Review

All Inspire 'Success By Design' ใครว่าความสำเร็จออกแบบไม่ได้

LivingInsider Editor 2017-12-25 11:06:17

All Inspire 'Success By Design' ใครว่าความสำเร็จออกแบบไม่ได้  โดย LivingInsider Editor

 

ถึงตอนนี้หลายคนก็น่าจะเคยเห็นแบรนด์คอนโด The Excel กันมาบ้างแล้ว ทำไมเจ้านี้ทำโครงการใหม่ทีไร หลายคนต้องตั้งคำถามว่า ทำราคาถูกแบบนี้ได้ไง แถมยังต้องไปต่อคิวจองกันอีกด้วย เค้าทำได้ยังไง ?

 

ในยุคที่บริษัทอสังหาฯเจ้าใหญ่ครองส่วนแบ่งการตลาดเกือบทั้งหมดในกรุงเทพ อีกทั้งการทำอสังหาฯยังเป็นธุรกิจที่ใช้เงินลงทุนสูงมากๆ แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือแบรนด์คอนโดน้องใหม่อย่าง The Excel กลับสอดแทรกขึ้นมาได้ท่ามกลางสมรภูมิที่ดุเดือด แถมยังขายดีมากๆอีกด้วย นี่จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากๆ

 

The Excel Condo พัฒนาโดยบริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ซึ่งก่อตั้งโดย คุณ ธนากร ธนวริทธิ์ หรือ คุณกอล์ฟ ที่ปัจจุบันเป็น CEO ของบริษัท นอกจากแบรนด์ The Excel แล้ว ปัจจุบันบริษัทยังมีแบรนด์ Rise Condo และ The Vision Townhome อีกด้วย

 

หลังจากบริษัทก่อตั้งในช่วงปี 2557 บริษัทก็พัฒนาโครงการต่อเนื่อง โดยเริ่มจากคอนโดในย่าน ลาซาล-แบริ่งปัจจุบันมีโครงการสร้างเสร็จและส่งมอบให้ลูกค้าแล้ว ถึง 5 โครงการ ได่แก่ The Excel Bearing, The Excel Hideway, The Excel Hybrid, The Excel Parc และ The Excel Udomsuk ซึ่งปัจจุบันอยู่ในช่วงทยอยโอนกรรมสิทธิ์

 

และยังเหลือโครงการที่อยู่ในช่วงก่อสร้างอีก 7 โครงการ The Excel Groove, The Excel Kukot, The Excel Hideway Sukhumvit 50, The Excel Hideway Sukhumvit 71, The Excel Ratchada 17, Rise Rama 9

 

โดย 3 ปีกว่าที่บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ได้ก่อตั้งมา บริษัทมีรายได้ดังนี้

 

ปี 2557 ขาดทุนประมาณ 40 ล้านบาท
ปี 2558 มีรายได้ประมาณ 108.7 ล้านบาท
ปี 2559 มีรายได้ประมาณ 420.9 ล้านบาท
ปี 2560 มีรายได้ประมาณ 1,189 ล้านบาท (นับถึงเดือน ก.ย. 2560)

 

และยังมียอด Backlog (รายได้รับรู้) ประมาณ 5,000 ล้าน ยังไม่รวมถึงโครงการใหม่ๆที่ยังไม่เปิดขาย โดยบริษัทมีแผนจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประมาณไตรมาส 3 ของปี 2561 นี่อาจเป็นบริษัทอสังหาฯที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ด้วยวิธีการปกติได้เร็วที่สุดในวงการอสังหาฯ เพราะใช้เวลาแค่ 4 ปีเท่านั้น

 

จะเห็นว่าบริษัทมีรายได้โตแบบก้าวกระโดดที่ค่อนข้างเหลือเชื่อมากๆ ถ้าเทียบรายได้แล้ว บางคนอาจเข้าใจว่า นี่คือบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แล้ว เพราะรายได้มากกว่าบริษัทในตลาดบางเจ้าซะอีก

 

สิ่งที่น่าสนใจ เค้าทำได้อย่างไร  

 

เราโชคดีได้มีโอกาสคุยกับคุณกอล์ฟ เลยได้คุยเรื่องวิธีคิดและแนวทางการทำงานเยอะพอสมควรเลยครับ หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า ชีวิตคุณกอล์ฟนี่แทบจะมาจากศูนย์เลยนะครับ เคยถึงขนาดไม่มีเงินซื้อน้ำดื่ม ต้องไปหาดื่มตามธนาคารต่างๆ ค่ารถเมลล์ก็ยังไม่มี บางครั้งก็ต้องเดิน หลายๆกิโลเพื่อไปทำงาน !!!

