Review

The Teak สาทร ลุมพินี ชีวิตดีกลางสาทร เป็นเจ้าของง่ายกว่าที่คิด

LifeScape 2018-07-11 14:17:56

 The Teak สาทร - ลุมพินี

ชีวิตดีกลางสาทร เป็นเจ้าของง่ายกว่าที่คิด

โดย LifeScape

 

จะมีสักกี่ทำเลในกรุงเทพฯ ที่เพียบพร้อมครอบคลุมทุกด้าน ทั้งด้านศูนย์กลางเศรษฐกิจและออฟฟิศขนาดใหญ่ ศูนย์กลางการเดินทางที่สำคัญ ขณะเดียวกันก็มีสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทั้งห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สถานศึกษา สถานฑูต สถานบันเทิง ที่สำคัญคือมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่รายล้อมถึง 2 แห่ง

 

ฟังดูอาจจะหายากและแทบจะหาไม่ได้ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี เพราะทำเลที่เรากำลังพูดถึงก็คือ “สาทร-ลุมพินี” ทำเล CBD ยอดฮิตของกรุงเทพฯ ตลอดกาล

 

ที่ว่ายอดฮิตตลอดกาลก็เพราะความเจริญด้านเศรษฐกิจของ “สาทร” นั้นเริ่มมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แล้ว เนื่องจากเป็นยุคที่การค้าข้าวรุ่งเรืองมากจึงได้มีการถมคลองบริเวณ 2 ฝั่งคลองเป็นถนนชื่อว่า “สาทร” เพื่อให้การค้าส่งข้าวสะดวกมากขึ้น และที่สำคัญย่านนี้ยังเป็นที่อยู่ของพวกคหบดีและขุนนางนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

ปัจจุบันสาทรเป็นศูนย์กลางธุรกิจและออฟฟิศขนาดใหญ่ของกรุงเทพมหานคร รายล้อมไปด้วยสำนักงานออฟฟิศทั้งของภาครัฐ เอกชน บริษัทข้ามชาติ สถานทูต โรงเรียนนานาชาติ และโรงพยาบาล ทำให้ย่านนี้กลายเป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มคนรายได้สูงและชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในเมืองไทย 

 

 

โดยเฉพาะในฝั่ง “สาทร-ลุมพินี” ซึ่งถือว่าเป็นทำเลที่เชื่อมต่อกับถนนสายสำคัญในกรุงเทพฯ อีกมากมาย จึงไม่น่าแปลกใจที่ “สาทร-ลุมพินี” จะเป็นหนึ่งในทำเลที่หลายคนต้องการเข้ามาจับจองเพื่ออยู่อาศัยเอง และบางส่วนก็ต้องการซื้อเพื่อการลงทุนปล่อยขายหรือปล่อยเช่าต่อ

 

ด้วยศักยภาพที่กล่าวมาขนาดนี้ เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วค่ะ ว่าที่พักอาศัยย่านนี้ต้องแพงหูฉี่อย่างแน่นอน ใครที่ต้องการหาที่พักแถวนี้เพื่อจะมาทำงานง่ายๆ แทบจะท้อทุกครั้งเมื่อเจอราคา เพราะเราแทบจะหาคอนโดดีๆที่ราคาต่ำกว่า 5 ล้านไม่ได้เลย หลายคนที่หาคอนโดสาทรจริงๆ เลยต้องขยับออกไปรอบนอกแถวๆฝั่งธน ซึ่งจะมีราคาที่พอซื้อกันได้บ้าง

 

แต่โอกาสดีกำลังจะมาเร็วๆนี้แล้ว เมื่อ Teak Development บริษัทอสังหาฯน้องใหม่ แต่ทำคอนโดเท่ๆขายดีมาแล้วหลายที่ กำลังจะเปิดตัว The Teak สาทร - ลุมพินี คอนโด Low Rise 8 ชั้น สุดคูล แถมได้ความเป็นส่วนตัวเพราะมีเพียง 78 ยูนิต เท่านั้น

 

ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกตัวโครงการ เรามาดูกันก่อนสิว่า ทำเลของ The Teak สาทร ลุมพินี มีความน่าสนใจอย่างไร...

