Review

De LAPIS Charan 81 (เดอ ลาพีส จรัญ 81)คอนโดติดรถไฟฟ้า วิวโค้งน้ำเจ้าพระยา ตอบทุกความรู้สึกที่เป็นคุณ 

LifeScape 2018-06-22 13:47:40

De LAPIS Charan 81 (เดอ ลาพีส จรัญ 81)คอนโดติดรถไฟฟ้า วิวโค้งน้ำเจ้าพระยา ตอบทุกความรู้สึกที่เป็นคุณ 

โดย LifeScape

 

ห้องประกาศ ขาย เช่า De LAPIS Charan 81 ดูที่นี่..

 

จะว่าไปแล้ว “จรัญสนิทวงศ์” ถือเป็นถนนเส้นที่มีผู้คนอยู่อาศัยตลอดสองแนวฝั่งถนนกันอย่างหนาแน่น นี่คือย่านอยู่อาศัยเก่าแก่และเป็น Residential Area ที่สำคัญแห่งหนึ่งของชาวฝั่งธนและคนกรุงเทพฯ เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่สายสำคัญที่ตัดผ่านใจกลางเขตบางกอกน้อย เขตที่ขึ้นชื่อว่าเป็นย่าน Fusion ผสมผสานความทันสมัยของสังคมเมืองเข้ากับวัฒนธรรมดั้งเดิมในพื้นที่ได้อย่างลงตัว

 

แม้ว่าในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา การพัฒนาของถนนจรัญสนิทวงศ์ตลอดความยาวกว่า 13 กม. จะถูกแช่แข็งแน่นิ่งไปตามกาลเวลา ความเจริญกระจุกตัวอยู่แค่ในบริเวณช่วงปิ่นเกล้าที่ถนนจรัญสนิทวงศ์ตัดกับถนนบรมราชชนนี โดยมีห้างดังอย่างพาต้า เซ็นทรัล และเมเจอร์ เป็นแลนด์มาร์คแหล่งพบปะที่สำคัญของคนในย่านนี้เท่านั้น ขณะที่สี่แยกท่าพระที่เคยซบเซาก็เจริญรุดหน้าไปก่อนแล้ว 1-2 ปี

 

มีสิ่งปลูกสร้างใหม่ๆ เกิดขึ้นมาบ้างแต่ก็ไม่ได้หวือหวา ส่วนใหญ่จะเน้นหนักไปทางแหล่งช้อปปิ้ง โรงเรียน โรงพยาบาล หรือบริษัทสำนักงานเอกชนที่ไม่ใหญ่มาก ทั้งในรูปแบบของตึกแถวและอาคารพาณิชย์ ส่วนในซอยก็จะเป็นบ้านเรือนในแนวราบ มีอพาร์ทเม้นท์และหอพักที่เจาะกลุ่มคนวัยทำงานและกลุ่มนักศึกษาแทรกอยู่ตามซอกซอยต่างๆ อีกจำนวนหนึ่ง

 

แต่ทันทีที่รัฐบาลอนุมัติให้มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน... ก็เหมือนว่า “จรัญสนิทวงศ์” จะโดนกระตุ้นหัวใจเข้าอย่างแรง “จรัญสนิทวงศ์” ที่เคยแน่นิ่งได้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง และด้วยคุณสมบัติของการเป็น Residential Area แบบดั้งเดิม

 

ทำให้มีนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายต่อหลายรายรุกคืบเข้ามาจับจองพื้นที่เพื่อพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมทั้ง Low Rise และ High Rise กันอย่างเนืองแน่น โดยชูจุดขายของการเป็นที่พักอาศัยที่ติดรถไฟฟ้าอย่างแท้จริง

 

เช่นเดียวกับ GRAND UNITY หนึ่งในนักพัฒนาที่ได้หยิบเอาชิ้นปลามันชิ้นใหญ่จับจองพื้นที่ “จรัญสนิทวงศ์ 81” มาพัฒนาเป็นโครงการ De LAPIS Charan 81 (เดอ ลาพีส จรัญ 81) ซึ่งแม้ว่าจะไม่ใช่จรัญสนิทวงศ์ที่สนิทชิดกับโซนปิ่นเกล้า แต่...

