Review

The Politan Breeze สูดลมหายใจและพักผ่อนให้ชุ่มปอดกับคอนโดติดแม่น้ำเจ้าพระยา

LifeScape 2018-07-26 12:57:30

The Politan Breeze 

สูดลม ชมวิว เจ้าพระยา

บนทำเลรถไฟฟ้ามาหานะเธอ

โดย LifeScape

 

ห้องประกาศ ขาย เช่า เดอะ โพลิแทน บรีซ ดูที่นี่..

 

ถ้าคุณฝันอยากมีคอนโดริมแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ถูกดับฝันมาแล้วหลายต่อหลายครั้งเพราะราคาที่แพงลิบลิ่ว วันนี้เรามีอีกหนึ่งตัวเลือกมานำเสนอกับคอนโดริมแม่น้ำเจ้าพระยาในราคาเริ่มต้นที่มนุษย์เงินเดือนเอื้อมถึง ผ่อนได้ในราคาเริ่มต้นแปดพันบาทต่อเดือน!!

 

ไม่เชื่อใช่ไหมล่ะ? มาพิสูจน์พร้อมกันกับรีวิวคอนโดมิเนียมริมแม่น้ำเจ้าพระยาแถมยังอยู่ใกล้รถไฟฟ้าอีกต่างหาก

 

The Politan Breeze

 

The Politan Breeze คอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น 4 อาคาร พร้อมด้วยอาคารจอดรถ 7 ชั้นอีก 1 อาคาร ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 7 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ส่วนอยู่อาศัย 4 ไร่ และพื้นที่ส่วนกลางอีกกว่า 3 ไร่ ภายในซอยนนทบุรี 15 ถนนสนามบินน้ำ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีพระนั่งเกล้าในราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท

 

ก่อนจะที่จะเข้าไปเจาะลึกตัวโครงการ มาดูทำเลรอบโครงการและการเดินทางกันสักนิด

 

The Politan Breeze เฟสที่สองอยู่ติดกับโครงการ The Politan Rive คอนโด High Rise สูง 57 ชั้น ของเอเวอร์แลนด์เหมือนกันแต่มีการแบ่งพื้นที่ออกจากกันชัดเจน สามารถเดินทางได้หลายเส้นทาง ล้อมรอบด้วยถนนสายหลัก 5 สาย

 

ได้แก่ ถนนงามวงศ์วาน ถนนติวานนท์ ถนนเลี่ยงเมืองนนท์ ถนนรัตนาธิเบศร์ และถนนนนทบุรี และอยู่ไม่ไกลจากถนนแจ้งวัฒนะ อยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีม่วงสถานีพระนั่งเกล้า และในอนาคตมีแผนสร้างจุดเชื่อมต่อเรือด่วนเจ้าพระยาบริเวณใต้สะพานพระนั่งเกล้าอีกด้วย

 

มาเริ่มกันที่การเดินทางบนถนนสายหลักกันก่อน


เส้นทางที่ 1 จากถนนงามวงศ์วานหรือลงจากทางด่วนศรีรัช หากมาจากถนนงามวงศ์วานหรือลงมาจากทางด่วนศรีรัชให้คุณเบี่ยงซ้ายเพื่อเข้าสู่ถนนงามวงศ์วาน แล้ววิ่งตรงข้ามแยกแครายเข้าสู่ถนนรัตนาธิเบศร์ จากแครายวิ่งตรงมาประมาณ 5 กม. ให้ออกซ้ายไปวิ่งทางคู่ขนานด้านนอก เพราะถ้าตรงไปจะเป็นทางขึ้นสะพานพระนั่งเกล้า พอเบี่ยงออกซ้ายแล้วก็เตรียมยูเทิร์น และเมื่อยูเทิร์นแล้วสามารถเข้าโครงการได้สองทางคือ


• ยูเทิร์นแล้วชิดซ้ายเตรียมเลี้ยวเข้าซอยรัตนาธิเบศร์ 42 ซึ่งมีป้ายวัดน้อยนอกติดไว้ชัดเจน ตรงเข้ามาประมาณ 400 เมตร โครงการอยู่ฝั่งซ้ายมือ


• ยูเทิร์นแล้ววิ่งตรงมาแล้วออกซ้ายเข้าสู่ถนนนนทบุรี วิ่งตรงมาประมาณ 300-400 เมตร ซอยนนทบุรี 15 อยู่ทางฝั่งซ้ายมือ วิ่งตรงเข้ามาในซอยประมาณ 300 เมตรก็จะเจอกับโครงการที่อยู่ฝั่งซ้ายมือ

 

เส้นทางที่ 2 จากถนนแจ้งวัฒนะ ให้วิ่งตรงมาตามถนนแจ้งวัฒนะจนถึงห้าแยกปากเกร็ดให้เบี่ยงซ้ายเข้าสู่ถนนติวานนท์ วิ่งตรงมาประมาณ 3.5 กม. จะเจอกับสามแยกสนามบินน้ำให้เตรียมเลี้ยวขวาเพื่อเข้าสู่ถนนนนทบุรี