 

คุณกอล์ฟเล่าว่า สมัยก่อนเข้ามาทำงานกทม.ใหม่ๆ ต้องมาทำไปด้วย เรียนไปด้วย เพราะที่บ้านไม่มีเงินส่งเสีย แกบอกว่า ตอนนั้นแกอยากได้ภาษาเพราะคิดว่า ภาษาทำให้มีรายได้ที่สูงขึ้น แกเลยไปสมัครงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในโรงแรมเพราะนอกจากจะได้ภาษาแล้วยังมีข้าวให้กินฟรีๆด้วยจะได้ประหยัดค่าข้าว จะเห็นว่าแกเป็นคนคิดหลายมุมตั้งแต่เด็กแล้ว

 

แต่โรงแรมกลับให้ไปเป็นเด็กล้างจานเพราะพนักงานเสิร์ฟเต็ม แกเป็นเด็กล้างจานอยู่นานกว่าจะได้เลื่อนขั้นเป็นพนักงานเสิร์ฟ ซึ่งตอนนั้นก็จะมีโอกาสได้คุยกับลูกค้าต่างชาติเลยได้ฝึกภาษาไปด้วย ตอนนั้นได้เงินเดือนไม่กี่พันบาท ครึ่งนึงก็ส่งให้แม่ ที่เหลือก็เอาไว้ใช้เป็นค่าห้อง ส่วนค่ากินไม่มี เพราะกินที่โรงแรมตลอด บางครั้งเงินหมดก็ไม่มีค่ารถเมล์ต้องเดินไปทำงาน หิวน้ำก็หาแวะกินตามธนาคารต่างๆที่มีน้ำไว้ให้ลูกค้ากินฟรี

 

หลังจากนั้นพอเริ่มเรียนจบก็ได้ทำงานในบริษัทต่างๆ โดยเลื่อนขั้นขึ้นตามลำดับจากพนักงานทั่วไปจนเป็นผู้บริหาร บริษัทที่อยู่มา ก็มีทั้ง ดีแทค สตาร์บัค แมคโดนัล ซีพีออลล์ ส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่เป็นสาย F&B โดยแกบอกว่าโชคดีที่ได้เจ้านายดีทุกที่ คอยสอนตลอด เลยได้เรียนรู้วิธีคิดและแนวทางการทำงานของเจ้านาย

 

แกเห็นชีวิตเจ้านายร่ำรวยทุกคนทุกคน และเห็นว่าทุกคนได้เงินมากมายจากการลงทุน แกเลยเริ่มสนใจการลงทุนอย่างจริงๆจัง และอ่านหนังสือแทบทุกอย่างที่เกี่ยวกับการลงทุน แต่แกเชื่อว่าการลงทุนอสังหาฯเป็นอะไรที่ใช้เงินน้อยและเสี่ยงน้อยที่สุด ระหว่างทำงานก็เริ่มลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เพราะสามารถใช้เงินเดือนกู้ได้ และนั่นเองเป็นจุดเริ่มที่ทำให้แกมาถึงทุกวันนี้

 

ส่วนตัวผมไม่รู้ว่าคุณกอล์ฟลงทุนอสังหาฯยังไงบ้าง แต่เคยได้ยินเซลส์ของบริษัทต่างๆ เค้าบอกเสียงเดียวกันว่า ระดับเทพ !!!

 

คราวนี้มาถึงคำถามสำคัญที่ทุกคนอยากรู้ว่า แกทำ ออลล์ อินสไปร์ มาเร็วขนาดนี้ได้ไง จังหวะเวลาดีหรือเปล่า หรือมีใครช่วย

 

แกบอกว่า 'Success By Design' เส้นทางชีวิตแกมาได้แบบนี้ก็เพราะคิดมาตลอดว่าอยากให้เป็นแบบไหน ไม่มีใครทำได้ทันที แต่ต้องออกแบบไว้ก่อนแล้วค่อยๆทำไป ออลล์ อินสไปร์ ก็เช่นกัน ผม Design ทุกอย่างไว้หมด ไม่มีอะไรเป็นเรื่องบังเอิญ  

 

อย่างชื่อโครงการ The Excel หลายคนอาจมองว่าไม่ได้ยากอะไร ก็หาคำอะไรเท่ๆซักคำมาเป็นชื่อโครงการ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่แค่นั้น นอกจากชื่อ Excel จะเปรียบเสมือนตัวย่อของ Excellent ที่แปลว่า ยอดเยี่ยมแล้ว