 

จรัญ 81 ก็คือศูนย์กลางที่ถูกโอบล้อมด้วย 4 สะพานใหญ่อย่าง สะพานพระราม 7 สะพานกรุงธน (ซังฮี้) สะพานพระราม 8 สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า และถนนอีก 3 สายสำคัญอย่าง ถนนบรมราชชนนี ถนนสิรินธร และถนนบางกรวย-ไทรน้อย

 

ก่อนที่ทางโครงการจะเปิดตัวภาพภายในของโครงการ เราแวะมาสำรวจกันสักนิดว่า รอบๆ De LAPIS Charan 81 เป็นอย่างไรกันบ้าง

 

เริ่มต้นขอแนะนำก่อนว่า “จรัญสนิทวงศ์” เป็นถนนสายสำคัญที่ตัดพาดผ่านใจกลางเขตบางกอกน้อยระยะทางรวมกว่า 13 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางจึงได้มีจุดเชื่อมกับถนนสายสำคัญหลายสาย เริ่มจากจุดเริ่มต้นที่สี่แยกท่าพระตัดกับถนนเพชรเกษม

 

ไล่ยาวมาเรื่อยๆ ตัดกับถนนพรานนกที่สี่แยกไฟฉาย ถนนเลียบทางรถไฟตลิ่งชัน ถนนบางขุนนนท์ ถนนบรมราชชนนี ถนนสิรินธร และถนนบางกรวย-ไทรน้อย ก่อนจะเข้าสู่สะพานพระราม 7 เพื่อข้ามไปยังฝั่งถนนวงศ์สว่าง โดยมีความยาวตลอดเส้นประมาณ 13 กม.

 

สำหรับ De LAPIS Charan 81 อยู่ในช่วงที่ถนนจรัญสนิทวงศ์ตัดกับถนนสิรินธร-ราชวิถี หรือที่เรียกว่าสี่แยกบางพลัด ซึ่งถ้าข้ามมาฝั่งธนด้วยสะพานกรุงธน (ซังฮี้) ลงสะพานมาเจอสี่แยกก็ให้เลี้ยวขวา แล้ววิ่งตรงไปประมาณ 1.5 กม. ก็จะเจอกับปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 81 ซึ่งเป็นที่ตั้งโครงการ

 

ฝั่งตรงข้ามของจรัญฯ 81 เป็นซอยจรัญฯ 72 ภายในซอยเป็นที่ตั้งของวัดอาวุธวิกสิตารามหรือวัดบางพลัดนอก และมีบ้านเรือนและรีสอร์ทริมน้ำตั้งอยู่ภายในซอย ขณะที่ซอยข้างๆ อย่างจรัญฯ 79 ก็เป็นที่ตั้งของชุมชนขนาดใหญ่รายล้อมวัดบางพลัดซึ่งเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของคนในย่านนี้


สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว แม้ว่าตอนนี้การจราจรจะค่อนข้างติดขัดในช่วงเวลาเร่งด่วนเพราะอยู่ระหว่างการสร้างรถไฟฟ้า แต่ก็คาดว่าหลังจากสร้างรถไฟฟ้าเสร็จ ทุกคนจะมีชีวิตที่ดีขึ้นทันตาเห็น จะขึ้นรถไฟฟ้าก็ได้ หรือจะเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็มีหลากหลายเส้นทางให้เลือก

 

จรัญสนิทวงศ์-พิบูลย์สงคราม-วงศ์สว่าง-ประชานุกูล-รัชโยธิน-รัชดาภิเษก จากหน้าโครงการเลี้ยวซ้ายวิ่งตามถนนจรัญสนิทวงศ์ไปประมาณ 2.5 กม. ก็จะถึงทางขึ้นสะพานพระราม 7 ที่ข้ามไปยังฝั่งวงศ์สว่างได้ ซึ่งถ้าเลี้ยวซ้ายก็จะไปทางถนนพิบูลย์สงคราม ผ่านหน้าเทคโนโลยีพระนครเหนือ วิ่งตรงไปก็จะเจอสะพานพระราม 5