 

วิ่งตรงผ่านสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ผ่านตลาดสนามบินน้ำ และผ่านแยกที่ตัดกับถนนเลี่ยงเมืองนนท์ไปตามทางประมาณ 4.5 กม. สังเกตุขวามือจะมีธนาคารไทยพาณิชย์สาขาสะพานพระนั่งเกล้าตั้งอยู่ชัดเจนบริเวณปากซอยนนทบุรี 15 และเมื่อเลี้ยวเข้าซอยมาก็จะเห็นป้ายโครงการ The Politan และมองเห็นคอนโด The Politan Rive ที่กำลังก่อสร้างอย่างชัดเจน

 

นอกจากนี้ จากถนนแจ้งวัฒนะยังสามารถเข้ามาทางถนนเลียบคลองประปามาโผล่ตรงบริเวณสี่แยกพงษ์เพชรแล้วเลี้ยวเข้าถนนงามวงศ์วานแล้ววิ่งตามเส้นทางที่ 1 ได้เลย หรือจะเลี้ยวขวาบริเวณแยกสามัคคีเพื่อเข้าสู่ถนนสามัคคี วิ่งตรงมาตามถนนสามัคคีประมาณ 4.5 กม. แล้วออกซ้ายเข้าสู่ถนนติวานนท์ วิ่งตรงไปอีกประมาณ 1 กม. เตรียมเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนนนทบุรีที่บริเวณแยกสนามบินน้ำ แล้ววิ่งตามเส้นทางที่ 1 ต่อไป

 

เส้นทางที่ 3 มาจากถนนรัตนาธิเบศร์ฝั่งที่มาจากบางใหญ่ ให้วิ่งข้ามสะพานพระนั่งเกล้าลงมาแล้วเตรียมชิดซ้ายทันที เพราะปากซอยวัดน้อยนอกอยู่ห่างจากทางลงสะพานเพียง 100-150 เมตรเท่านั้น หรือจะเลยไปหน่อยแล้วเข้าสู่ถนนนนทบุรี ไปเข้าทางปากซอยนนทบุรี 15 ก็ได้เช่นกัน

 

นอกจากการเดินทางด้วยรถยนต์แล้ว “รถไฟฟ้าสายสีม่วง” คืออีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ทำให้ The Politan Breeze มีความน่าสนใจขึ้นมาทันที ช่วยให้การเข้าสู่กรุงเทพชั้นในไม่ใช่เรื่องยาก เพราะจากรถไฟฟ้า MRT สายบางซื่อ-หัวลำโพง มาลงที่สถานีบางซื่อแล้วต่อรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่สถานีเตาปูนมาลงที่สถานีพระนั่งเกล้า รวม 9 สถานี ค่ารถประมาณ 35-40 บาท

 

ซึ่งทางลงจะอยู่ตรงข้ามกับซอยรัตนาธิเบศร์ 42 ถ้าเดินจากสถานีพระนั่งเกล้าไปที่โครงการก็ระยะประมาณ 400 เมตร หรือจะนั่งแท็กซี่ยูเทิร์นใต้สะพานแล้วเข้าซอยรัตนาธิเบศร์ 42 หรือจะเดินข้ามสะพานลอยมานั่งวินแถวปากซอยรัตนาธิเบศร์ 42 ก็ได้

 

ส่วนใครที่จะไปต่อรถไฟฟ้าสายอื่นๆ ก็มีทางเลือกเพิ่มอีกทางคือ สามารถนั่งรถไฟฟ้าสายสีม่วงย้อนกลับไปทางเตาปูนอีก 4 สถานี ลงที่สถานีศูนย์ราชการนนทบุรีซึ่งเป็นสถานีเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) ซึ่งสายสีชมพูยังเป็นสายสำคัญที่เชื่อมต่อกับสายสีเขียวส่วนต่อขยายสถานีวัดพระศรีมหาธาตุ ที่วิ่งไปบรรจบกับสายสีเขียวที่สถานีหมอชิตได้อีกด้วย

 

นอกจากนี้ ยังสามารถโดยสาร “เรือ” ได้ที่ท่าเรือกระทรวงพาณิชย์ หรือที่ท่าน้ำนนทบุรี เพื่อเข้าสู่ย่านใจกลางเมืองได้เกือบทุกเส้นทาง และคาดว่าภายในปี 2562 จะมีการเปิดท่าเรือใหม่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าพระนั่งเกล้าอีกด้วย

 

สำหรับสภาพแวดล้อมรอบโครงการยังถือว่ามีอาคารสูงไม่มากนัก ส่วนใหญ่เป็นอาคารบ้านเรือนและชุมชนในแนวราบ มีอพาร์ทเม้นท์และคอนโดแนวสูงบ้างประปราย มีวัดน้อยนอกเป็นศูนย์กลางของชุมชน และอยู่ใกล้กับหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจที่สำคัญโดยเฉพาะบริเวณถนนนนทบุรียาวไปจนถึงสนามบินน้ำ

