Review

สต๊อกคอนโด ชะอำ-หัวหิน-ปราณ 3-5 ล้านบานตะไท 5,600 ห้อง

LivingInsider Report 2018-04-25 13:34:52

สต๊อกคอนโด “ชะอำ-หัวหิน-ปราณ” 3-5 ล้านบานตะไท 5,600 ห้อง

 

ดาต้าเบสอสังหาริมทรัพย์ชายทะเล โดย “คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย” อัพเดต ณ ไตรมาส 1/61 โฟกัสตลาดชะอำ-หัวหิน-ปราณบุรี ระบุเริ่มมีแนวโน้มเป็นบวก อ่านสัญญาณผ่านการลงทุนเปิดตัวโครงการใหม่ของบิ๊กแบรนด์อย่าง “แสนสิริ-เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์” และรายอื่น ๆ ตั้งแต่ปลายปี 2560 ถึงปัจจุบัน รวมกว่า 917 หน่วย

 

รวมทั้งค่าย LPN (บมจ.แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเม้นท์) ที่เปิดตัวโครงการลุมพินีซีวิลล์ ชะอำ เฟส 2 จำนวน 553 หน่วย อีกโครงการคือ “ดุสิต ดีทู หัวหิน คอนโดมิเนียม” ของกลุ่มเอ็นริช สเตทส์ 364 หน่วย ทั้ง 2 โครงการสร้างยอดขายได้เป็นอย่างดี

 

สต๊อกรอขาย 1.8 หมื่นหน่วย

 

สถิติ ณ ไตรมาส 1/61 มีคอนโดฯอยู่ระหว่างขายในชะอำ 13,296 หน่วย ขายแล้ว 73%, ทำเลหัวหิน มีหน่วยอยู่ระหว่างขาย 4,383 หน่วย ขายแล้ว 83% และปราณบุรี มีคอนโดฯอยู่ระหว่างขาย 325 ยูนิต ขายแล้ว 86%


ทั้งนี้ คอนโดฯสร้างเสร็จในชะอำ-หัวหิน-ปราณบุรี พยายามกระตุ้นให้ผู้ซื้อโอนกรรมสิทธิ์ แต่ผู้ซื้อบางส่วนไม่มาโอน เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นนักเก็งกำไรที่ต้องการลงทุนในระยะสั้น ดังนั้นจึงมีหน่วยสร้างเสร็จจำนวนมากเหลือขายในตลาด และค่อย ๆ ดูดซับในช่วงปี 2560

 

โดยพื้นที่ “ชะอำ” มีห้องชุดอยู่ระหว่างขายสะสมมากที่สุดมากกว่า 4,500 หน่วย ส่วนพื้นที่ “หัวหิน” ปัจจุบันหัวหินเหลือที่ดินที่มีศักยภาพในการพัฒนาน้อยมาก โดยเฉพาะฝั่งทะเลใจกลางเมืองหัวหิน ราคา 60-80 ล้านบาท/ไร่ ย่านเขาตะเกียบ 70-80 ล้านบาท/ไร่ และเขาเต่า 25 ล้านบาท/ไร่ (เปรียบเทียบกับราคาที่ดินชายฝั่งทะเลชะอำ ช่วงชะอำตอนใต้หรือรอยต่อระหว่างชะอำกับหัวหินอยู่ที่ 25-35 ล้านบาท/ไร่)

 

ดังนั้น คอนโดฯในหัวหินฝั่งทะเลจึงแทบไม่มีซัพพลายใหม่เข้ามาเติมในตลาดในช่วงที่ผ่านมา แต่ริมถนนเพชรเกษมทำเลใจกลางเมืองหัวหิน เน้นขายรูปแบบโครงการที่มีความโดดเด่น แวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และวิวทะเลในชั้นบน ๆ

 

แสนสิริโชว์พาว “ลากาซิตา”

 

อัตราการขายคอนโดฯ ชะอำอยู่ที่ 73% หัวหินฝั่งทะเล 82% หัวหินฝั่งภูเขา 89% และปราณบุรี 86% ส่งสัญญาณอัตราการขายเฉลี่ยไตรมาส 1/61 มีแนวโน้มที่ดีขึ้น เห็นได้จากบิ๊กแบรนด์เริ่มเปิดตัวโครงการใหม่ หลังจากระบายสต๊อกคงค้างตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา

 

เช่น “ลากาซิตา” ของค่ายแสนสิริ ออกแบบเป็นอาคารสูง 8 ชั้น 4 อาคาร 705 ยูนิต บนถนนเพชรเกษม ใจกลางเมืองหัวหิน มูลค่าโครงการ 2,300 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 8 หมื่น-1.3 แสนบาท/ตารางเมตร ทำยอดขายกว่า 50% ในวันเปิดพรีเซล 2 วันแรก ทางแสนสิริคาดว่าปิดการขายได้ภายในไตรมาส 2/61

 

อีก 1 โครงการที่เปิดขายต้นปีที่ผ่านมา “มาร์เวสท์ หัวหิน” ของค่ายเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ 336 หน่วย อยู่ใจกลางเมืองหัวหิน ใกล้ย่านธุรกิจ มียอดจองกว่า 60%

 

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ดีเวลอปเปอร์จัดแคมเปญระบายสต๊อกอย่างคึกคัก อาทิ โครงการร่วมทุนแบรนด์ทิวทะเล ของกลุ่มชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ กับกลุ่ม ไอ.ซี.ซี. จัดงาน “Thew Talay Estate Beat of Life @ Baba Beach Club Hotel & Residences Hua Hin” เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อกระตุ้นยอดขาย ซึ่งได้การตอบรับลูกค้าเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

 

7 หมื่น-1.3 แสน/ตร.ม. ขายดี

 

ในด้านราคาห้องชุด พื้นที่ชะอำ สัดส่วน 45% อยู่ในช่วงราคา 3-5 ล้านบาท, สัดส่วน 15% อยู่ในช่วงราคา 5-7.5 ล้านบาท ส่วนห้องชุดในหัวหิน สัดส่วน 21% อยู่ในช่วงราคา 3-5 ล้านบาท และ 18% อยู่ในช่วงราคา 1.75-2 ล้านบาท

 

โดยห้องชุดราคาเฉลี่ย 7 หมื่น-1.3 แสนบาท/ตารางเมตร เป็นช่วงราคาขายที่ขายดี ผู้ซื้อหลักมาจากกรุงเทพฯ ซื้อเป็นบ้านหลังที่สองหรือบ้านพักตากอากาศ คนที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ และคนท้องถิ่น

 

“ตลาดคอนโดฯหัวหิน ชะอำ ปราณบุรี มีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นในปีนี้ แม้ว่าไม่บูมเท่ายุคเมื่อปี 2544 แต่อย่างน้อยก็เริ่มเห็นสัญญาณที่ดี หลังจากซบเซาในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา”

 

 

ขอบคุณภาพและข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ

 

https://www.prachachat.net/property/news-148031

 

 

เขียนความคิดเห็น
บทความล่าสุด