 

หรือจะวิ่งตรงไปทางถนนวงศ์สว่างที่ต่อเชื่อมกับถนนรัชดาภิเษก ก็เป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่สำคัญเพราะผ่านแยกสำคัญๆ อย่าง แยกวงศ์สว่าง แยกประชานุกูล และเลยไปอีกนิดก็จะเจอกับแยกรัชโยธิน หรือจะเลี้ยวเข้าสู่ถนนวิภาวดีรังสิตก็ได้เช่นกัน


 

จรัญสนิทวงศ์-ราชวิถี-สามเสน-อนุสาวรีย์ชัย หรือถ้าต้องการเข้ากรุงเทพชั้นใน จากหน้า De LAPIS Charan 81 ก็ให้ยูเทิร์นกลับและเลี้ยวซ้ายที่แยกบางพลัด ข้ามสะพานซังฮี้ วิ่งตรงเข้าสู่ถนนราชวิถีที่สามารถไปต่อได้ทั้งถนนสามเสน ถนนกำแพงเพชร ถนนพระรามที่ 5 ถนนพิชัย หรือจะวิ่งตรงเข้าสู่อนุสาวรีย์ชัยซึ่งเป็นศูนย์กลางการเดินทางและการขนส่งที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพเลยก็ว่าได้

 

ภาพด้านล่างคือเมื่อลงจากสะพานซังฮี้จะเจอสะพานข้ามแยกบางพลัด ถ้าวิ่งตรงไปก็จะเจอกับถนนสิรินธร แต่ถ้าจะไปโครงการ De LAPIS Charan 81 ให้ชิดซ้ายเพื่อรอเลี้ยวขวาใต้สะพานเพื่อเข้าสู่ถนนจรัญสนิทวงศ์


 

 

จรัญสนิทวงศ์-สิรินธร-บรมราชชนนี-ราชพฤกษ์ จากแยกบางพลัดแล้วเลี้ยวขวาก็จะเข้าสู่ถนนสิรินธร ผ่านห้างตั้งฮั่วเส็งที่อยู่คู่กับคนย่านนี้มายาวนาน วิ่งตรงไปก็จะเจอกับทางเลือก 2 ทางคือ เลี้ยวซ้ายเพื่อวกกลับไปทางถนนบรมราชชนนีฝั่งเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ทะลุไปยังสะพานพระราม 8 สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า และถนนจรัญสนิทวงศ์ได้

 

หรือจะวิ่งตรงขึ้นสะพานแถวช่างชุ่ยเพื่อข้ามไปยังถนนบรมราชชนนีฝั่งวัดชัยพฤกษ์มาลาฯ ก็จะเจอกับมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตตลิ่งชัน และศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร และถ้าทะลุไปเรื่อยๆ ก็จะเจอกับถนนราชพฤกษ์ ถนนเพชรเกษม และขนส่งสายใต้ ศูนย์กลางการเดินทางสู่ภาคใต้


สะพานพระราม 8 ถือว่าเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้เราเข้าถึงตัวเมืองได้ง่ายขึ้น เพราะจากสะพานพระราม 8 ก็สามารถวิ่งไปยังถนนจตุรทิศที่เข้าสู่กรุงเทพชั้นในอย่างอโศก สุขุมวิท และพระราม 9 ได้อย่างง่ายดาย


 