 

อาทิ กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล บ้านพักข้าราชการ ฯลฯ ทำให้ในบริเวณนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารการกิน ทั้งร้านข้างทางทั่วไป ร้านอาหารขึ้นชื่อและร้านอาหารริมน้ำ ไล่ยาวไปจนถึงบริเวณสนามบินน้ำ อีกหนึ่งย่านที่ขึ้นเรื่องของอร่อยทั้งคาวและหวาน 

 

หรือหากใครชอบเดินห้างก็มีห้างใหญ่อย่างเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ที่อยู่ห่างไปประมาณ 6 กม. นอกจากนี้ยังมีโลตัส บิ๊กซี และมีโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าที่ห่างไปเพียงประมาณ 1.5 กม. รวมทั้งโรงเรียนและโรงพยาบาลอีกจำนวนหนึ่ง หรือไกลออกไปทางฝั่งงามวงศ์วานก็มี เอสพลานาดแคราย-งามวงศ์วาน เดอะมอลล์งามวงศ์วาน พันธ์ทิพย์พลาซ่างามวงศ์วาน หรือจะข้ามไปฝั่งบางใหญ่ก็มีห้างใหญ่อย่าง Central West Gate และ Ikea

 

โครงการ The Politan Breeze ได้เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ต้นปี 2560 และปัจจุบันนี้สร้างเสร็จแล้วเกือบสมบูรณ์ 100% พร้อมเข้าอยู่ประมาณเดือนตุลาคม บนพื้นที่โครงการ 7-2-85 ไร่ แบ่งเป็นส่วนอยู่อาศัยประมาณ 4 ไร่ และพื้นที่ส่วนกลางกว่า 3 ไร่ เป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น 4 อาคาร รวม 587 ยูนิต และร้านค้า 3 ห้อง มีอาคารจอดรถ 7 ชั้น 1 อาคาร จอดได้ 343 คัน รวมจอดซ้อนคัน หรือคิดเป็น 58% 

 

ซึ่งในวันนี้เราจะพาทุกคนไปชมภาพจริงและบรรยากาศจริงของโครงการ The Politan Breeze ตามมาเลยค่ะ

 

ก่อนอื่นมาทวนแผนผังโครงการกันสักนิด จากด้านหน้าของโครงการก็จะเป็นอาคารจอดรถ ไล่เข้าไปก็จะเจอกับอาคาร D C B A ตามลำดับ โดยทิศเหนือของโครงการจะติดกับคลอง ด้านใต้ติดกับโครงการ The Politan Rive ทิศตะวันออกติดถนน และติดตะวันตกติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา

 

หรือจากภาพจำลองของโครงการด้านล่าง เมื่อมองจากฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าไปจะเห็นว่าฝั่งซ้ายมือหรือทิศเหนือของโครงการจะติดกับคลองสายเล็กๆ ซึ่งเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับโครงการฝั่ง B และ C ได้ในระดับหนึ่ง

 

จากภาพจำลองมาเข้าสู่สถานที่จริงกันบ้างกับภาพด้านล่างที่เป็นมุมมองจากอาคาร C D หันหน้าเข้าแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งระหว่างอาคาร C D จะออกแบบเป็นพื้นที่พักผ่อนสีเขียว มาตลอดแนวจนเกือบจะถึงจุดเชื่อมระหว่างอาคาร C D กับอาคาร A B ทางโครงการได้ออกแบบเป็น The river breeze pond with sunken หรือเป็นส่วนนั่งพักผ่อนที่ยื่นเข้าไปในสระน้ำไว้สำหรับนั่งพักผ่อนท่ามกลางสวนสีเขียวและรับลมเย็นๆ จากสระน้ำที่ล้อมรอบ

 

จาก The river breeze pond with sunken บริเวณระหว่างอาคาร C D มาถึงทางเชื่อมกับอาคาร A B ตามภาพด้านล่างจะเป็นส่วนของสระเด็ก และที่เห็นเลยไปนิดเป็นพื้นยกระดับสูงขึ้นไปนั่นคือ Riverfront Swimming Pool สระว่ายน้ำยาว 30 เมตรที่สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้
ส่วนที่เห็นเป็นห้องกระจกบริเวณใต้อาคาร B หรือด้านขวามือจากสระเด็ก ก็คือห้องฟิตเนสของโครงการที่มีอยู่ใต้อาคาร B เท่านั้น

 

นอกจากนี้ ยังมีที่นั่งรับลมชมวิว สัมผัสชีวิตริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจากภาพด้านล่างเป็นภาพที่เราเพิ่งไปถ่ายมาช่วงเดือนกรกฎาคม 2561 นี่เอง จะเห็นได้ว่าบรรยากาศยังเงียบสงบ ไม่มีสิ่งก่อสร้างกีดขวาง จะมีก็เพียงตึกสูงที่อยู่ไกลออกไปอีกฝั่งแม่น้ำ 2-3 อาคารเท่านั้น

