Review

Rise พหล - อินทามระ อยู่แบบธรรมดาโลกไม่จำ

LifeScape 2018-06-28 10:41:24

Rise พหล - อินทามระ

#อยู่แบบธรรมดาโลกไม่จำ

โดย LifeScape

 

ห้องประกาศ ขาย เช่า ไรส์ พหล-อินทามระ ดูที่นี่..

 

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คนในวงการคอนโด รวมถึงคนที่หาซื้อคอนโด น้อยคนคงจะไม่รู้จัก แบรนด์น้องใหม่ที่ถือว่าเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุดในวงการอสังหาฯประเทศไทยตอนนี้ อย่าง All Inspire Development

 

ด้วยการเลือกโลเคชั่นที่อยู่ในย่านที่ตอบโจทย์คนวัยรุ่นใหม่ รวมถึงการออกแบบฟังชั่นห้องพร้อมเฟอร์เจอร์แบบจัดเต็มตลอด และที่สำคัญเลยคือ การทำราคาขายได้ ถูกกว่าเจ้าอื่นๆ ในพื้นที่เดียวกัน ทำให้แทบจะทุกโครงการของ All Inspire ซึ่งทั้งหมดคือ คอนโด Low Rise ขายหมดภายในเวลาอันรวดเร็ว

 

ไม่น่าเชื่อว่า All Inspire จะโตได้แบบก้าวกระโดดขนาดนี้ ภายในเวลาแค่ไม่ถึง 5 ปีจากการตั้งบริษัท ปัจจุบันบริษัท All Inspire ซึ่งยังไม่ได้เป็นบริษัทมหาชน แต่มีรายได้ต่อปีมากกว่าบริษัทมหาชนบางบริษัทด้วยซ้ำ

 

เพื่อต่อยอดจากความสำเร็จที่ผ่านมา ในที่สุด All Inspire ก็พร้อมจะก้าวไปอีกระดับ ด้วยการเปิดตัวคอนโด High Rise โครงการแรกอย่าง Rise พหล - อินทามระ ที่เปิดแค่แคปชั่นมาก็ปังแล้ว

 

#อยู่แบบธรรมดาโลกไม่จำ

 

ไม่ใช่แค่แคปชั่นแรงๆเท่านั้น งานนี้ All Inspire ยังจัดเต็มโดยใช้ผู้ออกแบบระดับต้นๆของประเทศมารังสรรค์โครงการให้ ทั้งเฟี้ยวทั้งคูล สมชื่อแคปชั่น

 

ไฮไลท์ที่น่าสนใจที่สุดของ Rise พหล - อินทามระ และยังถือเป็นลายเซ็นของ All Inspire ก็คือการเกาะติดกับทำเลที่สะดวกกับการใช้ชีวิตและการเดินทาง ซึ่ง Rise พหล - อินทามระ ตั้งอยู่ใจกลางถนนสำคัญ 3 สายอย่าง พหลโยธิน วิภาวดีรังสิต และรัชดาภิเษก และอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียว BTS สถานีสะพานควาย และที่สำคัญเลยคือ เปิดตัวมาในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป มนุษย์เงินเดือนเอื้อมถึงได้แน่นอน

 

Rise พหล - อินทามระ ตั้งอยู่บนถนนสุทธิสารวินิจฉัยตามชื่อโครงการเลย บริเวณตรงข้ามซอยอินทามระ 5 ห่างจากสี่แยกสะพานควายประมาณ 550 เมตร หรือ ห่างจาก BTS สะพานควายประมาณ 900 เมตร

 

เพราะเป็นซอยที่เชื่อมต่อถนนสายสำคัญ 3 สายทั้งพหลโยธิน วิภาวดีรังสิต และรัชดาภิเษก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่การจราจรภายในซอยนี้จะคับคั่งมากๆ โดยเฉพาะในช่วงเร่งรีบ ภายในเป็นถนน 3 เลนที่จะสลับวิ่งไป 2 กลับ 1 ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา ดังนั้น ใครที่คิดจะใช้รถส่วนตัวก็อาจจะต้องเผื่อเวลาสักนิด เพราะถ้าหลุดจากซอยอินทามระมาได้ก็สามารถไปขึ้นด่วนโทลเวย์เข้าออกเมืองได้ไม่ยาก

 

