Review
Sukhumvit, Asoke, Thonglor

Maru เอกมัย 2 เรียบง่ายแบบคูลๆใจกลางเอกมัย

LifeScape 2018-07-26 12:55:03

Maru เอกมัย 2

เรียบง่ายแบบคูลๆใจกลางเอกมัย

โดย LifeScape

 

ห้องประกาศ ขาย เช่า มารุ เอกมัย 2 ดูที่นี่..

 

“เอกมัย” ชื่อนี้ไม่ต้องบอกอะไรมาก นี่คือ ทำเลยอดฮิตบนถนนสุขุมวิทตอนกลางที่กลายเป็นแหล่งพบปะแฮงก์เอ้าท์ของเหล่าคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์  เป็นทำเลที่เต็มไปด้วยแหล่งบันเทิงครบวงจรทั้งกลางคืนกลางวัน ห้างสรรพสินค้าไฮเอนด์ที่รวมแบรนด์ดังทั่วโลก ร้านอาหารไทยและอาหารนานาชาติเกรดพรีเมี่ยม ซึ่งทุกอย่างล้วนได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างและมีสไตล์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร

 

อีกทั้งยังมีซอยลัดเลาะหา “ทองหล่อ” ซึ่งยิ่งทำให้ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ให้มีความสมบูรณ์แบบจนย่านอื่นยากที่จะเทียบ แถมยังเดินทางสะดวกสบายด้วย BTS ที่ห่างกันเพียงแค่ 1 สถานี หรือใช้รถส่วนตัวที่มีซอยลัดเลาะไปซอยสุขุมวิทซอยอื่นได้ หรือจะไปถนนพระราม 4 ถนนเพชรบุรีที่ทะลุไปพระราม 9 และเลียบด่วนรามอินทราได้ไม่ยาก

 

จึงไม่น่าแปลกใจที่ทำเลดังกล่าวจะได้รับความนิยมทั้งจากชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีรายได้ระดับกลางไปจนถึงระดับบนมาจับจองพื้นที่เพื่ออยู่อาศัยและลงทุนกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเอกมัยที่มีความโดดเด่นด้านไลฟ์สไตล์พรีเมี่ยม ทั้งแหล่งพักผ่อนแฮงก์เอ้าท์ ร้านอาหารไทยและนานาชาติ ห้างสรรพสินค้า รวมทั้งคอนโดระดับไฮเอนด์ไปจนถึงระดับลักชัวรี่ที่เปิดตัวอย่างต่อเนื่อง

 

แต่เพราะพื้นที่ของซอยเอกมัยมีค่อนข้างจำกัด บางส่วนก็เป็นพื้นที่อยู่อาศัยแนวราบที่เจ้าของอาศัยอยู่กันมานานหลายต่อหลายรุ่นและไม่มีท่าทีว่าจะเปลี่ยนมือเจ้าของง่ายๆ ขณะที่บางส่วนก็เป็นพื้นที่ปล่อยเช่าระยะยาวของเอกชน การที่นักพัฒนาคอนโดรายใหม่ๆ จะได้พื้นที่มาสร้างคอนโดไม่ใช่เรื่องง่าย และถ้าลองไปนับๆ ดูตอนนี้จะเห็นมีคอนโดอยู่เพียงไม่กี่โครงการเท่านั้น

 

วันนี้จึงถือเป็นโอกาสดีมากๆ ที่จะได้มารีวิวโครงการย่านนี้เพราะนานๆทีจะมีสักโครงการมาให้ดูกันค่ะ สำหรับนักพัฒนาอสังหาฯ รายล่าสุดที่หยิบทำเลชิ้นปลามันสุดแนวในย่านเอกมัยไปก็คือ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ กับคอนโดโครงการใหม่ Maru เอกมัย 2 สำหรับชื่อ MARU คงคุ้นหูกันมาบ้างแล้ว เพราะทาง MJD ได้เปิดตัว MARU บนทำเลยอดฮิตอย่างลาดพร้าวมาแล้ว