 

The Teak สาทร ลุมพินี ตั้งอยู่ในซอยศรีบำเพ็ญ ถนนพระราม 4 ที่สามารถเข้าได้ทั้งทางถนนพระราม 4 หรือจะเข้าทางถนนเชื้อเพลิงและซอยสาทร 1 ก็ได้ เดินทางสะดวกสบายเพราะอยู่ใกล้ MRT สถานีลุมพินีและสถานีคลองเตย หรือจะไปต่อยังสถานีสีลมซึ่งเป็นสถานีเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า BTS เพื่อไปยังฝั่งกรุงธนบุรี-วงเวียนใหญ่ หรือจะเข้าเมืองไปสถานีสยามเพื่อเชื่อมต่อไปยัง BTS สายสุขุมวิทก็ได้ 

 

นอกจากอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าแล้ว The Teak สาทร ลุมพินี ยังอยู่บนทำเลที่เชื่อมต่อกับถนนที่สำคัญๆ ของกรุงเทพฯ อย่าง ถนนพระราม 4 ถนนพระราม 3 ถนนคลองเตย ถนนวิทยุ ถนนสีลม ถนนราชดำริ ฯลฯ ที่สามารถเดินทางไปยังส่วนต่างๆ ของกรุงเทพฯ ได้ง่ายดาย ได้แก่


เริ่มตั้งแต่ถนนพระราม 4 ซึ่งเป็นถนนที่ตัดกับถนนพระราม 3 วิ่งยาวผ่านคลองเตย ผ่านสวนลุมพินี ตรงไปจนถึงหัวลำโพง ก่อนจะไปบรรจบกับถนนเจริญกรุง ซึ่งในย่านนี้เป็นอีกหนึ่งจุดที่มีการอยู่อาศัยค่อนข้างหนาแน่น ไล่ไปตั้งแต่บริเวณบ่อนไก่ที่มีแหล่งชุมชนขนาดใหญ่ ยาวไปทางตลาดคลองเตยไปจนถึงโลตัสพระราม 4 แถวๆ ตึกมาลีนนท์ของช่อง 3 ไปจนสุดถนนพระราม 4 

 

หรือจากถนนพระราม 4 ตรงมาแยกวิทยุ เลี้ยวซ้ายไปยังถนนสาทรใต้ ตรงไปยังถนนสาทรเหนือ ที่ตัดถนนนราธิวาสราชนครินทร์ หรือจะวิ่งตรงไปบรรจบกับถนนกรุงธนบุรี ข้ามสะพานไปอีกฝั่งเพื่อไปยังถนนราชพฤกษ์ก็ได้

 

จากถนนพระราม 4 ตรงมาแยกวิทยุ เลี้ยวขวาไปยังถนนวิทยุ ฝั่งซ้ายเป็นสวนลุมพินี ส่วนฝั่งขวาก็มีทั้งโรงเรียน ร้านอาหาร สถานทูตญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อเมริกา เนเธอร์แลนด์ เวียดนาม ฯลฯ และยังเป็นที่ตั้งโรงเรียนนานาชาติ โรงแรมชื่อดัง และสามารถทะลุไปยังถนนพระราม 1 ช่วงสถานี BTS เพลินจิตได้อีกด้วย

 

จากถนนพระราม 4 ตรงไปยังสี่แยกศาลาแดง เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนสีลม ที่ไปบรรจบถนนเจริญกรุงก็ได้เช่นกัน

 

จากถนนพระราม 4 ตรงไปยังสี่แยกศาลาแดง เลี้ยวขวาก็เข้าสู่ถนนราชดำริที่ไปยังถนนพระราม 1 ศูนย์กลางโรงแรม สถานที่ราชการ และห้างสรรพสินค้าอย่างเซ็นทรัลเวิลด์ สยามพารากอน สยาม มาบุญครอง เกษรพลาซ่า และเลยไปอีกนิดก็จะเป็นสี่แยกประตูน้ำ

 