ถ้าไม่อยากเร่งรีบจนเกินไป แนะนำให้ใช้รถไฟฟ้า BTS ซึ่งภายในซอยมีทั้งรถมอเตอร์ไซต์รับจ้างและรถแท็กซี่ผ่านตลอด แถมยังมีรถเมล์ที่วิ่งยาวตั้งแต่สะพานควายไปจนถึงแยกห้วยขวางบนถนนรัชดาภิเษก ซึ่งเป็นถนนที่มีรถไฟฟ้าใต้ดินหรือ MRT อยู่ตลอดแนว

 

เรียกว่า ตั้งอยู่บนทำเลที่การจราจรค่อนข้างหนาแน่น แต่ก็ถูกชดเชยด้วยรูปแบบการเดินทางที่หลากหลาย ทั้งรถส่วนตัว รถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT

 

นอกจากจะเดินทางไม่ยากแล้ว “อินทามระ” ยังเป็นใจกลาง Street Food ที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นร้านที่เปิดมานานหลายสิบปี เริ่มตั้งแต่ภายในซอยอินทามระยาวไปจนถึงฝั่งถนนวิภาวดีรังสิต ไปจนถึงแยกสุทธิสารและแยกห้วยขวาง รวมทั้งฝั่งสะพานควายไปจนถึงแยกประดิพัทธ์ก็มีทั้งร้านรถเข็นและร้านตึกแถวให้เลือกมากมาย หรือถ้าเลยขึ้นไปแถวๆ ซอยอารีย์ ก็มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งร้านอาหารตึกแถวไปจนถึงร้านแฮงก์เอ้าท์สุดหรูให้เลือกอีกหลายสิบร้าน

 

Rise พหล - อินทามระ จึงถือได้ว่าเป็นโครงการที่ตั้งอยู่ท่ามกลางความสะดวกสบายรอบด้าน กับราคาเปิดตัวที่ All Inspire บอกว่าใครๆ ก็เป็นเจ้าของได้ เปิดตัวด้วยแนวคิดโครงการที่น่าสนใจว่า Live an Unforgettable Life หรือที่เราเห็นแฮชแท็กสุดแรงอย่าง #อยู่แบบธรรมดาโลกไม่จำ นี่แหละแฮชแท็กของโครงการนี้

 

แล้วอยู่แบบไหนล่ะ ที่จะทำให้โลกจำ วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกรายละเอียดโครงการ โดยเริ่มกันที่ภาพรวมของโครงการกันก่อน

 

ซูมกันชัดๆ กับภาพตัวอย่างที่ทางโครงการปล่อยมา ซึ่งเป็นอาคาร 38 ชั้น บนที่ดิน 1-2-78.2 ไร่ มีทั้ง 384 ยูนิต โดยมีขนาดห้องให้เลือก 6 ไซส์คือ 25-26 ตรม. 26 ยูนิต / 30-33 ตรม. 241 ยูนิต / 36-37.5 ตรม. 77 ยูนิต / 40-48 ตรม. 30 ยูนิต / 52-58 ตรม. 8 ยูนิต / 115-122 ตรม. 2 ยูนิต

 

และอีกหนึ่งไฮไลท์ของโครงการที่ All Inspire ใช้นวัตกรรมล้ำสมัยมาทำให้ชีวิตง่ายและสะดวก แถมยังใช้พื้นที่ได้คุ้มแบบสุดๆ ก็คือลานจอดรถระบบ Smart Auto Parking ที่ทำให้ผู้อาศัยประหยัดเวลาไม่ต้องวนหาที่จอดให้วุ่นวาย ประหยัดน้ำมัน และลดมลภาวะลงได้อีกด้วย

 

ขณะที่พื้นที่ส่วนกลางก็มีตั้งแต่ชั้น 1 ทั้ง Co-Working Space ที่เปิดให้ลูกบ้านมีพื้นที่คิดงานสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ได้ไม่จำกัด รวมทั้งพื้นที่ล็อบบี้ที่รายล้อมด้วยสวนสีเขียวสบายตารอบโครงการ และที่เห็นพื้นที่ไฮไลท์สีเหลืองก็คือส่วนของ Smart Auto Parking หรือลิฟท์ยกรถขึ้นไปจอดชั้นบน ซึ่งช่วยประหยัดพื้นที่และทำให้ทัศนียภาพโดยรอบดีขึ้นมากๆ


 