 
Maru เอกมัย 2 เป็นคอนโด High Rise 32 ชั้น ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ Live More, Live Maru หรือถ้าใครเคยเห็นภาพสุดละมุนของน้องนาย ณภัทร ดาราวัยรุ่นชื่อดังกับน้องหมาชิบะน่ารักๆ น้องแมวตาใสแบ๊ว รวมทั้งภาพบรรยากาศห้องสไตล์ญี่ปุ่น นั่นแหละคือคำอธิบายตัวโครงการได้เป็นอย่างดี

 

เพราะ Maru เอกมัย 2 มาพร้อมจุดขายของโครงการ Pet Friendly & Wellness Living เอาใจคนรักสัตว์ให้สามารถเลี้ยงสัตว์ภายในโครงการได้ แถมยังมีพื้นที่ใช้สอยสำหรับคนรักสุขภาพ ซึ่งเราจะพาทุกคนไปทัวร์ชมห้องตัวอย่างและรายละเอียดของโครงการกันแบบยิบๆ ตามกันไปเลยค่ะ...

 

มาเริ่มกันที่ศักยภาพของทำเลที่ตั้งกันก่อน... ตัวโครงการตั้งอยู่ต้นซอยเอกมัยหรือซอยสุขุมวิท 63 ซึ่งเป็นซอยที่เชื่อมถนนสุขุมวิทเข้ากับถนนเพชรบุรี จึงไม่น่าห่วงเรื่องการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะเท่าไรเพราะหน้าโครงการอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า BTS เพียง 450 เมตร 

 

ถ้าใครใช้รถส่วนตัวก็เดินทางสะดวกเพราะมีซอยลัดเลาะไปซอยสุขุมวิทชั้นในซอยอื่น หรือจะวิ่งตรงบนนถนนสุขุมวิทเพื่อไปยังเพลินจิต-สยามก็ได้ หรือจะออกท้ายซอยเพื่อไปถนนเพชรบุรีที่เป็นทั้งศูนย์กลางออฟฟิศและการศึกษา แถมยังเป็นถนนเส้นหลักที่เชื่อมต่อกับ New CBD อย่างพระราม 9 รัชดา หรือจะวิ่งเส้นจตุรทิศเพื่อไปยังพญาไท สามเสน ก็ใช้เวลาไม่นาน หรือจากถนนเพชรบุรีจะวกออกนอกเมืองไปถนนเลียบด่วนรามอินทราก็ได้เช่นกัน หรือจะลัดเลาะไปซอยทองหล่อก็ไม่ต้องออกมาถนนใหญ่ เพราะมีซอยทองหล่อ 10 หรือซอยเอกมัย 5 ที่เชื่อมทั้ง 2 ซอยถึงกัน

 

บรรยากาศรอบๆ โครงการตลอดจนบรรยากาศช่วงต้นของซอยเอกมัย เริ่มบริเวณปากซอยที่มีทั้งเมเจอร์เอกมัยตั้งอยู่ปากซอยพอดี ส่วนฝั่งตรงข้ามก็เป็นห้าง Gateway เอกมัยที่ขึ้นชื่อเรื่องแหล่งช้อปและร้านอาหารญี่ปุ่นหลายร้าน

 

เข้ามาในซอยช่วงต้นซอย ส่วนใหญ่ก็เป็นอาคารพาณิชย์ที่เปิดเป็นร้านค้าร้านอาหารเล็กๆ ตลอดจนใช้เป็นที่พักอาศัย รวมทั้งอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ คอมมิวนิตี้มอลล์อย่าง Park Lane เอกมัยที่มีทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ รวมทั้งร้านค้าของเหล่าเซเลปและดาราดังที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาเปิดไม่ขาดสาย

 

ที่สำคัญ เอกมัยถือเป็นแหล่งรวมตัวของร้านอาหารเกรดพรีเมี่ยมมากมาย โดยเฉพาะร้านอาหารญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นซอยที่สะดวกสบายและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทำให้มีชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก จึงไม่น่าแปลกใจที่บรรยากาศส่วนใหญ่จะดูเป็นสไตล์ญี่ปุ่น