อีกหนึ่งตัวช่วยของคนใช้รถยนต์ส่วนตัวก็คือ “ทางด่วน” ซึ่ง De LAPIS Charan 81 อยู่ใกล้กับจุดขึ้นลงทางด่วนบริเวณเชิงสะพานพระราม 7 ที่สามารถไปได้ทั้งถนนราชพฤกษ์-ถนนกาญจนาภิเษก และจตุจักร-ถนนพระราม 9-บางนา นอกจากนี้ยังติดกับทางด่วนสายหลักอื่นๆ อย่าง บรมราชชนนี พระราม 6 และไปยังกรุงเทพชั้นในอย่างสาทร สีลม สุรวงศ์ สี่พระยา พระราม 4 และพระราม 1

และที่จะไม่พูดถึงเลยก็ไม่ได้นั่นก็คือ De LAPIS Charan 81 อยู่ติดกับ MRT สถานีบางพลัด รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ ที่เชื่อมต่อกับ MRT บางซื่อ - หัวลำโพง และหัวลำโพง - บางแค

 

ซึ่งรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้ชีวิตของคนฝั่งธนเปลี่ยนไป สามารถเดินทางจากฝั่งธนไปยังฝั่งบางซื่อหรือสถานีกลางบางซื่อเพื่อต่อไปยังสายสีลม สายสุขุมวิทได้ง่ายขึ้น หรือจะไปทางฝั่งท่าพระ-บางแค-พุทธมณฑลสาย 4 ก็ได้ แถมยังมีสถานีเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่ไปยังสาทร สีลม บางนา และสมุทรปราการ รวมทั้งจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายต่างๆ อีกมากมายอาทิ สายสีม่วง (บางใหญ่-ราษฎร์บูรณะ) สายสีส้ม (ตลิ่งชัน-มีนบุรี)


 

 

โดยรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินมีระยะทางรวมทั้งหมด 21.5 กม. เป็นสถานีลอยฟ้า 15 สถานี และสถานีใต้ดิน 4 สถานี แบ่งออกเป็น 2 ช่วงคือ


• ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ ระยะทางประมาณ 11 กม. สถานีลอยฟ้า 8 สถานี เป็นเส้นทางลอยฟ้าวิ่งจากสถานีบางซื่อมาทางสถานีเตาปูนและยาวไปจนข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่ถนนจรัญสนิทวงศ์ ผ่านแยกบางพลัด แยกบรมราชชนนี แยกไฟฉาย และสิ้นสุดที่สี่แยกท่าพระ

 

• ช่วงหัวลำโพง-บางแค ระยะทางประมาณ 16 กม. สถานีใต้ดิน 4 สถานี สถานีลอยฟ้า 7 สถานี วิ่งจากสถานีหัวลำโพงมาตามแนวถนนพระราม 4 ผ่านเจริญกรุงลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาแถวปากคลองตลาด ผ่านคลองบางกอกใหญ่ แล้วมาเปลี่ยนเป็นการวิ่งลอยฟ้าเข้าสู่แยกท่าพระ ซึ่งจะบรรจบกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงบางซื่อ-ท่าพระ แล้ววิ่งต่อไปจนสิ้นสุดที่ถนนกาญจนาภิเษก

 

เพราะเป็นโซน Residential Area สภาพแวดล้อมส่วนใหญ่จึงเป็นบ้านเรือนในแนวราบ วัด และอาคารพาณิชย์ ทำให้ห้องชั้นบนๆ ของ De LAPIS Charan 81 สามารถมองเห็นวิวโค้งน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างชัดเจน โดยอีกฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาจะเป็นที่ก่อสร้าง “รัฐสภาแห่งใหม่” ซึ่งเป็นงานสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์สวยงามตามแบบสถาปัตยกรรมไทย ตัดกับภาพความเจริญของเมืองกรุงที่ยิ่งมองไปไกลเท่าไรก็ยิ่งเห็นความเจริญของกรุงเทพมหานครมากขึ้นเท่านั้น


 

จุดเด่นของทำเล De LAPIS Charan 81 ก็คือเป็นย่านเก่าแก่ที่มีผู้คนอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก สิ่งปลูกสร้างส่วนใหญ่ก็จะเป็นบ้านในแนวราบ อาคารพาณิชย์ คอนโด High Rise และ Low Rise บ้างประปราย