ส่วนสุดท้ายที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ สิ่งอำนวยความสะดวกและเติมเต็มคุณภาพชีวิตให้ทำเล “สาทร-ลุมพินี” ที่ไม่ได้เป็นแค่ศูนย์กลางออฟฟิศเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางเพื่อการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง เพราะรายล้อมด้วยสถานที่สำคัญอย่างโรงเรียนนานาชาติ สถานทูต ห้างสรรพสินค้าบนนถนนสีลม ถนนพระราม 4 ยาวไปจนถึงถนนราชดำริ และถนนพระราม 1

 

 

ที่สำคัญคือ ล้อมด้วยสวนสาธารณะที่สำคัญอย่าง “สวนลุมพินี” มีพื้นที่ 360 ไร่ และ “สวนเบญจกิติ” มีพื้นที่ 130 ไร่ อยู่ติดกับศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 3.5 กม. ส่วน “สวนสาธารณะสวนพลู” มีพื้นที่ 17 ไร่ ที่อยู่ในซอยสวนพลู สามารถเข้าได้ทั้งทางซอยสาทร 1 หรือซอยสวนพลูก็ได้ ห่างจากสวนลุมพินีเพียง 2.5 กม.

 

ตอบโจทย์คนใช้รถยนต์ส่วนตัวด้วยจุดขึ้นลงทางด่วนเฉลิมมหานครที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 1 กม. สามารถใช้ออกนอกเมืองไปทางปากน้ำหรือสุขสวัสดิ์ก็ได้ หรือจะใช้เข้าเมืองเพื่อไปยังถนนเพลินจิต ถนนนานา ถนนเพชรบุรี ถนนดินแดง ถนนราชวิถี ถนนพระรามเก้า ฯลฯ

 

เพราะอยู่ใจกลางเมืองที่รอบล้อมด้วยความสะดวกสบายและสวนสีเขียว ทางโครงการได้ออกแบบ The Teak สาทร ลุมพินี ภายใต้แนวคิด Urban City Life ที่เน้นความทันสมัยผสมผสานเข้ากับความเป็นธรรมชาติ จัดวางให้เกิดเป็นเส้นสายตัดกันในสไตล์ Minimal เป็นคอนโด Low Rise ความสูง 8 ชั้น พื้นที่โครงการขนาด 0-2-64 ไร่ มีจำนวนที่พักสุด Exclusive เพียง 78 ยูนิต เรียกว่าไม่แออัดและมีพื้นที่ส่วนตัวให้เราได้ใช้ชีวิตแบบสบายๆ

 

จากภาพตัวอย่างโครงการจะเห็นว่าทางโครงการได้ออกแบบตัวอาคารสไตล์โมเดิร์นเท่ๆ เน้นโทนสีน้ำตาลที่สร้างความกลมกลืนกับธรรมชาติและสีเขียวภายนอก พร้อมใช้กระจกทรงสูงเพื่อเพิ่มมุมมองทัศนียภาพให้มองเห็นพื้นที่สีเขียวและวิวด้านนอกได้เต็มที่ เพิ่มความอบอุ่นแบบชาวตะวันออกด้วยการใช้ไม้ระแนงและจังหวะของเส้นสายมาเป็นลูกเล่นให้ดูน่าสนใจแต่ไม่รก

 

อีกตัวอย่างของงานดีไซน์สไตล์ Urban City Life ที่ดูทันสมัยและกลมกลืนกับความเป็นธรรมชาติ ในขณะเดียวกันก็มีความเป็นส่วนตัว ด้วยการใช้ไม้ระแนงและกำแพงสีเขียวเป็นฉากบังตาจากรอบด้าน

 

ห้องพักมีให้เลือก 2 แบบคือ แบบ 1 Bedroom และ 1 Bedroom Plus ขนาดตั้งแต่ 25.1-44.3 ตร.ม. หรือแยกขนาดห้องแบบละเอียดก็มีทั้งหมด 9 แบบคือ

 

แบบ 1 Bedroom 1 Bathroom ทั้งหมด 8 แบบ ได้แก่ 

Type A : 25.1 ตร.ม. 

Type B : 28.8 ตร.ม.  

