Review

CONNER ราชเทวี Future is Here

LifeScape 2018-08-22 12:44:31

CONNER ราชเทวี

Future is Here

โดย LifeScape

 

“ราชเทวี” ทำเลที่ไม่ได้มีดีแค่อยู่ใกล้ “สยาม-พญาไท” เท่านั้น แต่ยังเป็นทำเลที่ “มีดี มีศักยภาพในตัวเอง” พร้อมเติบโตและรองรับทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตทั้งในวันนี้และในอนาคต

 

แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะมีการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ บนทำเลสุดหินอย่าง “ราชเทวี” โดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปีให้หลังมานี้มีการเปิดตัวคอนโดใหม่ในย่านนี้ “น้อยมาก” ทั้งๆ ที่เป็นทำเลที่มี Demand เยอะมาก โดยเฉพาะ Premium Demand ที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กับการขยายตัวของออฟฟิศต่างชาติบนทำเลราชเทวีเพิ่มมากขึ้น ทำให้ Demand ด้านที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นด้วย 


 

ยืนยันด้วยข้อมูลการสำรวจโดย Plus Property ที่พบว่า ทำเลพญาไท-ราชเทวี เป็นทำเลที่มี Demand สูง แต่ Supply จำกัด เนื่องจากมีโครงการเปิดตัวค่อนข้างน้อย ทำให้แต่ละโครงการมีอัตราขายเฉลี่ยที่ 80-90% ขณะที่โครงการในย่าน CBD อื่นๆ ขายเฉลี่ยอยู่ที่ 66% พูดง่ายๆก็คือว่า เป็นทำเลที่ฮ็อตกว่า CBD อีกนะจ๊ะ

 

หรือต่อให้มีที่ว่างมากพอที่จะสร้างคอนโด นักพัฒนาก็ต้องเจอกับโจทย์ใหญ่โจทย์หินว่าจะสร้างคอนโดบนทำเล "ราชเทวี" อย่างไรให้แตกต่างแต่ดึงดูด และเผยให้เห็นถึงศักยภาพของทำเลได้อย่างเต็มเปี่ยม เพราะไม่ใช่แค่อยู่ใกล้ “สยาม” ศูนย์กลางแฟชั่นนำเทรนด์ของเมืองไทยเท่านั้น

 

แต่ยังเป็นศูนย์กลางงานศิลปะและงานดีไซน์ร่วมสมัย ส่งผลให้อาคารต่างๆ ที่สร้างเสร็จในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา ไล่ยาวมาตั้งแต่สยาม สะพานหัวช้าง จนมาถึงราชเทวีทั้งฝั่งประตูน้ำและฝั่งทางไปแยกยมราช ล้วนสร้างขึ้นด้วยคอนเซ็ปต์ที่ชัดเจนและแข่งขันกันที่ดีไซน์แปลกใหม่ 

 

ล่าสุดกับโครงการใหม่ CONNER ราชเทวี ที่สุดแห่งผลงานการออกแบบคอนโดที่ตีโจทย์ได้แปลกแหวกกรอบจนสร้างประวัติศาสตร์ได้รับ 2 รางวัลความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมจากงาน Asia Pacific Property Award 2018-1019 ตั้งแต่ยังไม่เริ่มสร้างโครงการ! นั่นคือ


Award Winner Residential High rise Architecture Thailand และรางวัลที่เป็นที่จับตาที่สุดในหมวดคอนโดมิเนียมแนวสูง : Five Stars Best Residential High rise Architecture Thailand ตอกย้ำถึงผลงานสถาปัตยกรรมที่สวยงามและโดดเด่นเป็นที่หนึ่งในแถบเอเชียแปซิฟิค

 

การันตีผลงานกันตั้งแต่ยังไม่เริ่มสร้างขนาดนี้... ลองมาดูกันสิว่า เหตุผลอะไรที่ทำให้ CONNER ราชเทวี สร้างปรากฏการณ์แบบนี้ขึ้นมาได้