 

ต้องอ่านง่าย สะกดง่าย จดจำได้ทันที

 

สิ่งที่เราให้ความสำคัญอย่างมากคือ ต้องอ่านง่าย สะกดง่าย จดจำได้ทันที ซึ่งจะทำให้ค้นหาง่ายในโลกออนไลน์ได้ง่าย แน่นอนว่าเราทุกคนเรียนโปรแกรม Word และ Excel กันมาอยู่แล้ว ดังนั้นน้อยคนที่จะสะกดคำว่า Excel ไม่ได้

 

การที่ทุกคนสะกดได้ ทำให้เราถูกค้นหาง่าย บางคนผ่านป้าย ก็จำชื่อกลับไปค้นหาที่บ้าน ชื่อนี่เหมือนจะตั้งง่ายแต่ยากมาก เพราะคุณต้องหาคำที่ฟังดูง่าย สะกดง่าย แต่ก็ต้องแฝงความหมายที่ดีไปด้วย ซึ่งสำหรับคนไทย จริงๆมันมีไม่กี่คำ

 

ผมเห็นบางคอนโดชื่อสะกดยาก อาจจะดูเท่นะ แต่ในเรื่องการจดจำและค้นหาจะมีปัญหา มีผลต่อสร้างแบรนด์ได้ยาก ดูอย่างเจ้าใหญ่ๆจะใช้คำง่ายๆ เช่น Life Condo, The Line แบบนี้คนจะจำง่ายและรู้จักกันเยอะ

 

ทีมงานคือสิ่งสำคัญที่สุด

 

ทุกคนไม่รู้หรอกว่าเบื้องหลังเราทำงานกันหนักแค่ไหน ผมเป็นคนโชคดี ที่ได้คนเก่งๆมาช่วยตลอด ทำให้เรามีวันนี้ได้ ต่อให้ผมจะ Design ไว้ดีแค่ไหน แต้ถ้าไม่มีคนเก่งมาช่วย ผมก็ทำไม่ได้

 

ผมเป็นนักลงทุนมาก่อน ดูบ้านและคอนโดมาแล้วแทบทุกแบรนด์ทุกเซกเมนท์ ซื้อมาแล้วตั้งแต่ถูกยันแพง แม้ปัจจุบันผมก็ยังไปดูอยู่เรื่อยๆ ทำให้ผมรู้ว่าลูกค้าชอบอะไรและอยากได้แบบไหน แน่นอนว่าเจ้าอื่นก็ทำ Survey เหมือนกัน แต่ในราคาเท่าๆกัน ผมว่าผมใจถึงกว่า 555

 

ทำของให้ดี ยุคนี้ใครๆก็ทำได้ ทำให้เป็นที่รู้จักและขายได้นี่สิยากกว่าเยอะ

 

ตรงจุดนี้คุณต้องมีการทำแบรนด์ (Branding) เพราะจากสายงานเดิมของผมก่อนมาทำอสังหาฯ ผมทำ F&B มาเกือบ 20 ปี โดยทุกที่จะเน้นเรื่องแบรนด์มากๆ เพราะแบรนด์คือสิ่งสำคัญในการตัดสินใจ โดยเฉพาะคนยุคนี้ ที่คุณเสพข่าวสารตลอด และข้อมูลทุกอย่างก็อยู่แค่ปลายนิ้ว แบรนด์และความน่าเชื่อถือจึงมีผลมากๆ เพราะลูกค้าทุกคนจะต้อง journey  ก่อนทั้งนั้น

 

ผู้บริโภคยุคนี้ เสพข้อมูลข่าวสารและอัพเดทสิ่งรอบตัวตลอดเวลา โดยเฉพาะ Social Media ที่มีผลต่อความคิดและการตัดสินใจของผู้บริโภคมากๆ ทฤษฏีการตลาดต่างๆที่เราเคยใช้มา ผมบอกได้เลยว่าคุณเตรียมโยนทิ้งได้เลย ทุกวันนี้มันเปลี่ยนไปเร็วมาก

 

สมัยนี้ของที่จะขายเค้า ไม่ใช่แค่คุณทำให้เค้าเห็นว่ามันคืออะไร แต่คุณต้องทำให้เค้ารู้สึกและได้ประสบการณ์ที่ดีกับมันด้วย นั้นก็คือ การสร้าง Brand Experience ให้ลูกค้ารู้สึกถึงแบรนด์และสินค้าของคุณให้ชัดเจน อย่าง Starbucks ขายนั้นไม่ใช่แค่กาแฟ แต่คือประสบการณ์ที่ดีในร้านกาแฟที่จะทำให้ผู้บริโภครู้สึกดีและจดจำ