Type C : 31.72 ตร.ม.  

Type D : 31.40 ตร.ม.  

Type E : 32.35 ตร.ม.  

Type F : 34.00 ตร.ม.  

Type G : 31.9 ตร.ม.  

Type H : 35.5 ตร.ม.  

Type I : 44.3 ตร.ม. ( 1 Bedroom Plus )

 

สำหรับภาพตัวอย่างที่โครงการปล่อยมาตอนนี้ก็มีห้องแบบ Type C 31.72 ตร.ม.  และ Type I : 44.3 ตร.ม.  

 

มาเริ่มกันที่ห้องประเภท Type C 31.72 ตร.ม. จากภาพด้านล่างจะเป็นส่วนของห้องนอนและห้องนั่งเล่น จุดเด่นของภาพนี้ก็คือ การตกแต่งห้องด้วยกระจกทรงสูงเปิดรับวิวพื้นที่สีเขียวและตึกใจกลางเมืองได้เต็มที่ ภายในเน้นโทนสีน้ำตาลและใช้จังหวะของเส้นสายเข้ามาเป็นลูกเล่นตกแต่งแบบพอประมาณ 

   

 

ขณะที่ภาพด้านล่างก็เผยให้เห็นถึงโซนนั่งเล่นแบบเต็มๆ และคาดว่าจะเชื่อมต่อกับโซนโต๊ะทานข้าวและโซนครัว จากภาพกระจกทรงสูงตลอดแนวจากห้องนอนมาจนถึงห้องนั่งเล่น เรียกได้ว่าทางโครงการออกแบบให้มองเห็นวิวใจเมืองได้อย่างจุใจคุ้มค่าจริงๆ 


 

ส่วนภาพตัวอย่างห้องอีกแบบก็คือห้อง Type I : 44.3 ตร.ม. ซึ่งภาพแรกที่ปล่อยมาก็คือภาพห้องนอนเช่นกัน จะเห็นได้ว่าเพดานห้องค่อนข้างสูง ดูจากตู้เสื้อผ้าที่มีทั้งส่วนแขวนเสื้อยาว ชั้นวางของ และตู้บิ้วท์อินด้านบนอีก ขณะด้านข้างก็มีกระจกทรงสูงเปิดรับวิวจากภายนอกได้เต็มที่เช่นกัน

 

มาต่อกันที่อีกภาพของห้อง Type ที่เห็นโซนนั่งเล่นโซนพักผ่อน ซึ่งด้านซ้ายของภาพจะเห็นว่ามีการกั้นห้องด้วยบานเลื่อนกระจกทรงสูงจรดเพดาน ดูจากผังห้องแล้วเหมือนเป็นอีก 1 ห้องอเนกประสงค์ที่เพิ่มขึ้นมา สามารถมองเห็นวิวภายนอกได้เต็มๆ เหมือนกัน 

 

ไม่เพียงแค่พื้นที่ในห้องเท่านั้นที่ใช้วิวเมืองได้อย่างคุ้มค่า ทางโครงการได้เพิ่มพื้นที่ส่วนกลางบริเวณชั้นดาดฟ้าให้เป็นทั้งสวนหย่อมขนาดย่อมๆ สำหรับนั่งพักผ่อน และสระว่ายน้ำแบบ Infinity Edge 

 

จากภาพจะเห็นมุมกว้างของพื้นที่ส่วน Rooftop ทั้งหมดที่มีทั้งโซนสระว่ายน้ำและโซนนั่งพักผ่อน


 

ภาพอีกมุมของสระว่ายน้ำที่แสดงให้เห็นถึง Infinity Edge ท่ามกลางวิวใจกลางเมืองที่มีมุมให้พักผ่อนแบบเป็นส่วนตัว

 

อีกมุมหนึ่งของ Rooftop ที่เป็นส่วนของส่วนหย่อมเล็กๆ ให้นั่งพักผ่อนหรือชมวิวพระอาทิตย์ตกดินกลางใจเมือง

 