 

ตามที่บอกไปด้านบนว่า ข้างสระเด็กใต้อาคาร B เป็นที่ตั้งของห้องฟิตเนสหนึ่งเดียวของโครงการ แม้จะมีฟิตเนสอยู่แค่จุดเดียวแต่ก็เรียกว่าคุ้มค่า ตั้งแต่การออกแบบให้โปร่งโล่งกว้างขวางพอสมควร คุมโทนออกแนวสีน้ำตาล-ดำ

 

เพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยการเว้นระยะห่างของเครื่องเล่นพอสมควร เน้นใช้แสงสว่างจากภายนอกโดยหันหน้าเข้าหาสระว่ายน้ำ แต่มีต้นไม้สีเขียวช่วยพรางสายตาจากด้านนอกได้ ที่สำคัญคือภาพรวมดูหรูหราทั้งด้วยวัสดุตกแต่งและอุปกรณ์ออกกำลังกายที่จัดเต็มสุดๆ

 

ภาพด้านล่างแสดงให้เห็นถึงโครงสร้างของห้องฟิตเนสที่ค่อนข้างโปร่งโล่ง ปูพื้นด้วยไม้ลามิเนตสีเข้ม ตกแต่งเพิ่มแสงให้กับเครื่องเล่นแต่ละชิ้นแต่ละจุดอย่างมีจังหวะ


 

มีเครื่องเล่นให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ซึ่งทางโครงการได้จัดสรรแบ่งพื้นที่ออกจากกันชัดเจนด้วยการใช้ฉากบังตาดีไซน์พื้นผิวหินอ่อนสีดำ ตอกย้ำความหรูหราของโครงการและความเป็นส่วนตัวได้เป็นอย่างดี

 

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจที่อยู่บริเวณใต้อาคาร B ก็คือส่วนของ Library ที่ออกแบบให้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์จะนั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือนั่งพักผ่อนก็ได้เต็มที่

 

ด้วยดีไซน์โมเดิร์นและหรูหรา ใช้หน้าต่างกระจกทรงสูง มองเห็นพื้นที่สีเขียวและสีฟ้าแบบเต็มตา รับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ในตอนกลางวันเหมาะกับการนั่งอ่านหนังสือ ตัดกับผนังและโต๊ะหินอ่อนที่ให้อารมณ์หรูหราตามคอนเซ็ปต์การออกแบบของโครงการ

 

หรือจะนั่งพักผ่อนบริเวณโซฟาที่ออกแบบตกแต่งภายในให้ดูหรูหรา เน้นแสงเบาๆ ถนอมสายตา มีมุมนั่งพักผ่อนหรือนั่งคุยที่เป็นส่วนตัวขึ้นมาหน่อย

 

หรือจะขึ้นบันไดวนไปนั่งพักผ่อนใช้พื้นที่บริเวณชั้นลอยด้านบนก็ได้เช่นกัน ลักษณะการออกแบบห้อง Library โดยรวมเน้นความโมเดิร์นแต่เพิ่มความหรูหราด้วยวัสดุพื้นผิวแบบหินอ่อนและโทนแสงสีน้ำตาลทอง คลุมโทนโดยรวมเป็นสีดำ-น้ำตาล และเพิ่มสีธรรมชาติจากภายนอกผ่านกระจกทรงสูง สร้างความผ่อนคลายและกระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจด้วยจังหวะของโทนสี แสง และโคมไฟรูปทรงแปลกตา

 

จากภาพด้านบนจะเห็นว่าทางโครงการพยายามจัดสรรพื้นที่ภายในห้อง Library ให้มีความหลากหลาย ด้านขวามือนั่งแบบเคาน์เตอร์บาร์ที่หันหน้าออกด้านนอก เหมาะกับการอ่านหนังสือโดยใช้แสงธรรมชาติ หรือพักสายตามองสวนสีเขียวเพลินๆ ส่วนด้านในมีส่วนของโซนโซฟาไว้นั่งผ่อนคลาย หรือจะขึ้นไปบริเวณชั้นลอยเพื่อความเป็นส่วนตัวอีกนิด

 

จากพื้นที่ส่วนกลางก็เข้ามาสู่โถงล็อบบี้ซึ่งแต่ละอาคารจะมีล็อบบี้เป็นของตัวเอง การออกแบบเน้นความหรูหราสีน้ำตาลไล่ระดับตัดกับสีดำและแสงสีทอง เพิ่มความสว้างด้วยผนังลวดลายหินอ่อนและโซฟาสีครีมน้ำตาล มีพื้นที่นั่งพักและรับรองแขก ตกแต่งด้วยมระแนงทรงสูงรอบด้าน และบังสายตาจากห้อง Mailing ด้านหลัง

 