 

สำหรับใครที่กังวลว่า ซอยเอกมัยจะต้องครึกครื้นและพลุกพล่านเสียงดังจากสถานบันเทิงยามค่ำคืน บอกเลยว่าไม่ต้องกังวลเพราะในช่วงต้นซอยเอกมัยจะเป็นโซนที่พักอาศัย โซนออฟฟิศ และตึกสำนักงานขนาดใหญ่ ส่วนร้านเหล้าร้านอาหารที่ว่านั้นจะอยู่ด้านในซอยเอกมัยเข้าไปอีก 

 

เจาะลึกโครงการ

ที่ตั้งของโครงการ Maru เอกมัย 2 จะอยู่ตรงเยื้องๆ กับอาคาร Bangkok Business Center สูง 33 ชั้น ด้วย Sales Gallery ที่ออกแบบมาได้อย่างโดดเด่นเป็นสง่ามากๆ ด้วยการใช้ระแนงไม้สีน้ำตาลเข้มมาตกแต่งบริเวณภายนอกให้ความรู้สึกถึงความเป็นตะวันออก และความอบอุ่นที่ดูน่าอยู่อาศัยและน่าค้นหา เพิ่มลูกเล่นและความโมเดิร์นด้วยกระจกทรงสูงและการใช้รูปทรงบล็อคสี่เหลี่ยมเข้ามาทำให้ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น

 

บรรยากาศภายใน Sales Gallery ลดโทนให้ดูสบายตาลงด้วยการตกแต่งด้วยวัสดุสีน้ำตาลอ่อนๆ ตัดกับกระจกและอะลูมิเนียมสีดำ ที่ดูไม่มากไม่น้อยจนเกินไป แต่เน้นลูกเล่นที่เป็นจังหวะ เรียบๆ แต่มีดีเทลให้สนุกอยู่บ้าง

 

ไฮไลท์สำคัญของ Sales Gallery ก็คือโมเดลโครงการที่ตั้งเด่นอยู่ตรงกลางซึ่งทำให้เรามองเห็นภาพรวมของงานดีไซน์ตัวโครงการภายนอก ตัวอาคารก็เน้นโทนสีเทาเข้มตัดกับเทาอ่อนและสีดำ รายล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวทั้งบริเวณชั้นล่างสุด และชั้นดาดฟ้า ต้องบอกว่าดูเรียบง่ายแต่คูลมากๆเลยค่ะ

 

เริ่มตั้งแต่บริเวณทางเข้าที่มีการใช้ไม้ระแนงมาตกแต่งเหมือนดีไซน์ของ Sales Gallery ที่ใช้ไม้ระแนงโทนสีน้ำตาลมาตกแต่ง บ่งบอกถึงความเป็นชาวเอเชียได้เป็นอย่างดี เพิ่มลูกเล่นให้ดูน่าสนใจด้วยการสลับลายไม้ไปมาทำให้ดูไม่น่าเบื่อ 

 

Maru เอกมัย 2 เป็นอาคารสูง 32 ชั้น แบ่งพื้นที่ใช้สอยออกเป็น

 

enlightened ชั้น 1 โซนล็อบบี้ สวน พื้นที่ส่วนกลางอื่นๆ และทางเข้าที่จอดรถแบบปกติและแบบ Automatic Parking

 

enlightened ชั้น 2-8 ที่จอดรถ จอดได้ประมาณ 165 คันไม่ร่วมซ้อนคันหรือคิดเป็น 48% 

 

enlightened ชั้น 9-27 ห้องพักอาศัยแบบ 1 Bedroom Smart และแบบ 1-2 ห้องนอน ขนาด 29-60.5 ตร.ม.