 

CONNER ราชเทวี บริหารโดย The Creators HQ ที่แม้ว่าชื่ออาจจะไม่คุ้นหูเท่าไรนักแต่การันตีด้วยผลงานการบริหารโครงการ C Ekkamai มูลค่า 3,800 ล้านบาทจนประสบความสำเร็จ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ The Creators HQ ที่เป็นการรวมตัวของทีมงานมืออาชีพรุ่นใหม่ที่มาพร้อมมุมมองด้านอสังหาริมทรัพย์ที่สดใหม่

 

โครงการตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพในอนาคตติดกับ MRT ราชเทวีสายสีส้มเพียงแค่ก้าวเดียวหรือ 0 เมตร และห่าง BTS สถานีราชเทวี 300 เมตร ห่างจาก “สยาม” เพียง 1 สถานี หรือเทียบเป็นระยะทางก็เพียง 700 เมตร คุณก็จะได้เข้าสู่โลกแห่งสยาม ศูนย์กลางธุรกิจ แฟชั่น ศิลปะ และสถาบันการศึกษาอันดับ 1 ของเมืองไทย 

 

เป็นศูนย์กลางการช้อปปิ้งแฟชั่นชั้นนำของเมืองไทย อาทิ สยามพารากอน สยามดิสคัฟเวอรี่ มาบุญครอง ศูนย์กลางการศึกษาอันดับ 1 ของไทยอย่างโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศูนย์กลางทางความคิดและศิลปะกับหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

 

นอกจากนี้ สยามยังเป็นสถานี Super Interchange ระหว่าง BTS สายพหลโยธิน และสายสีลม นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อไปยัง แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ได้ใน 1 สถานี คือจากสถานีพญาไทมุ่งตรงสู่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ และในอนาคต “ราชเทวี” จะกลายเป็นจุดตัดของ MRT (ตลิ่งชัน-มีนบุรี) สายสีส้มที่กำลังจะเกิดขึ้น

 

ซึ่งถือเป็นการเชื่อมต่อระหว่างฝั่งตะวันตกสู่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ และในขณะเดียวกัน BTS สายสีเขียวในปัจจุบันเองก็เป็นเส้นที่เชื่อมต่อระหว่างฝั่งเหนือ และใต้ของกรุงเทพฯ เพราะฉะนั้นเมื่อ MRT สายสีส้มเกิดขึ้น ทำเลนี้ก็จะกลายเป็นจุดศูนย์กลางการเดินทาง และขนส่งที่สำคัญของกรุงเทพฯ 

 

ขณะที่สยามกำลังเติบโตเต็มพื้นที่จนเริ่มกระจายตัวมายังพื้นที่ใกล้เคียงอย่างราชเทวี ทำให้ราชเทวีกลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจและไลฟ์ไสต์แห่งใหม่ของกรุงเทพ อาทิ เป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงานเกรด A เช่น Spring tower, JRK tower, BTS Complex Phyathai รวมทั้งเป็นแหล่งช็อปปิ้งและไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ เช่น Stadium one, The Market by Platinum, Pathum Wananurak park, King Place market และ Smile square เป็นต้น


 

CONNER ราชเทวี ได้รับการออกแบบภายใต้คอนเซปต์ “The Future is Just Around the Corner” ที่ออกแบบมาให้เราได้สัมผัสใกล้ชิดกับชีวิตเมืองที่เหนือระดับในทุกมุมมองกับคอนโด High Rise สูง 38 ชั้น บนพื้นที่ 1-3-21 ไร่ แม้พื้นที่จะไม่มากแต่ก็เน้นการผสมผสานพื้นที่สีเขียวเข้ากับนวัตกรรมล้ำสมัย เพื่อยกระดับคุณภาพให้ดีขึ้นในทุกมิติได้อย่างลงตัว