และไม่ต้องห่วงเรื่องการรักษาความปลอดภัย เพราะตู้ Mailing จะเป็นระบบใส่รหัสที่เจ้าของห้องสามารถตั้งและเปลี่ยนรหัสได้เอง และจากโถงล้อบบี้ไปลิฟท์โดยสารจะมีประตูกระจกระบบ Key Card Access กั้นอีกที ซึ่งแต่ละอาคารมีลิฟท์ 2 ตัว

 

The Politan Breeze มีห้องให้เลือกทั้งหมด 5 แบบคือ

 

ซึ่งวันนี้เราเลยมีรูปแบบห้องมาให้ชม 4 แบบคือ 1 ห้องนอน 29 ตร.ม. / 2 ห้องนอน 43 ตร.ม. / 2 ห้องนอน 50 ตร.ม. และ 2 ห้องนอน 60 ตร.ม. ซึ่งทุกแบบของโครงการมีโปรโมชั่นแถมเฟอร์นิเจอร์แบบ Fully furnished ตามที่เห็นในภาพทุกอย่าง ยกเว้นเครื่องใช้ไฟฟ้าและผ้าม่าน

 

สำหรับห้องแบบแรก แบบ 1 ห้องนอน 29 ตร.ม. ประกอบไปด้วยโซนห้องนั่งเล่น ตามตัวอย่างภาพด้านล่าง โซนห้องครัวที่แบ่งเป็นโซนทำครัวและโซนซักล้าง 1 ห้องน้ำ และ 1 ห้องนอน พร้อมระเบียง

 

เมื่อเปิดประตูเข้ามาก็จะพบกับบริเวณห้องนั่งเล่นที่มีพื้นที่ค่อนข้างกว้างทีเดียว สามารถวางโซฟาขนาด 2-3 คนได้พอดีๆ และพื้นที่วางทีวีและตู้บิ้วท์อินด้านข้างได้ 2 ข้าง หรือจะทำเป็นทีวีแขวนและตู้บิ้วท์อินด้านบนทีวีได้อีก จากภาพด้านบนจะเห็นได้ว่าเฟอร์นิเจอร์ที่ทางโครงการให้มาค่อนข้างครบและดีไซน์สวยใช้ได้เลยแหละ 

 

มาต่อกันที่ห้องนอนมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างขวางทีเดียว สังเกตุจากตู้เสื้อผ้าที่ทางโครงการแถมมาให้ด้วยที่มีพื้นที่ใช้สอยเยอะมาก แบ่งเป็นพื้นที่แขวนเสื้อผ้า ลิ้นชัก และตู้บิ้วอินท์ด้านบน ด้านข้างตู้เสื้อผ้าเป็นโต๊ะเครื่องแป้งพร้อมลิ้นชักเก็บของ

 

ส่วนเตียงก็เป็นเตียงขนาดใหญ่แถมยังเหลือที่เดินรอบเตียง สามารถเดินออกไประเบียงด้านนอกได้สบายๆ ซึ่งระเบียงห้องนอนจะเปิดโล่ง ไม่มีคอมเพรสเซอร์แอร์มาบดบังวิว ส่วนกระจกบานประตูระเบียงที่เห็นเป็นกระจกกันแสงได้ในระดับหนึ่ง 

 

ภาพด้านล่างคือระเบียงห้องนอน

 

ส่วนห้องครัวก็ได้เกือบทั้งหมดตามภาพที่เห็นด้านล่าง ยกเว้นตู้เย็น ตัวบิ้วท์อินและเคาน์เตอร์ดูจาก Texture แล้วใช้วัสดุค่อนข้างดีทีเดียว มีความเนียน Smooth กันไปหมด ด้านล่างเป็นตู้เก็บของ

 

มีซิงก์ล้างจานหลุมลึกพอสมควรแตกต่างจากซิงก์ล้างจานแบบธรรมดาทั่วไป ตู้บิ้วอินท์ด้านบนสำหรับวางไมโครเวฟ ด้านท็อปเคาน์เตอร์ทำมาจากหินแกรนิตที่ช่วยกันรอยเปื้อนและรอยขีดข่วน ส่วนก็อกน้ำทั้งหมดของโครงการใช้แบรนด์ Teka หรือ Franke

 

และเมื่อเปิดประตูระเบียงออกไปก็เจอกับคอมเพรสเซอร์แอร์ 2 ตัว และยังมีที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าที่เดินสายไฟไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

 

จัดเต็มมาทุกห้องขนาดนี้แล้ว ห้องน้ำก็จัดเต็มกับสุขภัณฑ์คุณภาพเกรดดีเลยแหละ จากความหนาแน่นและขนาดของสุขภัณฑ์ พร้อมด้วยประตูนิรภัยกั้นอาบน้ำ ฝักบัว Rain shower และก็อกน้ำ Cristina ผนังเป็นกระเบื้องและผนังตรง Rain shower เป็น โมเสคหินอ่อน ช่วยลดปัญหาเรื่องคราบทำความสะอาดยาก พร้อมด้วยกระจกแผ่นใหญ่

 

