส่วนแห้งและเปียกอย่างเป็นสัดส่วน และเพื่อให้ง่ายต่อการทำความสะอาดติดตั้ง Wall hung toilet 


 

บริเวณระเบียง เพื่อไม่ให้บดบังวิว ราวกันตกกรุกระจก ที่มีความแข็งแรง หนา 6-8 มม. มีตระแกรงปิดซ่อนคอมเพสเซอร์แอร์ เพื่อไม่ให้รกสายตา และในส่วน facade จะมีลักษณะลาดเอียงลงเล็กน้อยเพื่อไม่ให้นกมาเกาะได้


 

 

ความหรูหราที่มาพร้อมกับความอยู่สบาย

 

บ้านที่ดีไม่ใช่แค่บ้านที่สวย บ้านที่อยู่สบายต่างหากที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต ไม่ว่าทั้งวันจะเจอเรื่องราวต่างๆมากมาย แต่เมื่อกลับบ้านก็จะเป็นที่ที่อยู่แล้วผ่อนคลายและสบายใจที่สุด

 

ศาลาแดงวันจึงให้ความใส่ใจกับการออกแบบที่สมดุลระหว่างดีไซน์กับประโยชน์ใช้สอยที่มากกว่า Fully Fitted ทั่วไป เพราะคอนโดไม่พื้นที่กว้างขว้างมากเหมือนบ้าน ห้องเก็บของจึงสำคัญ ที่นี่มี Storage Room ที่ค่อนข้างเยอะ ออกแบบให้กลมกลืนไปกับห้องในลักษณะ Build-in 

 

เติมความอบอุ่นให้ห้องไม่แข็งกระด้างจนเกินไปด้วยงานไม้สีธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นพื้น Engineering Wood สีธรรมชาติ เน้นความโปร่งโล่งโดยห้องนั่งเล่นและห้องนอนด้วยเพดานที่สูงถึง 3 เมตร พร้อมกระจกระเบียงบานใหญ่สูงจรดเพดานเพื่อดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายในห้อง 


 

และด้วยความใส่ใจในเรื่อง Space Planning ทำให้จุดเด่นของห้อง คือการออกแบบพื้นที่ให้เป็นห้องขนาดหน้ากว้างพิเศษ มีเพียงคอนโดหรูไม่กี่แห่งที่ออกแบบเช่นนี้ ทำให้การซื้อคอนโดคุ้มค่า อยู่สบาย ไม่รู้สึกอึดอัด

 

Facility

พื้นที่ส่วนกลาง เริ่มจากจุด Drop-Off หน้าอาคาร มีช่องจอดสำหรับรถ EV พร้อมแท่นชาร์จ ส่วนลานจอดรถ (Conventional) วนขึ้นทางด้านหลัง ชั้น B3 - ชั้น 4 คิดเป็น 102% ของจำนวนยูนิต และ ช่องจอดรถแบบ Conventional หมดกังวลเรื่องการเข้าออก บำรุงรักษาในระยะยาว

 

ส่วนบริเวณ Main Lobby ด้านล่างตกแต่งอย่างเรียบง่าย พื้นทางเดิน-ผนังเลือกใช้หินอ่อน White Volakas และเลือกเฟอร์นิเจอร์โทนสีอ่อนเป็นหลัก ภายในสูงโปร่งโล่ง ด้วยโถง Double Volume สร้างมิติในการตกแต่ง ด้วยการเลือกใช้เส้นแนวนอนในการนำสายตา

 

มีเคาน์เตอร์เจ้าหน้าที่ต้อนรับด้านหน้า ​พร้อมผู้ช่วยส่วนตัว (Personal Assistant) ช่วยจัดการธุระต่างๆ หากคุณต้องการ

 

ลิฟต์แบ่งเป็น 3 ตัว และ Service 1 ตัว ระบบคีย์การ์ดล็อคชั้น และพื้นที่สีเขียว (Sky Garden) บนชั้น 16-21-25 นั่งเล่นชมวิวสบายๆ


 

สำหรับ Facility บนชั้น 30-31 ที่มองเห็นวิวไปจนถึงคุ้งบางกระเจ้า ก็ครบครันด้วย ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำเกลือ พร้อม Sauna & Steam, Sky Lounge และ Meeting Room