 

จากภาพด้านบนจะเห็นได้ว่าตัวโครงการตั้งอยู่ติดกับทางออกของ MRT สถานีราชเทวีแบบรั้วติดรั้ว เพียงแค่ก้าวเดียวก็ถึงตัวโครงการแล้ว (หมายเหตุ หน้าตาของสถานีอาจมีการเปลี่ยนแปลง แต่ตำแหน่งเป็นจุดนี้แหละค่ะ)

 

ไฮไลท์ของโครงการก็คงจะหนีไม่พ้นชื่อโครงการ CONNER ที่มาจากคำว่า Corner Location หมายถึงทำเลที่ตั้งอยู่บนหัวมุมแยกราชเทวี จุดตัดของถนนสำคัญอย่างเพชรบุรีและพญาไท และยังเป็นจุดตัดของรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวกับ MRT สายสีส้ม และ "Corner Room"

 

ซึ่งในโครงการมีห้องมุมมากกว่า 61% หรือ 179 ยูนิตจากทั้งหมด 294 ยูนิต เพื่อให้ทุกห้องได้สัมผัสกับวิวของเมืองได้อย่างเต็มที่ ยูนิตส่วนใหญ่ของที่นี่จะเป็นห้องสไตล์ Urban Loft เพดานสูง 4.5 เมตร ขนาด 30-42 ตร.ม. รวม 195 ยูนิต ส่วนที่เหลือจะเป็นห้อง Simplex หน้ากว้าง เพดานสูง จำนวน 96 ยูนิต (แค่เพดานก็รู้สึกว่ากว้างจับใจแล้ว)

 

ขอขยายความกันอีกนิดกับความเป็น Urban Loft ของ CONNER ราชเทวี ที่เน้นเพดานสูงโปร่งถึง 4.5 เมตร เพิ่มพื้นที่ใช้สอยและเปิดมุมมองภายในห้องให้กว้างขึ้นด้วยการทำเป็นเหมือนบ้าน 2 ชั้น

 

ขณะเดียวกันก็มีความเป็นส่วนตัวด้วยการแยกห้องนอนไปไว้ที่ชั้น 2 แยกฟังก์ชั่นการใช้ชีวิตในแต่ละพื้นที่ออกจากกันชัดเจน และให้กระจกกั้น และราวกันตกแบบเต็ม นอกจากนี้สำหรับคนที่ได้เป็นเจ้าของห้องลอฟท์ในตำแหน่งมุม นอกจากโปร่งโล่งเพราะความเป็น Urban Loft แล้ว การได้เป็นหนึ่งใน Corner Room ก็เพิ่มมุมมองเห็นวิวเมืองได้แบบไร้ขีดจำกัดด้วยเช่นเดียวกัน  


 

ภาพด้านล่างคือชั้น 2 ของห้อง Loft ที่ออกแบบให้เป็นห้องนอน พร้อมเพิ่มพื้นที่บริเวณตู้เสื้อผ้าให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงมากขึ้นด้วยการทำเป็น Walk-in Closet ขนาดย่อม เก็บเสื้อผ้าได้มากขึ้น ใช้สอยได้มากขึ้น แต่ยังคงสไตล์การออกแบบให้เรียบหรูและเป็นส่วนตัว แถมแอร์ที่ให้ไม่ใช้แอร์ธรรมดานะจ๊ะ เป็นแอร์คอนซีลทุกห้องเลยจ้า

 

ส่วนห้อง Simplex ก็คือห้องชั้นเดียวเหมือนคอนโดปกติทั่วไป ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 แบบย่อยคือ


• 1 Bedroom ขนาด 34.9 และ 35.4 ตร.ม. รวม 32 ยูนิต 

• 1 Bedroom Plus ขนาด 50 ตร.ม. รวม 32 ยูนิต 

• 2 Bedroom ขนาด 73 และ 69 ตร.ม. รวม 32 ยูนิต

 