 

enlightened ชั้น 28-30 ห้องพักอาศัยแบบ 1-2 ห้องนอน ที่ออกแบบมาเหมือนเป็นบ้าน 2 ชั้น เปิดโล่งด้วยความสูงเพดานถึง 5.5 เมตร และในบริเวณชั้น 28 ยังมีพื้นที่สวนส่วนกลางออกไปนั่งเล่นนั่งพักผ่อนได้อีกด้วย

 

enlightened ชั้น 31-32 เป็นพื้นที่ส่วนกลางที่มีทั้งสวนสีเขียว ฟิตเนส สระว่ายน้ำ และห้องอเนกประสงค์ ส่วนชั้น 32 จะเป็นพื้นที่ของสวนลอยฟ้าที่ลูกบ้านสามารถจัดกิจกรรมร่วมกันได้ หรือจะนั่งชมวิวเมืองแบบ 360 องศาก็ได้เช่นกัน

 

จุดเด่นของตัวโครงการนี้คือการออกแบบให้มียูนิตพิเศษเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ให้เราได้เลือกมากมาย อาทิ ยูนิตพิเศษบริเวณชั้น 9 ที่ได้ระเบียงเพิ่มขึ้น

 

รวมทั้งจากภาพโมเดลด้านล่าง เป็นพื้นที่สวนส่วนกลางและที่นั่งพักผ่อนยื่นออกมาตรงชั้น 28 และมียูนิตพิเศษชั้น 28 ที่ได้ระเบียงพิเศษเพิ่มเหมือนกัน

 

อย่างที่บอกว่าที่นี่เน้นคอนเซ็ปต์ว่า Pet Friendly & Wellness Living ทางโครงการจึงได้ออกแบบพื้นที่ส่วนกลางมาเอาใจคนรักสัตว์และรักสุขภาพแบบจัดเต็ม สรุปกันอีกทีก็คือเริ่มตั้งแต่ชั้น 1 ที่มีที่จอดจักรยาน สวนสีเขียว Co-Working Terrace และ Teahouse Pavillion ชั้น 28 กับระเบียงสวนสีเขียวสำหรับนั่งเล่นพักผ่อนและชมวิว 

 

ชั้น 31 กับ Co-Creation Space พื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ สระว่ายน้ำผู้ใหญ่และสระเด็ก Warm Pool พื้นที่สำหรับจัดปาร์ตี้บาร์บีคิว และมุมนั่งชมวิวพระอาทิตย์ตก และ Music Rehearsal Room และ Karaoke Room 

 

ส่วนชั้น 32 มีห้องฟิตเนสและ Lounge ที่ออกแบบด้วยกระจกทรงสูง ออกกำลังกายไปชมวิวเมืองไป และสุดท้ายก็คือชั้นดาดฟ้าหรือ Rooftop ที่ทั้งสวนสีเขียวหรือจะเพลิดเพลินกับสวนแบบ Terrarium House โซนปาร์ตี้บาร์บีคิว โซนฟาร์มขนาดเล็ก รวมทั้งพื้นที่อเนกประสงค์อื่นๆ ที่ออกแบบมารองรับทุกกิจกรรมและทุกงานปาร์ตี้ของลูกบ้าน

 

สำหรับแบบห้องก็มีทั้งหมด 5 แบบ คือชั้น 9-27 ที่เป็นห้องปกติมีความสูงฝ้าเพเดาน 2.7 เมตรและชั้น 28-30 ห้องแบบ Duplex ความสูงเพดาน 5.5 เมตร แบ่งเป็น

 

1 Bedroom Smart ขนาด 29-30 ตร.ม. (ชั้น 9-27)

1 ห้องนอน ขนาด 32.5-35.5 ตร.ม. (ชั้น 9-27)

2 ห้องนอน ขนาด 54-60.5 ตร.ม. (ชั้น 9-27)

1 ห้องนอน Duplex ขนาด 41-42 ตร.ม. (ชั้น 28-30)

2 ห้องนอน Duplex ขนาด 45-76 ตร.ม. (ชั้น 28-30)
 
 

โดยทางโครงการได้เปิดห้องตัวอย่างให้ชม 2 แบบนั่นคือ ห้องแบบ 1 ห้องนอน Type S ขนาด 29.5 ตร.ม. และห้องแบบ 1 ห้องนอน Duplex Type C ขนาด 42 ตร.ม. เรียกว่ามาเทียบกันให้เห็นจะจะไปเลยว่าห้องแบบ 1 ห้องนอนธรรมดากับแบบ Duplex มันต่างกันอย่างไร

 

มาเริ่มกันที่ห้องแบบ 1 ห้องนอน Type S ขนาด 29.5 ตร.ม.