รวมทั้งพื้นที่ส่วนกลางบริเวณชั้น 35-36 ที่มีสระว่ายน้ำ Infinite Edge Design สระว่ายน้ำลอยฟ้าที่เปิดมุมมองเห็นเมืองมุมกว้างได้แบบรอบด้าน รวมทั้ง Sky Rise Facility ที่มีพื้นที่ส่วนกลางเพื่อการพักผ่อนทั้ง Sky Living Lounge, Sky Fitness ฟิตเนสลอยฟ้าที่มองเห็นวิวเมือง รวมทั้ง Panoramic Stream Room และอีกหลายฟังก์ชั่นที่เน้นความเป็นส่วนตัวและรองรับกลุ่มเพื่อนๆ ได้อีกด้วย

 

ไหนๆ ก็ได้วิวเมืองสวยๆ มาทั้งทีและให้สมกับแฮชแท็กแรงๆ อย่าง #อยู่แบบธรรมดาโลกไม่จำ พื้นที่ส่วนกลางก็ต้องไม่ธรรมดาเช่นกัน

 

เพราะที่ไหนๆ ก็มีสระว่ายน้ำลอยฟ้า ฟิตเนสและห้องสตรีมลอยฟ้า All Inspire จึงจัดให้แบบไม่เหมือนใครกับ Breath Rising Lobby Lounge พื้นที่พักผ่อนออกแบบพิเศษ เน้นความโปร่งโล่ง สามารถพักผ่อนรับลมเย็นๆ และสูดอากาศบริสุทธิ์ ท่ามกลางการตกแต่งสไตล์รีสอร์ท

 

รวมทั้ง Star Rising Terrace หรือ Sky Terrace ระเบียงสัมผัสดาวที่เปิดโอกาสให้ลูกบ้านทุกคนได้ขึ้นมาดูดาวชมวิวบนระเบียงเปิดโล่งขนาดใหญ่ หรือจะใช้เป็นพื้นที่สังสรรค์ นั่งสมาธิ เล่นโยคะก็ได้

 

ซึ่งตอนนี้ได้เปิดตัวแปลนห้องมาให้ดูกัน 3 แบบ คือ


B1 31.45 ตร.ม. 1 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ และส่วนครัว พร้อมระเบียง


C1 37.81 ตร.ม. 2 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ และส่วนครัว พร้อมระเบียง


D1 42.03 ตร.ม. 2 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ และส่วนครัว พร้อมระเบียง ซึ่งถ้าดูจากแปลนจะเห็นว่าห้องแบบ D1 จะได้ห้องนอนใหญ่ทั้ง 2 ห้อง ห้องนั่งเล่นกว้างขึ้น สามารถใช้สอยได้หลากหลายฟังก์ชั่น 

 

สำหรับใครที่สนใจอยากเห็นห้องตัวอย่างก็สามารถเข้าไปดูที่โครงการได้แล้ววันนี้ ซึ่งเรามีภาพ Sale Gallery และห้องตัวอย่างมาฝาก

 

สำหรับ Sale Gallery เรียกว่าถอดแบบมาจากภาพ Perspective ของโครงการมาเป๊ะเลย คือมีความโมเดิร์น แต่ไม่ใช่โมเดิร์นแบบทึบดำ แต่เป็นโมเดิร์นแบบขาวใส ดูแล้วโปร่งสดใสตลอดเวลา ด้วยวัสดุประเภทกระจกกรองแสง ตัดกับสีขาวและวัสดุตกแต่งลวดลายหินแกรนิตสีโทนสว่าง ทำให้ภาพรวมของโครงการดูโมเดิร์นแบบสบายๆ ตา

 

หาไม่ยากเลย... ใสสว่างป้ายโครงการเด่นชัด

 

ด้านในก็เช่นกัน ออกไปในโทนขาวใสและเล่นลวดลายจากหินแกรนิตและวัสดุประเภทอะลูมิเนียม มองออกไปจะเห็นว่าตั้งอยู่ติดกับถนนเลย หาไม่ยากแน่นอน

 

สำหรับห้องตัวอย่างที่เราจะพาไปดูวันนี้ก็คือห้องแบบ B1 และ C1


มาเริ่มกันที่ห้องแบบ B1 31.45 ตร.ม. 1 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ และส่วนครัว พร้อมระเบียง

 

สำหรับห้องแบบ B1 ได้วางผังห้องให้เปิดประตูเข้ามาแล้วเจอกับโซนห้องครัวเลย ตามตัวอย่างภาพด้านล่าง ส่วนด้านซ้ายมือจะเป็นห้องน้ำ และมีบานเลื่อนกระจกกั้นระหว่างห้องครัวและห้องนั่งเล่นด้านใน