ซึ่งภาพของห้อง Simplex ที่ปล่อยออกมาให้เห็นกันก็จะเป็นห้อง Simplex ที่เรียบหรูกว้างขวาง และโปร่งโล่งในอีกมุมมอง

 

จากภาพตัวอย่างด้านบนจะเห็นได้ถึงห้อง Simplex ที่มีโครงการสร้างเหมือนคอนโดทั่วไป แต่ทว่าโดดเด่นด้วยการใช้วัสดุตั้งแต่การปูพื้น ปูผนัง และการจัดวางฟังก์ชั่นใช้สอยได้เป็นสัดส่วน ที่สำคัญคือมองเห็นวิวกรุงเทพได้อย่างจุใจด้วยกระจกทรงสูงจรดเพดาน ด้วย Floor-to-ceiling สูง 3 เมตร หน้ากว้าง 15 เมตร เปิดรับวิวกรุงเทพได้อย่างสุดสายตา

 

ห้องน้ำของห้อง Simplex type H ที่นอกจากได้รับผลิตภัณฑ์ และสเปกที่เรียบหรู ดูแพง ผ่านการคัดสรรมาอย่างดีแล้ว ด้านของวิวห้องน้ำเองยังโชว์ให้เห็นวิวเมืองแบบชิดติดขอบอ่างเลยทีเดียว ใครชอบ Sexy bath ห้อง type นี้แนะนำเลย

 

ขณะที่โซนห้องนอนก็เน้นความเรียบง่ายเหมาะกับการพักผ่อน ส่วนวิวภายนอกนั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะคุณจะได้มีวิวส่วนตัวที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนเลยจริงๆ

 

ส่วนความกว้างของห้อง Loft กว้างมากที่สุดที่ 7.6 เมตร ห้อง Simplex กว้างมากที่สุดที่ 15.85 เมตร โดยมีห้องที่มีหน้ากว้างรวม 135 ยูนิต จำนวนยูนิตต่อชั้นน้อยสุดอยู่ที่ 6 ยูนิตต่อชั้น และมากสุดที่ 14 ยูนิตต่อชั้น ตอกย้ำการเป็นคอนโดแห่งนวัตกรรมด้วยระบบที่จอดรถอัตโนมัติรวม 232 คัน (78.9%)  

 

จากภายในโครงการมาต่อกันที่แนวคิดการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางที่ไม่ได้เน้นแค่ดีไซน์สวยหรูเท่านั้น แต่ยังพัฒนาขึ้นจาก Pain-Point ของคนเมือง อะไรที่กำลังเป็นปัญหา ทางโครงการก็พยายามหาทางแก้ปัญหาและออกแบบให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของคน “ราชเทวี” ในยุคนี้ให้มากที่สุด ได้แก่ 

 

จากปัญหามลภาวะทางอากาศของคนกรุง ทางโครงการจึงได้ออกแบบ Vertical Forest หรือสวนป่าในแนวตั้งความสูง 80 เมตร ประกอบด้วยต้นไม้กว่า 145,987 ต้น หรือคิดเป็นพื้นที่ 5,839.50 ตร.ม. สามารถผลิตอ๊อกซิเจนรองรับลูกบ้านได้กว่า 357 คน 

 

นอกจากสวนแนวตั้งภายนอกอาคารที่ทำหน้าที่เสมือนด่านคัดกรองอากาศชั้นแรกแล้ว ภายในโครงการยังมีพื้นที่พักผ่อนสีเขียวซ่อนตัวอยู่ในมุมต่างๆ ของโครงการ ให้คุณได้มีพื้นที่พักผ่อนเดินเล่นอีกด้วย

 

พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ผูกติดกับโลกออนไลน์ ทำให้ทางโครงการปิ๊งไอเดียเพิ่มพื้นที่ส่วนกลางที่ตอบโจทย์พฤติกรรมนักช็อปออนไลน์ได้มีชีวิตที่สะดวกสบายมากขึ้น ด้วยการออกแบบ Delivery Box & Storage Room ห้องรองรับการสั่งอาหารออนไลน์ของลูกบ้านที่ช่วยรักษาอุณหภูมิอาหารให้พร้อมทานตลอดเวลา รวมทั้งห้องสำหรับเก็บของชิ้นใหญ่สำหรับนักช็อปที่สั่งของมาส่งที่คอนโด

 

รูปแบบการทำงานและการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ทำให้คนเมืองต้องการพื้นที่ทำงานที่ไม่ใช่ออฟฟิศ กลายเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ Recreation Zone ซึ่งเป็นพื้นที่ทำกิจกรรมอันหลากหลาย ทั้ง Study Area ที่มีทั้ง Study Pod ที่ต้องการพื้นที่ทำงานส่วนตัว หรือ Step Seat ที่เรียกว่า Auditorium สำหรับการประชุมอย่างไม่เป็นทางการ และ The Club สำหรับความเป็นส่วนตัวสูงสุด 

 

จากภาพด้านล่างก็เป็นหนึ่งมุมของ Recreation Zone ที่ออกแบบพื้นที่และแสงสีเพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างความหรูหรา และเป็นส่วนตัวภายใต้ชื่อ The Club

 

การรักษาความสะอาดของน้ำภายในโครงการ ด้วยการนำระบบน้ำจากประเทศออสเตรเลียเข้ามาใช้ภายในโครงการเพื่อย่อยสลายตะกอนและสสารในน้ำให้มีโมเลกุลเล็กลง ช่วยทั้งเรื่องค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์ ประหยัดเวลา ประหยัดเงิน แถมยังช่วยลดคลอรีนในน้ำซึ่งดีต่อสุขภาพของลูกบ้าน เราเรียกนวัตกรรมนี้ว่า “HydroSmart”

 

ขณะที่ดีไซน์ภายนอกเต็มไปด้วยแนวคิดล้ำอนาคตและตอบโจทย์ชีวิตคนยุคใหม่จนได้รับรางวัลการันตีถึง 2 รางวัล แล้วจะให้ภายในธรรมดาได้ยังไง? โดยเฉพาะการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่เสมือนเป็นการออกแบบเสื้อผ้าหน้าผมให้สะท้อนตัวตนและเสริมความเป็นตัวเองให้ชัดเจนโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

 

CONNER ราชเทวี จึงได้คัดสรรทุกชิ้นส่วนทุกอุปกรณ์ที่จะนำมาใช้กับโครงการเป็นอย่างดีด้วยแบรนด์ชั้นนำระดับโลก บนพื้นฐานของแนวคิดที่ว่า ต้องตอบโจทย์การใช้งานจริงของลูกบ้าน มีคุณภาพและราคาที่เหมาะสม และที่สำคัญคือ “ต้องมีสไตล์”

 

ตัวอย่างเช่น อุปกรณ์ในห้องครัวก็ใช้แบรนด์ครัวเรือนชั้นนำจากยุโรปอย่าง Gorenje by Oraito ที่ผสมผสานเทคโนโลยีสุดล้ำเข้าดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์โดยฝีมือการออกแบบของดีไซเนอร์ชั้นนำจากประเทศฝรั่งเศสที่ทำงานร่วมกับนักออกแบบระดับโลกอย่าง Ora Ito ที่ได้ออกแบบแบรนด์หรูอย่าง Louis Vuitton, Gucci, Nike, Apple ซึ่งโครงการนี้ถือเป็นโครงการแรกของไทยที่ใช้แบรนด์ระดับโลกแบรนด์นี้ 

 