 

เปิดประตูเข้ามาก็จะพบกับทางเดินพื้นไม้ลามิเนต ด้านข้างจะเป็นโซนครัวเล็กๆ โดยทางโครงการจะให้ชุดเคาน์เตอร์ 1 ชุดเหมือนที่เราเห็นในห้องตัวอย่างนี้เลย มีทั้งตู้ Built-In เก็บของด้านบน เคาน์เตอร์ครัวขนาดพอดี เตาไฟฟ้า ที่ดูดควัน อ่างล้างจาน และตู้เก็บของด้านล่าง

 

ส่วนด้านซ้ายมือที่เห็นเป็นผนังเรียบๆ นั้นก็คือ ชั้น Built-in สำหรับเก็บของ แม้บริเวณทางเดินจะเป็นพื้นที่ทรงยาวแต่กลับออกแบบจัดสรรส่วนครัวได้ครบ ทั้งโซนเคาเตอร์ครัวสำหรับทำอาหาร พื้นที่วางตู้เย็น และเลยไปด้านหลังตู้เย็นยังมีที่วางโต๊ะอาหารสำหรับ 2-3 คนได้อีก หรือจะทำเป็นโต๊ะแบบพับเก็บได้ก็ยิ่งช่วยทำให้ห้องดูกว้างขวางโล่งขึ้นอีกด้วย

 

เลยห้องครัวไปจะเห็นเป็นประตูกระจกกั้นที่ช่วยแบ่งโซนพื้นที่ใช้สอยออกจากกันชัดเจน ซึ่งเป็นประตูกระจกทรงสูง ตัดด้วยกรอบสีดำเพิ่มความเข้มและความโมเดิร์นให้ห้องขึ้นมาอีก ที่สำคัญ ยังช่วยแบ่งพื้นที่ใช้สอยในห้องให้เห็นสัดส่วนและช่วยป้องกันกลิ่นรบกวนจากห้องครัวอีกด้วย 

 

ด้านในกระจกเป็นพื้นที่ห้องนอนที่บอกเลยว่าดูกว้างขวางมากๆ มีพื้นที่ใช้สอยรอบๆ ค่อนข้างเยอะ ที่สำคัญ ด้านในสุดยังเป็นระเบียงออกไปได้จริงยิ่งทำให้รู้สึกถึงความโปร่งโล่ง ถ่ายเทอากาศได้ดีอีกด้วย 

 

เมื่อมองจากห้องนอนออกไปจะเห็นซ้ายมือเป็นห้องครัวและทางเดินออกนอกห้อง ด้านขวาเป็นโซนแต่งตัวและห้องน้ำ ซึ่งช่วยให้เสียงดังจากด้านนอกไม่เข้ามารบกวนในห้องได้เป็นอย่างดีทีเดียว

 

บริเวณซ้ายมือทางโครงการออกแบบมาเป็นพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้า โซนแต่งตัว หรือจะทำเป็น Mini Walk-in Closet ก็พอมีพื้นที่ได้อยู่

 

อีกจุดไฮไลท์ของโครงการนี้ที่ชอบเป็นพิเศษก็คือส่วนของห้องน้ำ... กว้างขวางขาวสะอาด และเรียบง่าย ด้วยการใช้สีขาว ครีม และสีไม้อ่อนๆ มาตกแต่งตัดกัน นอกจากสุขภัณฑ์พื้นฐานที่จะได้ครบแล้ว ยังมีกระจกนิรภัยกั้นห้องอาบน้ำอย่างดี อ่างล้างหน้าขนาดใหญ่ที่มาพร้อมกับชั้นวางของด้านล่าง เรียบๆ ง่ายๆ แต่ได้อารมณ์ของความโมเดิร์นในสไตล์ญี่ปุ่นอยู่ไม่น้อย  

 

มาต่อกันที่ห้องตัวอย่างแบบที่ 2 แบบ 1 ห้องนอน Duplex Type C ขนาด 42 ตร.ม.