มาต่อกันที่ห้อง 2 ห้องนอน 43 ตร.ม. ที่เพิ่มพื้นที่ใช้สอยมาอีกเกือบเท่าตัว จากภาพด้านล่างเป็นภาพเปรียบเทียบเลย์เอ้าท์ห้องแบบ 2 ห้องนอน 43 ตร.ม. กับ 2 ห้องนอน 48 ตร.ม. ซึ่งจะเห็นว่ามีเลย์เอ้าท์ห้องและองค์ประกอบใช้สอยที่เหมือนๆ กัน ต่างเพียงขนาดพื้นที่และการจัดการวางห้องเท่านั้น

 

สำหรับห้องแบบ 2 ห้องนอน 43 ตรม. ประกอบด้วย 1 ห้องนอนใหญ่ 1 ห้องนอนเล็ก 1 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว และ 1 ระเบียงขนาดยาว

จากภาพด้านล่างจะเห็นประตูทางเข้า ซึ่งเมื่อเปิดประตูเข้ามา ซ้ายมือที่มีเครื่องซักผ้าวางอยู่นั้นเป็นโซนห้องครัว ขวามือเป็นห้องน้ำ และตรงเข้ามาเป็นห้องนั่งเล่น

 

เมื่อเปิดประตูและเดินตรงเข้ามาจะเจอกับห้องนั่งเล่น ซึ่งคั่นตรงกลางระหว่างห้องนอนใหญ่กับห้องนอนเล็ก พื้นที่ห้องนั่งเล่นมีขนาดกำลังดี มาพร้อมกับโซฟาขนาดใหญ่ ที่วางทีวีและตู้บิ้วท์อินประกอบ 2 ข้าง มองออกเป็นด้านนอกเป็นระเบียงที่ยาวเชื่อมต่อกับระเบียงห้องนอนใหญ่ และขวามือที่เห็นในภาพด้านล่างก็คือประตูทางเข้าห้องนอนใหญ่

 

ภายในห้องนอนใหญ่มาพร้อมเฟอร์จัดแน่นจัดเต็มเหมือนกัน ได้เตียงขนาดใหญ่ ชั้นวางทีวีปลายเตียง ไฟ LED ด้านบนหัวเตียงที่เห็น ทางโครงการก็จะให้ทุกห้องเหมือนกันทั้งหมด

 

รวมทั้งตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งพร้อมกระจกที่เห็นก็ได้มาพร้อมกันทั้งหมด

 

ส่วนห้องนอนเล็กมีเพียงหน้าต่าง ไม่มีระเบียง มาพร้อมกับเตียงเดี่ยว 1 เตียง ตู้เสื้อผ้าเกรดเดียวกันแต่เล็กกว่า และโต๊ะเครื่องแป้งหัวเตียงพร้อมลิ้นชักเก็บของ

 

ส่วนของโซนทำครัวก็มีพื้นที่กว้างขวางและเป็นสัดส่วนมากกว่าห้องแบบแรก มีทั้งโต๊ะทานข้าวขนาด 2 คน แบบ Fix ตายตัว ซึ่งสามารถปรับเป็นโต๊ะวางของหรือเคาน์เตอร์บาร์เล็กๆ ได้

 

นอกจากจะได้ชุดครัวที่ประกอบด้วยตู้บิวท์อินด้านบนและด้านล่างแล้วยังมีซิงก์ล้างจาน พิเศษที่เพิ่มขึ้นมาจากห้องแบบ 29 ตร.ม. คือ ได้ที่เครื่องดูดควันกับเตาไฟฟ้าแบบ 1 หัวเพิ่มขึ้นมา 

 

นอกจากนี้ ยังมีที่วางตู้เย็นขนาดใหญ่ วางเครื่องซักผ้าที่ลงล็อคกับขนาดพื้นที่พอดี

 

ส่วนห้องน้ำก็มีองค์ประกอบเหมือนกับห้องแบบแรกแต่มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้น ที่จุใจสุดๆ ก็เห็นจะเป็นกระจกบานใหญ่บุตลอดแนวผนัง มาพร้อมเครื่องดูดระบายอากาศ ฝักบัวขนาดยักษ์ และประตูนิรภัยกั้นห้องอาบน้ำ

 

ก่อนไปดูห้องแบบที่ 3 กับ 4 เรามาเปรียบเทียบพื้นที่ใช้สอยระหว่างห้อง 2 ห้องนอน 50 ตร.ม. กับ 2 ห้องนอน 60 ตร.ม. กันก่อน ซึ่งจากภาพด้านบนจะเห็นได้ชัดเจนว่าทั้ง 2 แบบมีองค์ประกอบห้องที่เหมือนๆ กัน คือ มี 1 ห้องนอนใหญ่ 1 ห้องนอนเล็ก 1 ห้องนั่งเล่น 2 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว

 