จากภาพด้านล่างจะเห็นตัวอย่างการออกแบบพื้นที่โซนครัวได้ออกมาเรียบหรูและเป็นส่วนตัวเสริมความมีสไตล์ด้วยอุปกรณ์ต่างๆ ภายในโซนครัวที่เรียบๆ แต่ทว่าทำให้ภาพรวมของห้องดูมีดีไซน์หรูหราขึ้น

 

Fritz Hansen อีกหนึ่งแบรนด์ระดับโลกที่ถูกเลือกมาใช้ในโครงการซึ่งเป็นแบรนด์จากประเทศเดนมาร์คที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 150 ปี เป็นแบรนด์พันธมิตรกับแบรนด์ระดับโลกอื่นๆ อีกหลายแบรนด์

 

โดยมีคอนเซ็ปต์ว่า เน้นการนำดีไซน์ในฝันมาประยุกต์ใช้กับชีวิตจริง โดยคำนึงถึงฟังก์ชั่นใช้สอยและการออกแบบเป็นสำคัญ เฟอร์นิเจอร์เด่นสุดๆ ของแบรนด์ก็คงจะเป็น Egg Chair เก้าอี้ทรงไข่สุดคลาสสิคที่รู้จักกันไปทั่วโลกที่ดีไซน์มานานกว่า 60 ปีแล้วแต่ก็ยังเป็นที่นิยม

 

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆ ที่โชว์ศักยภาพของงานดีไซน์อย่างเต็มที่สมกับที่ได้รับการการันตีด้วย 2 รางวัล โชว์ให้เห็นถึงวิวเมืองในทุกมุมมอง จากภาพเป็นพื้นที่ส่วนกลางบริเวณสระว่ายน้ำที่สามารถว่ายชมวิวได้รอบทุกด้าน รวมทั้งด้านบนที่เป็นห้องฟิตเนสลอยฟ้าขนาดใหญ่ หรือจะมองเลยฟิตเนสขึ้นไปอีกนิดจะเห็นได้เลยว่า ทางโครงการออกแบบโซนที่พักให้เกือบทุกห้องเป็นห้องมุมได้อย่างแท้จริง

 

เปิดเผยตัวโครงการมาพอให้ฮือฮาได้ขนาดนี้ หลายคนคงอยากเห็นห้องตัวอย่างของจริงกันแล้ว แต่บอกไว้ก่อนว่า ถ้ารอถึงวันนั้นก็ไม่รู้ว่าจะเหลือให้เลือกอีกกี่ยูนิต แต่ที่แน่ๆ ยูนิตดีๆ เด่นๆ วิวโดนๆ คงจะไม่เหลือให้เลือกแล้ว!

 

จัดครบจัดเต็ม การันตีดีไซน์สุดล้ำสมัยด้วย 2 รางวัลระดับเอเชียแปซิฟิก มาพร้อมกับราคาเปิดให้จองที่ 170,000 - 260,000 บาทต่อตร.ม. หรือเริ่มต้นที่ 8 ล้านบาท ว่ากันว่าเป็นราคาที่ต่ำกว่าคอนโดในเกรดที่เทียบเท่ากันในย่านนี้ซึ่งปกติจะอยู่ที่ 300,000 บาทต่อตร.ม.

 

เห็นแบบนี้แล้ว ใครต้องการที่สุดของคอนโดในย่าน สยาม-ราชเทวี เราแนะนำให้คุณรีบมาดู CONNER ราชเทวี กันก่อนที่ห้องสวยๆ จะหมด

 

4-5 สิงหาคมนี้ พบกับงานพรีเซลส์เปิดตัวครั้งแรกกับ Sale Gallery ร่วมสัมผัสนวัตกรรมการออกแบบได้ด้วยตาคุณเอง

 

ลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลดสูงสุด 600,000 บาท ได้เฉพาะสองวันนี้เท่านั้น ได้ที่ https://bit.ly/2NrIBxt หรือโทร. 093-289-8988


 

เขียนความคิดเห็น
บทความล่าสุด