 

พอเดินเข้ามาก็พบกับความขาวของผนังห้องคลีนตัดกับพื้นไม้ลามิเนตบริเวณทางเดิน

 

 

ด้านขวาเป็นห้องน้ำที่มีดีไซน์คล้ายกับห้องแบบแรก แต่เพิ่มพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น แบ่งเป็นพื้นที่โซนแห้งที่มีเคาน์เตอร์ล้างหน้าขนาดใหญ่ และโซนเปียกที่มีประตูกั้นอาบน้ำนิรภัยให้เช่นกัน


 

ส่วนด้านซ้ายที่เห็นเป็นตู้คลีนๆ สีขาวๆ ใต้บันได นั่นคือ ตู้เสื้อผ้าแบบ Built-In ที่ทางโครงการเตรียมไว้ให้ 

 

เปิดตู้ออกมาด้านซ้ายเป็นตู้เสื้อผ้าที่มีทั้งแบบแขวนและลิ้นชักวางของ ส่วนตู้ข้างๆ เป็นตู้อเนกประสงค์ จะใช้ใส่เสื้อผ้าก็ได้หรือจะใส่ข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ ก็ได้เช่นกัน

 

เมื่อเดินตรงเข้ามาก็จะพบกับพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ตรงกลางบ้านที่แบ่งเป็น ห้องนั่งเล่นตรงกลาง โซนครัว และโต๊ะทานข้าว 

 

โดยรวมๆ แล้วมีพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ ทำให้ภายในห้องดูโปร่งสบายตา

 

โซนครัวก็จะคล้ายได้ห้องแบบแรก นั่นคือ มีตู้ Built-in ด้านบนให้พร้อมกับเคาน์เตอร์ด้านล่าง ที่มีอ่างล้างจาน เตาไฟฟ้า พร้อมชั้นวางของด้านล่าง และที่วางเตาอบและตู้เย็น

 

ด้านซ้ายของห้องครัว สามารถวางโต๊ะทานอาหารขนาด 2 คนได้สบายๆ และจะเห็นได้ว่าเพดานสูงโปร่งมากๆ กับความสูงถึง 5.5 เมตร มองออกไปเห็นวิวเมือง แต่ถ้าใครเลือกห้องนี้บอกไว้ก่อนว่าทางโครงการไม่ได้แถมผ้าม่านมาให้นะ

 

ส่วนผนังที่อยู่ใกล้ๆ โต๊ะอาหารและโซนครัว สามารถ Built-in ชั้นเก็บของหรือของตกแต่งได้เพิ่มเติม แถมยังเปิดโล่งทางความคิดให้เราตกแต่งห้องได้แบบไม่จำกัดอีกด้วย

 

จากภาพล่าง ด้านขวามือของภาพที่เห็นกระจกทรงสูงนั้นของจริงจะเป็นวิวระเบียงโล่งขนาดใหญ่เท่ากับความกว้างของห้องพอดี สามารถเห็นวิวด้านนอกได้แบบเต็มๆ ส่วนบันไดนั่นคือทางขึ้นไปบริเวณห้องนอนที่ชั้น 2 

 

บันไดออกแบบมาเรียบๆ แต่มีลูกเล่นบริเวณด้านข้างบันไดที่มีพื้นที่วางของตกแต่งอื่นๆ หรือจะใช้วางจักรยานเหมือนตัวอย่างก็สวยเก๋ดี 

 

พอขึ้นไปชั้น 2 สุดบันไดก็จะเป็นประตูเข้าสู่ห้องนอนซึ่งถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่เพื่อการพักผ่อน วางเตียงขนาดใหญ่ 5-6 ฟุตได้พอดี มีพื้นที่เหลือสำหรับวางโต๊ะข้างเตียงอีกนิดหน่อย หรือจะวางตู้เสื้อผ้าเล็กๆ หรือโต๊ะทำงานอีกตัวก็ยังพอได้อยู่