 

 

อีกฝั่งคือ Sky Lounge สำหรับขึ้นมานั่งพักผ่อน อ่านหนังสือ หรือจัด Party กินดื่มเบาๆ ภายใต้บรรยากาศเป็นส่วนตัวกำลังดี

 

Meeting Room ตกแต่งเรียบง่าย พร้อมมุมกาแฟ แบ่งห้องเป็น 2 ส่วนด้วยฉากพาร์ติชั่นตรงกลาง และสามารถขยายเป็นห้องใหญ่ได้ เทควิวโค้งน้ำเจ้าพระยา – บางกระเจ้า

 

สระว่ายน้ำ (Swimming Pool) ยาว 25 เมตร และจากุชชี่ พร้อม Pool Deck เทควิวสวนลุมพินี ห้อง Sauna และ Steam แยกชาย-หญิง

 

Unit Walkthrough

ยูนิตพักอาศัยของ SALADEANG ONE เริ่มต้นจากชั้น 5 ยิ่งชั้นสูง จำนวนยูนิตต่อชั้นจะลดลง สร้างความเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยชั้น 16-29 จะเป็น 2-Bedroom เกือบทั้งหมด สำหรับห้องตัวอย่างมี 2 ยูนิตคือ 1-Bedroom (55.5 ตร.ม.) และ 2-Bedroom (108 ตร.ม.) 

 

Unit 1-bedroom (55.5 SQ.M.)

 

เมื่อเข้าประตูมา Living Zone ขวามือเป็น Island Kitchen แบบ L-Shape วัสดุท็อปเคาน์เตอร์ครัวจะเป็น Composite Stone มาพร้อมเตาไฟฟ้า Kuppersbusch และชุดครัว Siemens วัสดุปิดผิวตู้เก็บของที่เห็นนี้เป็นวีเนียร์ เมื่อเปิดออกจะพบกับ ตู้เย็น ชุดเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้า  

 

ห้องนั่งเล่นเป็นห้องที่อยากให้ได้ใช้เวลาอยู่มากที่สุด จึงมีขนาดกว้างถึง 4.5 เมตร ทำให้ระยะการวางทีวีอยู่ที่ 2.4 เมตรได้แบบไม่เสียสายตา วางโซฟาขนาด 2-3 ที่นั่ง โต๊ะกลาง รวมถึงบิวท์อินชั้นวางทีวี - เก็บของเพิ่มเติม หรือวางเฟอร์ฯ ชิดผนังได้เลย เพราะออกแบบซ่อนบัวผนังไว้ ทำให้ดูเนียนไม่ต่างจากบิวท์อิน และด้วยกระจกห้องแบบเต็มบาน (Floor to Ceiling) ทำให้รับแสงภายนอกอย่างเต็มที่

 

ห้องน้ำกรุผนังด้วยหินอ่อน White Volakas และ Black Laurent แยกส่วนแห้งและเปียก สำหรับห้อง 1 Bedroom จะได้รับ Smart Toilet (Toto) และ Shower (Grohe) ระบบน้ำร้อน พร้อม Sexy Bathroom สไตล์โรงแรม 6 ดาว

 

ห้องนอน (Master Bedroom) วางเตียงขนาด 5-6 ฟุต ตู้ข้างเตียง โต๊ะแต่งตัว-ทำงาน พร้อม Walk-in Closet ด้านใน

 

Unit 2-Bedroom (108 SQ.M.)

รูปแบบ Layout คล้าย 1-Bedroom แต่ขยายพื้นที่ใช้สอยของห้องให้กว้างขึ้น เริ่มจากห้องหน้ากว้างถึง 7.85 เมตร ที่กว้างกว่าคอนโดทั่วไป เหมาะกับกลุ่ม Family อาศัย 2-4 คน แบ่งพื้นที่ชัดเจนระหว่าง Living Area และ Private Area 


   

เข้ามาจะพบกับ Living Zone ขวามือเป็น Kitchen เหมือน 1-Bedroom พื้นที่ใช้สอยมากกว่า และห้องขนาด 2-Bedroom จะได้เตาไฟฟ้าขนาดสองหัว ของ Kuppersbusch มาพร้อมตู้เย็นขนาด 2 ประตู เปิดโล่งเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่น เหมือนมี Island อยู่ในห้องแบบครัวฝรั่ง ส่วนเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้า จะอยู่ภายในตู้ระหว่างทางเดินไปห้องน้ำและห้องนอนเล็ก