 

Experience ของแต่ละชนชาติไม่เหมือนกัน

 

ที่เราต้องเรียนรู้ให้ละเอียดก็คือนิสัยและความคิดพื้นฐานของคนไทย เราถึงจะให้ประสบการณ์ที่ดีกับเค้าได้ การจดจำและรู้สึกดีของคนไทยคือ การได้รับการยอมรับทางสังคมและรู้สึกพิเศษกว่าคนอื่น อย่างเช่น ถ้าคุณไปห้างที่มีที่จอดรถเตรียมไว้ให้คุณเพราะคุณใช้สินค้านั้น แบบนั้นคนไทยจะรู้สึกดีมากๆ

 

สมัยก่อนเราจะแบ่งลูกค้าเป็น Gen ต่างๆ แต่ผมว่า สมัยนี้ลูกค้าซับซ้อนกว่านั้น อาจจะมีอยู่บ้างที่แบ่งความคิดได้ตาม Gen ต่างๆ แต่มันกำลังจะเปลี่ยนไป เพราะทุกคนเข้าถึงข้อมูลได้แบบเดียวกัน

 

คนมีอายุก็ได้เสพความคิดคนหนุ่มสาว คนหนุ่มสาวก็ได้เสพความคิดคนมีอายุ มันจะผสมกันไปหมด คนแก่ไม่จำเป็นต้องหัวโบราณ ขณะที่วัยรุ่นก็ไม่จำเป็นต้องรู้น้อย เพราะเทคโนโลยีทำให้เราเข้าถึงข้อมูลได้แบบเท่าเทียมกันหมด

 

TechPerience

 

ในอนาคตคุณจะต้องทำการตลาดกับกลุ่มที่เรียกว่า TechPerience ที่ไม่ได้มีอายุเป็นเกณฑ์ในการแบ่งกลุ่ม  ไม่รู้ใครนิยามคำนี้รึยัง แต่มันคือสิ่งที่ผมคิดขึ้นมาเอง เพราะคนที่จะใช้ชีวิตกับ Technology + Experience มากขึ้นเรื่อยๆ

 

ในรุ่นผม หลายคนจะสะสม Wealth ของตัวเอง แต่พวก TechPerience เค้าจะหา ประสบการณ์ใหม่ๆ

 

เพราะว่าประสบการณ์ได้จากการเดินทาง ยุคนี้การท่องเที่ยวจึงบูมมากๆ สนามบินเต็มตลอด คนชอบไปเที่ยวกัน หลายคนมีเงิน แต่ชอบเก็บเงินไปเที่ยวมากกว่าเก็บเงินซื้อสินทรัพย์ อนาคตหลายอย่างจะแข่งกันจนถูกลงเรื่อยๆ เพราะเทคโนโลยีต่างๆจะลดต้นทุนทั้งหมด ที่สำคัญคือ การแข่งขันกันของ Start Up เค้าจะต้องดึง USER เลยต้องมี Burn Rate เค้าเลยให้เราใช้กันฟรีๆ นั่นจะยิ่งทำให้คนออกไปหาประสบการณ์ต่างๆกันได้ง่ายขึ้น

 

การที่เราทำ Lounge ที่สยามพารากอน นั่นคือหนึ่งใน Brand Touchpoint ที่จะสร้างประสบการณ์ดีๆให้ลูกค้าของเรารู้สึกว่ามีสิทธิพิเศษกว่าคนอื่นๆ และจะมีที่อื่นๆต่อไปเร็วๆนี้ แต่จะเป็นรูปแบบ ของ Co-Working Space และ Lounge ผสมผสานกัน ให้ลูกบ้านเราได้มาใช้งานกันได้ฟรีๆ ตรงนี้ถามว่าใช้งบเยอะมั้ย ต้องบอกว่าเยอะมาก

 

แม้แต่เจ้าใหญ่ๆก็ยังไม่ทำกัน เราทุกคนล้วนอยากเป็น Somebody สิ่งที่เรากำลังจะทำคือ ยกระดับจากคนธรรมดาให้เป็นคนที่ไม่ธรรมดา โดยไม่จำเป็นที่คุณจะต้องรวยหรือซื้อคอนโดแพงๆ 'nobody become somebody'

 