 

ข้อดีคือเป็นการแบ่งสัดส่วนแยกห้องครัวกับห้องน้ำออกจากโซนพักผ่อนอย่างห้องนั่งเล่นและห้องนอน แต่ข้อเสียก็คือปัญหาเรื่องกลิ่นในห้องครัวที่ต้องติดเครื่องดูดอากาศ หรืองดทำอาหารที่มีกลิ่น รวมทั้งห้องน้ำก็ต้องติดเครื่องดูดกลิ่นเพื่อลดปัญหาเรื่องกลิ่นอับ

 

ส่วนครัวมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างทีเดียวดูจากภาพห้องตัวอย่าง ที่มีบิวท์อินมาให้แล้วยังสามารถวางตู้เย็นและเครื่องซักผ้าในโซนครัวได้เลยแบบไม่รกเลย หรือเอาจริงๆ ก็สามารถย้ายไปวางตรงระเบียงก็ยังพอมีที่วางได้อยู่

 

ขณะที่ห้องน้ำก็มีสุขภัณฑ์พื้นฐานครบครันพร้อมกระจกบานใหญ่ แถมมาด้วยกับประตูกั้นส่วนแห้งกับส่วนเปียก พร้อมฝักบัวขนาดใหญ่ แถมด้วยเจาะผนังทำเป็นชั้นวางอปุกรณ์อาบน้ำอีกด้วย

 

เลยห้องครัวเข้ามาก็จะเจอกับห้องนั่งเล่นที่มีบานเลื่อนกระจกสามารถปิดกั้นห้องนอนแยกเป็นอีกห้องก็ได้ หรือจะเปิดโล่งเชื่อมเป็นห้องใหญ่ห้องเดียวเลยก็ได้ ที่สำคัญพื้นที่ห้องนั่งเล่นถูกออกแบบให้อยู่ติดกับระเบียง ได้ทั้งแสงธรรมชาติ และมองเห็นวิวเมืองได้ตลอดเวลา 

 

จากภาพห้องตัวอย่างจะเห็นว่าสามารถวางโซฟาขนาด 2-3 คนนั่งสบายๆ วางชั้นวางทีวี และโต๊ะกลางตัวเล็กๆ ได้สบาย หรือจะเพิ่มพื้นที่ด้วยการติดทีวีไว้ที่ผนัง และทำตู้บิ้วท์อินไว้เก็บของก็ช่วยให้มีพื้นที่เพิ่มขึ้น

 

ส่วนห้องนอนก็สามารถวางที่นอน King Size ได้แบบสบายๆ แถมด้วยตู้เสื้อผ้า และโต๊ะทำงาน แม้จะไม่มีประตูออกไปนอกระเบียง แต่ก็มีหน้าต่างกระจกทรงสูงจรดเพดานเปิดรับวิวโล่งๆ ได้เช่นกัน หรือจะทำเป็นมุมโต๊ะทำงานก็ได้

 

ส่วนระเบียงก็ค่อนข้างกะทัดรัด เพราะมีส่วนที่ทางโครงการจะวางคอมเพรสเซอร์แอร์และปิดม่านบังตาเอาไว้ส่วนหนึ่ง แต่ก็สามารถวางเครื่องซักผ้าได้ และเหลือพื้นที่ใช้สอยอีกเล็กน้อย

 

มาต่อกันที่ห้องแบบ C1 2 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ และส่วนครัว พร้อมระเบียง ที่เพิ่มพื้นที่ห้องนั่งเล่น ห้องนอนใหญ่ และห้องนอนเล็กขึ้นมา

 

ทันทีที่เปิดประตูห้องเข้ามา เราก็จะเจอกับโซนครัว มองตรงไปก็จะเจอกับห้องน้ำ ส่วนขวามือที่เห็นบานกระจกเลื่อนนั่นคือ ห้องนั่งเล่นและห้องนอน ตอกย้ำได้เลยว่าแบบห้องของ Rise พหล - อินทามระ มีการแบ่งสัดส่วนพื้นที่ใช้สอยกับพื้นที่พักผ่อนออกจากกันอย่างชัดเจน

 