 

สภาพแวดล้อมส่วนใหญ่แม้จะไม่เจริญเท่าตัวเมืองชั้นในแต่เรื่องแหล่งกินแหล่งเที่ยวก็มีความอุดมสมบูรณ์ในราคาที่ไม่แพงไปจนถึงราคากลางๆ ทั้ง Street Food ตลาดสด ซุปเปอร์มาเก็ต ชุมชนริมน้ำและร้านอาหารริมน้ำ หรือจะข้ามไปทางถนนสิรินธรและถนนบรมราชชนนีก็มีห้างดังอย่างตั้งฮั่วเส็ง เซ็นทรัลปิ่นเกล้า เมเจอร์ปิ่นเกล้า พาต้า และช่างชุ่ย แหล่งแฮงก์เอ้าท์สุดฮิปที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในตอนนี้


 

แหล่งช้อปปิ้งพักผ่อนของคนในย่านนี้ก็คงหนีไม่พ้น โลตัสบางพลัด ตั้งฮั่วเส็ง พาต้าปิ่นเกล้า เซ็นทรัลปิ่นเกล้า และเมเจอร์ปิ่นเกล้า แต่สำหรับใครที่ไม่ชอบห้างก็บอกเลยว่าไม่ควรพลาดแวะไปช่างชุ่ย ตลาดนัดของนักออกแบบและผู้ชื่นชอบงานศิลปะที่มาพร้อมกับอาหารการกินและ Food Truck นานาชนิด

 

หรือจะเขยิบไปอีกนิดก็มีทั้งท่าพระอาทิตย์ ท่าพระจันทร์ ท่าเตียน ท่ามหาราช ฯลฯ ที่ไม่เพียงมีแค่ของกินของใช้เท่านั้น แต่ยังกลายเป็นแหล่งรวมพลคนรุ่นใหม่ที่มาชิลล์ชิมช้อปกันอย่างไม่ขาดสายหรือถ้าอยากแวะกินของอร่อยแบบดั้งเดิมก็ไม่ควรพลาดถนนสองสายนี้ “บางขุนนนท์” และ “ชัยพฤกษ์ฯ-สวนผัก” ถนนสายสั้นๆ แต่มีของอร่อยซ่อนตัวอยู่มากมายเรียกว่าคอ Street Food ไม่มีใครที่ไม่รู้จัก

 

ขณะเดียวกันก็อยู่ใกล้สถานศึกษาอย่างมหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เทคโนโลยีพระนครเหนือ รวมทั้งใกล้กับพิพิธภัณฑ์ศิลปะและแหล่งสร้างแรงบันดาลใจอีกมากมาย อาทิ มิวเซียมสยาม หอศิลป์เจ้าฟ้า นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ หอสมุดกรุงเทพ ฯลฯ

 

ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมาคือ “จรัญสนิทวงศ์” ที่แม้ว่าบรรยากาศจะดูธรรมดา ไม่หวือหวา ไม่เร้าใจมากนัก แต่ถ้าให้การันตีถึงบรรยากาศเพื่อการอยู่อาศัยและใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายและเป็นตัวเอง “จรัญสนิทวงศ์” ก็คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่ดูเป็นมิตร ใกล้ชิด สบายกายและอุ่นใจอีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานครแห่งนี้

 

และถ้าทั้งหมดที่พูดมาคือส่วนหนึ่งของเหตุผลในการใช้ชีวิตของคุณ แวะมาเยี่ยมชมหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ De LAPIS Charan 81 คอนโดติดรถไฟฟ้า วิวโค้งน้ำเจ้าพระยา ตอบรับทุกความรู้สึกที่เป็นคุณ

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.grandunity.co.th หรือ โทร. 02-652-4000

 

พาชมห้องตัวอย่าง DE LAPIS CHARAN 81 ดูที่ลิ้งค์นี้ https://bit.ly/2IgWeMR

เขียนความคิดเห็น
บทความล่าสุด