ผมโตมาจากพนักงานธรรมดา เข้าใจคนวัยทำงาน สมัยก่อนผมอยู่ทาวเฮ้าส์ชานเมือง ก็เคยมีฝันจะซื้อคอนโดในเมือง แต่ซื้อไม่ไหวเพราะราคาแพง นั้นคือสิ่งที่ผมคิดว่า มันมีคนแบบผมอยู่เยอะมาก และต้องมีคนตอบโจทย์เค้า

 

รวมถึง Sales Gallery ติด BTS พระโขนง ก็มีคนเคยถามผมว่า ทำไมต้องลงทุนขนาดนั้น เว่อร์ไปมั้ย แต่ผมมองว่าคุ้มมากๆ เพราะยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัวเลย คนก็เข้าถึงง่าย ผู้ซื้อมีความมั่นใจ ฝ่ายขายก็มั่นใจ แถมยังสร้างแบรนด์ได้อีกด้วย ซึ่งก็เป็นไปตามแผนครับ เพราะยอดขายดีมากๆ

ขอบคุณภาพจากเพจ All About Living

 

หลายครั้งจะมีคนชอบแซวว่า เราชอบเล่นใหญ่ตลอด ผมมาจากคนจน ดังนั้นผมเป็นคนใช้เงินคิดทุกบาททุกสตางค์นะครับ ไม่ใช่คนฟุ้งเฟ้อ ที่ตัดสินใจใช้คือมองแล้วคุ้มแน่นอน เรายอมเสียเงินทำส่วนนี้ เพราะเราไม่ได้มองแค่ Direct Profit เพียงอย่างเดียว การที่ลูกค้ารู้สึกดีต่อแบรนด์จะเป็น Indirect Profit ที่มีค่ามากๆในอนาคต

 

We Make Luxury Become Accessible

 

สิ่งที่เราต้องทำให้ได้คือ เราพยายามจะหาที่ดินเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยย่านในเมือง โดยที่ราคาต้องไม่เกิน 3 ล้าน โลเคชั่นอาจจะเข้าซอยหน่อย แต่ก็ต้องอยู่ย่านที่ออกมาแค่นิดเดียวก็เป็นเมืองเลย

 

ขายต่อต้องได้ราคา

 

แน่นอนว่า คนที่ซื้อคอนโดสมัยนี้นอกจากมองเป็นที่อยู่อาศัยแล้ว ยังมองถึงเรื่องการลงทุนด้วย ดังนั้นสิ่งที่เราทำคือ ไม่ใช่แค่โลเคชั่นที่ดีแต่สิ่งอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Facility หรือ วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ก็ต้องให้แบบ over expectation ถ้าเทียบจากราคาและความคาดหวังในมูลค่าที่จ่ายไป ลูกค้าจะต้องรู้สึกได้ของเกินความคาดหมาย แบบนี้ลูกค้าจะเชื่อมั่นและสามารถขายต่อได้ราคา สิ่งที่เราจะได้ตามมาอีกอย่างคือ กลุ่มนักลงทุนที่จะบอกกันปากต่อปาก

 

ทิ้งท้ายคุณกอล์ฟกล่าวว่า อสังหาฯยุคต่อไป เจ้าไหนที่ทำแค่บ้านคอนโดขายอย่างเดียวจะเหนื่อยมากๆ เราจะทำแบบเดิมไม่ได้แล้ว คุณจะต้องทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ครบทุกด้านและตื่นเต้นกับแบรนด์คุณตลอดเวลา

 

ดังนั้นต้องผสมผสาน NEW Feature ใหม่ๆเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเทคโนโลยี รีเทล เอนเตอร์เทนเม้นท์ หรือแม้แต่อาหาร ไม่แน่คุณอาจเห็นผมทำร้านอาหารไปพร้อมๆกับอสังหาริมทรัพย์ก็ได้ จริงๆผมถนัดทำ F&B มากกว่าอสังหาฯด้วยซ้ำ คุณกอล์ฟทิ้งท้ายแบบติดตลก

 

ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดนี้ ทำให้เราเรียนรู้หลายอย่างเลยครับ ไม่น่าเชื่อว่า จากเด็กล้างจานคนนึง จะกลายมาเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มียอดขายเป็นพันล้านต่อปีได้ ทั้งหมดนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญครับ เหมือนที่คุณกอล์ฟบอกเราไว้  Success By Design

 

แล้ววันนี้คุณได้ออกแบบชีวิตคุณแล้วรึยัง หรือมัวทำอะไรกันอยู่...

 

เขียนความคิดเห็น
บทความล่าสุด