ต่างกันที่ขนาดระเบียงด้านนอก โดยห้องแบบ 50 ตร.ม. จะได้ระเบียงเล็กอยู่ตรงห้องนั่งเล่น ส่วนห้องแบบ 60 ตร.ม. เป็นห้องมุมได้ระเบียงแบบกินพื้นที่ยาวรอบห้องเป็นรูปตัว L ตั้งแต่ห้องนอนใหญ่ไปจนถึงอีกด้านของห้องนอนเล็ก

 

มาเริ่มกันที่ห้องแบบ 2 ห้องนอน 50 ตร.ม. เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอโซนครัวทางซ้ายมือ ซึ่งอยู่ตรงกับห้องนั่งเล่นพอดี ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของโครงการเลยก็ว่าได้ เพราะห้องแบบ 50 ตร.ม. และ 60 ตร.ม. ทางโครงการให้ชุดครัวแบบจัดเต็มประกอบด้วยชุดครัวรูปตัว L เป็นตู้บิ้วท์อินมีพื้นที่เก็บของทั้งด้านบนด้านล่าง มาพร้อมกับเตาอบ

 

พร้อมด้วยเครื่องดูดควัน ซิงก์ล้างจาน 2 หลุม เตาไฟฟ้า 2 หัว และออกแบบให้มีพื้นที่วางเครื่องซักผ้าอยู่ในห้องครัว

 

มองจากห้องนั่งเล่นย้อนกลับไปที่ประตูก็เห็นพื้นที่ส่วนกลางที่ค่อนขางกว้างขวางเลยทีเดียว เฟอร์นิเจอร์บิ้วท์อินในห้องนั่งเล่นก็ได้ตามที่เห็นในภาพเหมือนกัน ความพิเศษของโครงการนี้ก็คือทุกห้องจะได้ไฟ LED ที่ซ่อนอยู่ในเพดานและตู้โชว์เกือบทั้งหมดที่เห็นในภาพ

 

ห้องนั่งเล่นที่มาพร้อมชุดโต๊ะวางทีวี ตู้โชว์ขนาบ 2 ข้างของชั้นวางทีวี ชั้นวางโชว์ด้านบน พร้อมโซฟาขนาดยาว ผนังห้องทุกห้องติด Wallpaper ให้ทั้งหมดเช่นกัน


 

ห้องนั่งเล่นเป็นห้องเดียวที่สามารถเปิดออกไประเบียงด้านนอกได้

 

ทางโครงการจะแบ่งพื้นที่วางคอมเพรสเซอร์แอร์ออกเป็นสัดส่วน จึงสามารถใช้สอยพื้นที่ระเบียงได้เต็มที่ สามารถใช้ตากผ้าหรือนั่งเล่นได้เล็กๆ น้อยๆ 

 

มาต่อกันที่ภาพห้องนอนใหญ่ก็ได้เฟอร์นิเจอร์จัดเต็มเหมือนกัน ทั้งเตียงนอน ตู้วางทีวีปลายเตียง Wallpaper

 

พร้อมตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง และพิเศษตรงที่มีห้องน้ำในตัวตามภาพห้องน้ำด้านล่าง

 

ภายในห้องน้ำก็ครบครันกว้างขวาง เปิดประตูมาเจออ่างล้างหน้าตรงกลาง ด้านซ้ายเป็นโถชักโครก ส่วนด้านขวาเป็นส่วนอาบน้ำพร้อมประตูนิรภัยกั้นส่วนอาบน้ำ พร้อมด้วยเครื่องระบายอากาศ เรียกว่าจัดสรรพื้นที่ได้ลงล็อคหลบมุมแบบพอดีๆ

 

ทางฟากของห้องนอนเล็ก เรียกว่าไม่เล็กเลย เพราะมีทั้งเตียงใหญ่ โต๊ะวางทีวีปลายเตียง ต่างกันแค่เพียงขนาดตู้เสื้อผ้าและพื้นใช้สอยที่เล็กกว่านิดหน่อยเท่านั้น และไม่มีห้องน้ำในตัว

 

ส่วนห้องน้ำด้านนอกที่อยู่ติดกับห้องนอนเล็กและห้องครัว บริเวณประตูทางเข้า ก็มีฟังก์ชั่นใช้สอยเหมือนกันทั้งหมด

 

ส่วนห้องแบบสุดท้าย 2 ห้องนอน 60 ตร.ม. ประกอบด้วย 1 ห้องนอนใหญ่ 1 ห้องนอนเล็ก 1 ห้องนั่งเล่น 2 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว และเป็นห้องมุมที่ได้ระเบียงรูปตัว L สามารถเดินเชื่อมถึงกันได้ทั้งหมด เมื่อเปิดประตูห้องเข้ามาก็จะเจอกับห้องครัวด้านขวามือที่อยู่ตรงกับห้องนั่งเล่น

 

จากภาพด้านล่างจะเห็นถึงความเชื่อมต่อของระเบียงห้องที่ยาวมาตั้งแต่ห้องนอนด้านขวามือ ผ่านห้องนั่งเล่นตรงกลาง ยาวมาจนถึงห้องนอนด้านซ้ายมือของภาพ