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ส่วนกลางทั้งฟิตเนส และ Co-Working Space ซึ่งพื้นที่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนทำงานยุคใหม่และคน Gen Y ได้เป็นอย่างดี จากภาพด้านล่างจะเห็นว่าทางโครงการได้เพิ่มดีเทลโซน Co-Working Space ให้ดูมี Movement ที่แตกต่าง ทั้งเส้นสายของเฟอร์นิเจอร์ที่ล้อไปกับโครงสร้างอาคารภายนอก ใช้โทนสีน้ำตาลไม้ตัดกับพื้นผิวหรูหราของหินอ่อนบริเวณพื้นและผนัง และเพิ่มความสบายตาด้วยสวนแขวนแทนแชนเดอร์เลียขนาดใหญ่...

 

เรียกว่าดีไซน์ออกมาเพื่อเน้นสร้าง Inspiration สมกับเป็น Co-Working Space จริงๆ

 

นอกจากความใส่ใจด้านการออกแบบพื้นที่ใช้สอยแล้ว อีกหนึ่งจุดที่ขาดไม่ได้ก็คือการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ภายในตัวโครงการเพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่แบบคนเมือง ทั้ง Home Automation ระบบควบคุมเปิดปิดไฟและแอร์อัติโนมัติ ระบบ Smart Locker รองรับพัสดุจากเทรนด์การซื้อของออนไลน์ในปัจจุบัน และที่จอดรถแบบ EV Charger รองรับรถ Hybrid ซึ่งกำลังกลายเป็นเทรนด์ของคนยุคใหม่ไปแล้ว และยังมี สวนหย่อมขนาดใหญ่ Sala Chilling Lounge และพื้นที่พักผ่อน

 

และแว่วๆ มาว่าทางโครงการเตรียมเปิดให้จองห้องแบบ Built-In Fully Furnished ด้วยเฟอร์นิเจอร์และวัสดุคุณภาพ อาทิ สุขภัณฑ์ Kohler แอร์ Daikin (หรือเทียบเท่า) ขณะที่ห้อง Type 31.7 ตร.ม. ก็จะใช้ผนังบานเลื่อนไม้กั้นระหว่างห้องนอนและห้องนั่งเล่นแทนที่จะเป็นกำแพง ทำให้เราออกแบบรูปแบบห้องได้เอง แถมยังเพิ่มความเป็นส่วนตัวและเพิ่มพื้นที่ใช้สอยเลือกให้กว้างสบายได้อีก

 

อีกหนึ่งเซอร์ไพร์สที่ต้องรอดูก็คือ ทางโครงการพยายามจะเพิ่มอ่างอาบน้ำให้กับห้องทุกแบบ หรือถ้าไม่ได้อ่างอาบน้ำเราก็อาจจะได้ตู้เสื้อผ้าแบบจัดเต็ม คงต้องรอดูห้องตัวอย่างของจริงกันแล้วสิว่าจะจัดเต็มฟังก์ชั่นแน่นขนาดไหนกันเชียว

 

มาพร้อมด้วยส่วนอำนวยความสะดวกอื่นๆ อาทิ ล็อบบี้สองชั้น ระบบรักษาความปลอดภัย Access Card แบบล็อคชั้น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง กล้องวงจรปิด ลิฟท์โดยสารจำนวน 2 ตัว และอินเตอร์เน็ตไร้สาย

 

ทั้งหมดที่ว่ามานี้...เชื่อมั้ยคะว่า ราคาอยู่ที่หลัก 3 ต้นๆ เท่านั้น กับราคานั้นเฉลี่ยตารางเมตรละ 136,000 บาท หรือเริ่มต้นที่ 3.3-4 ล้านบาท ถือว่าเป็นอะไรที่คุ้มค่ามากๆเทียบกับโลเคชั่นและสิ่งที่โครงการจัดมาให้ทั้งหมด

 

ใครสนใจสามารถติดต่อขอรายละเอียดและเยี่ยมชมโครงการได้ที่ 095-746-9891 และ 099-231-4433 

 

หรือลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษได้ที่ www.theteakcondo.com

 

Facebook: The TEAK Condo


    
 

เขียนความคิดเห็น
บทความล่าสุด