เมื่อเข้ามาในห้องนั่งเล่นและมองกลับไปก็จะเห็นโซนครัวที่มีบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่กั้นอยู่ ภายในห้องนั่งเล่นมีพื้นที่ค่อนข้างใหญ่กว่าแบบ B1 สามารถวางโต๊ะอาหารและโซฟาขนาด 3 - 4 คน พร้อมโต๊ะกลาง และโต๊ะวางทีวีขนาดใหญ่

 

โต๊ะอาหารขนาด 2 คนวางได้แบบพอดีๆ

 

มองออกไปเห็นโซนหน้าต่างทรงสูงและประตูเปิดออกไประเบียงที่มุมขวาของภาพ ขณะที่ด้านซ้ายติดกับหน้าต่างเป็นประตูทางเข้าห้องนอนใหญ่

 

ภาพด้านล่าง มองออกจากห้องนอนใหญ่ออกไปห้องนั่งเล่น

 

สำหรับห้องนอนใหญ่ก็มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง วางเตียง King Size และตู้เสื้อผ้าได้สบายๆ มีหน้าต่างบานสูงชมวิวได้อย่างเป็นส่วนตัว

 

ขณะที่อีกห้องจะเรียกว่าเป็นห้องนอนเล็กก็ไม่เชิง ห้องรับแขกก็ไม่ใช่ แต่สามารถทำเป็นห้องอเนกประสงค์ได้หมด จะเป็นห้องทำงานหรือห้องนอน หรือห้องทำกิจกรรมอื่นๆ ส่วนตัวก็ได้ สำหรับสาวโสดที่อยู่คนเดียวก็สามารถทำเป็นห้องแต่งตัวหรือ Walk-in Closet ได้แบบสบายๆ ส่วนขนาดก็เล็กกว่าห้องนอนใหญ่ไม่มากนัก ถ้าวางเตียงนอนขนาด 1 คน ก็ยังเหลือที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะทำงานขนาดเล็กได้อีก

 

ส่วนห้องน้ำก็กว้างขวางขึ้น ประตูกระจกกั้นพื้นที่ส่วนเปียกและส่วนแห้ง และมีบานเลื่อนเปิดรับแสงจากระเบียงด้านนอกได้ แต่น่าจะออกไปไม่ได้เพราะทางโครงการวางผังไว้ว่าจะเป็นระเบียงสำหรับวางคอมเพรสเซอร์แอร์ แต่ก็ช่วยให้ห้องน้ำไม่อับ ระบายอากาศได้เต็มที่

 

ส่วนระเบียงที่ออกไปได้ก็อยู่ติดกับห้องนั่งเล่น ซึ่งขนาดระเบียงไม่ใหญ่มาก ไม่เหมาะสำหรับวางเครื่องซักผ้า แต่อาจจะตากผ้าเล็กๆ น้อยๆ หรือออกมายืนชมวิวจะเหมาะกว่า

 

สรุปแล้วแนวคิดการออกแบบผังห้องของโครงการค่อนข้างจะเน้นให้เป็นพื้นที่เพื่อการพักผ่อนและใช้ชีวิตสไตล์คนเมืองโสดๆ หรือเพิ่งแต่งงานอยู่กันสองคนสามีภรรยา ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากๆ ถ้าคุณต้องการคอนโดที่ตอบโจทย์สไตล์ชีวิตกลางเมือง ที่สามารถมองเห็นวิวเมืองได้ตลอดเวลา แถมยังมีพื้นที่ส่วนกลางให้ใช้แบบคุ้มสุดคุ้ม โดยเฉพาะพื้นที่ส่วนกลางจัดแต็มที่ชั้น 35-36 

 

อยากสัมผัสรายละเอียดโครงการกันแบบใกล้ชิดหรืออยากมีชีวิต #อยู่แบบธรรมดาโลกไม่จำ สามารถไปแวะชมห้องตัวอย่างกันได้แล้ววันนี้ที่ Sale Gallery ตรงข้ามซอยอินทามระ 5 


และพบกับข้อเสนอสุดพิเศษได้ที่งาน Pre-Sale วันที่ 23 มิถุนายนนี้ พิเศษ! ห้อง 1 ห้องนอน ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท* เท่านั้น ซึ่งบอกได้เลยว่า ราคานี้ต่อไปคุณจะหาไม่ได้อีกแล้วในย่านนี้

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02-029-9999 หรือ www.allinspire.co.th


#อยู่แบบธรรมดาโลกไม่จำ 


 

เขียนความคิดเห็น
บทความล่าสุด