 

ตรงข้ามเป็นโต๊ะทานอาหาร 6 ที่นั่ง พร้อมส่วนนั่งเล่น วางชุดโซฟาขนาด 5 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลาง สามารถเสริมบิวท์อินชั้นวางทีวีขนาดใหญ่ ติดจอ OLED ขนาด 65-75 นิ้ว ทำเป็นโรงหนังขนาดย่อมๆ ได้ ผนังด้านระเบียงกรุกระจกเต็มบานแบบ Floor to Ceiling (3 เมตร) สามารถเทควิวภายนอกแบบ Panorama


 

ห้องน้ำหลักกรุอ่อนเต็มผืน ที่เลือกลายหินให้เรียงต่อกันให้ดูเป็นผืนแผ่นเดียวกัน ห้อง 2 bedroom จะได้ Wall Hung Toilet แทน Smart toilet พร้อมอ่างอาบน้ำและ Shower ระบบน้ำร้อน เช่นเดียวกัน

 

ทั้งห้องนอนหลักและห้องนอนรอง เปิดรับวิวในมุมที่ดีที่สุด โดยห้องนอนหลัก (Master Bedroom) วางเตียงขนาด 6 ฟุต (King Size) พร้อมตู้ข้างเตียง บิวท์อินโต๊ะแต่งตัว - ชั้นวางทีวี ส่วนด้านในยังมี Walk-In Closet ด้วย

 

ห้องน้ำภายในห้องนอนหลัก แบบ Private Bathroom ปูพื้นหินอ่อน Black Laurent กรุผนังด้วย White Volakas เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า His & Her ก๊อกผสมร้อน-เย็น (Grohe) พร้อมอ่างอาบน้ำ - Shower ยืนอาบ เทควิวเมืองเต็มตา พร้อมชักโครกไฟฟ้า (Toto)

 

ห้องนอนรองกรุกระจกเงาด้านบนหัวเตียง ช่วยให้ห้องดูโปร่งโล่งไม่อึดอัด วางเตียง 5 ฟุตแล้วยังมีพื้นที่เหลือเฟือ สามารถวางชั้นวางทีวี และตู้เสื้อผ้าได้

   

SALADEANG ONE คือผลลัพธ์จากความปราณีตบรรจง (Craftsmanship) ใส่ใจทุกรายละเอียด จากการออกแบบ เลือกใช้วัสดุ ฯลฯ ใช้เวลาสรรสร้างกว่า 3 ปี ประดุจงานศิลปะที่ Limited เพียงชิ้นเดียวในโลก สมกับสโลแกน ‘THE ONE THAT MATTERS’  

 

ยังคงความเป็น THE ONE ใจกลางทำเล CBD สำคัญของกรุงเทพฯ แวดล้อมด้วยอภิมหาโปรเจค ที่กำลังเกิดขึ้นอีก 5-10 ปีข้างหน้า และให้ผู้อยู่อาศัยได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพของ ‘สวนลุมพินี’ และ ‘โค้งแม่น้ำเจ้าพระยา’ จากยูนิตพักอาศัย - ส่วนกลาง กับสไตล์การออกแบบ ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ‘Timeless Luxury’ คงคุณค่าตลอดกาล

 

มาเป็นเจ้าของหนึ่งเดียวบน ‘ศาลาแดง’ ครั้งแรกของ SC Asset กับโปรเจคระดับ Super-Luxury ในราคาเพียง 300,000 บาทต่อตารางเมตร ใจกลาง Location ที่ต้องบอกว่าจะหาอย่างนี้ไม่อีกแล้วในอนาคต 

 

สำหรับงาน Grand Opening โครงการ Saladaeng One จะจัดขึ้นในวันที่ 21-22 กรกฎาคม 2561 ให้ชมยูนิตแต่งครบ ส่วนกลางของจริง

 

สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าชม #SaladaengOne ได้ที่นี่ https://bit.ly/2JinVpa หรือ 1749


 


 

เขียนความคิดเห็น
บทความล่าสุด