 

ด้านข้างห้องนอนออกแบบให้เป็นผนังกระจกทรงสูงที่มองลงไปด้านล่างบริเวณห้องนั่งเล่นได้ทุกมุม

 

บทสรุปของ Maru เอกมัย 2 คือดีไซน์เรียบง่ายแต่โมเดิร์น ออกแบบทุกส่วนของพื้นที่ให้มีดีเทลเหมาะสำหรับการใช้ชีวิตและใช้สอยพื้นที่ได้จริง เน้นพื้นที่ส่วนกลางที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งคนรักการดูแลสุขภาพ รักการพบปะปาร์ตี้สังสรรค์ หรือพื้นที่ส่วนกลางสำหรับนั่งทำงานแบบชิลล์ๆ

 

ที่สำคัญ ตั้งอยู่บนทำเลสุขุมวิทตอนกลางในย่านที่เนื้อหอมมาแรงตอบโจทย์คนมีสไตล์อย่าง “เอกมัย” Maru เอกมัย 2 จะเริ่มก่อสร้างในเดือนกรกฎาคม 2561 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2564 กับราคาเริ่มต้น 5.4 ล้านบาท หรือราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรละ 196,000 บาท ถือว่าคุ้มค่าเลยค่ะ

 

แวะชมตัวอย่างได้ที่ Sales Gallery ได้แล้ววันนี้ หรือจะคลิก www.mjd.co.th/maru/ หรือโทร. 1266

 

 

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

ประกาศที่เกี่ยวข้อง

ขาย
฿10,700,000
ขายคอนโดสุขุมวิท อโศก ทองหล่อ : ขายคอนโด โครงการ Maru Ekkamai 2 (มารุ เอกมัย 2) วัฒนา กรุงเทพฯ
เมื่อวานนี้ 
804
สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

  54 ตร.ม.
  ชั้น 18
  2 ห้องนอน
  2 ห้องน้ำ
ขาย
฿10,500,000
ขายคอนโดสุขุมวิท อโศก ทองหล่อ : Maru Ekkamai 2bed 2bath 54sqm 10,500,000Call/Line: Am 0656199198 Whatsapp/Wechat: 0849429988
เมื่อวานนี้ 
3.7k
สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

  59.50 ตร.ม.
  ชั้น 15
  2 ห้องนอน
  1 ห้องน้ำ
ขายดาวน์
฿12,800,000
ขายดาวน์คอนโดสุขุมวิท อโศก ทองหล่อ : ✨✨Rare item✨ MARU Ekkamai 2 bed 🌟 ทั้งตึกมีตำแหน่งนี้ ห้องเดียวเท่านั้น มีพื้นที่สวน  Tel : Porto 062-2189555line : i-portofc
เมื่อวานนี้ 
293
สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

  60.50 ตร.ม.
  ชั้น 5-10
  2 ห้องนอน
  2 ห้องน้ำ
ขาย
฿10,200,000
ขายคอนโดสุขุมวิท อโศก ทองหล่อ : ขาย มารุ เอกมัย 2BR ทิศ S /E Foreign quota
เมื่อวานนี้ 
3.2k
Foreigner Quota
สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

  54 ตร.ม.
  ชั้น 19
  2 ห้องนอน
  2 ห้องน้ำ

LivingStock Application

ค้นหาล่าสุด

ทําเลที่ถูกค้นหามากที่สุด

แสดงทั้งหมด

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA ศูนย์วิจัย คลองตัน

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ ประสานมิตร

อ่อนนุช อุดมสุข

อ่อนนุช อุดมสุข พระโขนง บางจาก ปุณณวิถี

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน เสือใหญ่ เสนานิคม วังหิน รัชวิภา

นวมินทร์ รามอินทรา

นวมินทร์ รามอินทรา แฟชั่นไอส์แลนด์ วัชรพล สายไหม หทัยราษฎร์ สุขาภิบาล 5

สะพานควาย จตุจักร

สะพานควาย จตุจักร หมอชิต ประดิพัทธ์ อินทามะระ