 

มองจากห้องนั่งเล่นย้อนกลับไปที่ประตูทางเข้าก็จะเห็นเป็นห้องครัวขนาดใหญ่ มีชุดครัวรูปตัว L แบบเดียวกัน ที่แน่นด้วยตู้บิ้วท์อินทั้งด้านบนและด้านล่าง พร้อมเคาน์เตอร์หินสังเคราะห์ที่ทำเป็นโต๊ะทานข้าวก็ได้ เคาน์เตอร์บาร์เล็กๆ ก็ได้เช่นกัน

 

อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า ห้องแบบ 50 และ 60 ตร.ม. จะได้ทั้งซิงก์ล้างจาน 2 หลุม เตาไฟฟ้า 2 หัว เครื่องดูดควัน พร้อมด้วยเตาอบอีก 1 เครื่อง

 

จากภาพด้านล่าง เป็นภาพเปรียบเทียบห้องนอนใหญ่กับห้องนอนเล็ก จะเห็นว่าไม่แตกต่างกันมาก โดยภาพใหญ่ด้านบนสุดเป็นภาพห้องนอนใหญ่ที่ได้ตู้เสื้อผ้าแบบ 3 ประตู พร้อมโต๊ะเครื่องแป้งและโต๊ะวางทีวีปลายเตียง ขณะที่ 2 ภาพเล็กด้านล่างเป็นห้องนอนเล็กที่ได้ตู้เสื้อผ้าขนาด 2 ประตูและโต๊ะเครื่องแป้งขนาดเล็ก เรียกว่าพื้นที่ใช้สอยไม่ต่างกันมาก 

 

ไฮไลท์สุดๆ ของห้องแบบ 60 ตร.ม. ก็คือระเบียงอย่างที่บอกไปว่าค่อนข้างยาว แต่มีความเป็นส่วนตัวด้วยการออกแบบให้มีกันสาดบังตายื่นออกไป พร้อมไม้ระแนง ซ้อนอีกชั้นด้วยกระจกสีชา 

 

ภาพบริเวณระเบียงห้องที่ยาวเป็นรูปตัว L สังเกตจากสีกระจกจะเห็นได้ว่ามองจากด้านนอกเข้าไปค่อนข้างทึบและกันแสงบังสายตาได้ในระดับนึง

 

ปิดท้ายด้วยภาพห้องน้ำซึ่ง 2 ภาพบนเป็นภาพห้องน้ำในตัวของห้องนอนใหญ่ และ 2 ภาพล่างเป็นห้องน้ำด้านนอกติดกับห้องนอนเล็ก จะเห็นได้ว่ามีพื้นที่และฟังก์ชั่นใช้สอยแทบไม่ต่างกัน ต่างแค่ความสะดวกสบายของตำแหน่งที่ตั้งเท่านั้นเอง

 

สรุปปิดท้ายกับสิ่งที่เราจะได้เมื่อตัดสินใจซื้อโครงการนี้ก็คือตอนนี้ มีจัดโปรโมชั่นฟรี เฟอร์นิเจอร์ Fully Furnished ได้แก่ โซฟา ชั้นวางและตู้บิ้วท์อินด้านข้าง เตียง ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ ชุดครัวพร้อมซิงก์ล้างจาน เตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควัน (ขึ้นอยู่กับขนาดห้อง)

 

พร้อมด้วยเครื่องปรับอากาศทีมาพร้อมกับส่วนกลางที่ได้เขียนถึงไปตอนต้น ได้แก่ Riverfront Swimming Pool, Kid Pool, Fitness, Library, Garden, River Breeze Pond และระบบรักษาความปลอดภัย ด้วยกล้อง CCTV เข้าออกด้วยระบบ Key Card Access และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.

 

ตอกย้ำความคุ้มค่าด้วยทำเลที่ตั้งที่ติดกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง ติดกับถนนสายหลักที่สำคัญหลายสาย ไม่ห่างจากจุดขึ้นลงทางด่วนศรีรัชที่ด่านงามวงศ์วาน และในอนาตยังมีโครงการก่อสร้างท่าเรือด่วนสะพานพระนั่งเกล้าที่จะช่วยให้คุณเดินไปไหนมาไหนได้สะดวกทั้งทาง รถยนต์-รถไฟฟ้า-เรือ

 

ทั้งหมดทั้งมวลนี่คุ้มเกินคุ้มในราคาค่าเริ่มต้นที่ 1.99 ล้านบาทหรือเฉลี่ยที่ 70,000-80,000 ต่อตร.ม. 

 

สนใจสอบถามได้ที่ Sale Hotline โทร. 02-002-2222 

หรือดูรายละเอียดได้ http://bit.ly/2z8r5fs

 

และถ้าไม่อยากพลาดแวะไปดูห้องจริงทำเลจริงได้ที่โครงการ The Politan Breeze ตามลายแทงด้านบนได้เลย


 

เขียนความคิดเห็น
บทความล่าสุด