Review

Banyan Tree Residence Riverside Bangkok คอนโดสุดหรูบนโค้งน้ำที่สวยที่สุดของเจ้าพระยา

LifeScape 2018-03-22 15:55:53

Banyan Tree Residence Riverside Bangkok คอนโดสุดหรูบนโค้งน้ำที่สวยที่สุดของเจ้าพระยา โดย LifeScape

 

ห้องประกาศ ขาย เช่า Banyan Tree Residence Riverside Bangkok ดูที่นี่..

 

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคนไทยมีวิถีชีวิตที่ผูกพันธ์กับสายน้ำมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะแม่น้ำสายหลักของกรุงเทพมหานครอย่างแม่น้ำเจ้าพระยาที่ถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ของคนในเขตภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบนไหลยาวผ่านกรุงเทพมหานคร ก่อนไหลลงสู่อ่าวไทยที่ปากน้ำ จ.สมุทรปราการ

 

ซึ่งนอกจากจะเป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรแล้วยังใช้เป็นเส้นทางสัญจรไปมา รวมทั้งใช้ขนส่งสินค้าและเกิดแหล่งค้าขายและตลาดริมน้ำเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพอย่างเราๆ ก็คุ้นเคยกับแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นอย่างดี

 

ทั้งจากงานพระราชพิธีสำคัญๆ ของประเทศ แหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมและศาสนา รวมทั้งแหล่งกินแหล่งช้อปปิ้งที่ผุดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น ท่าวังหลัง ท่าเรือเป๊ปซี่ ท่าพระจันทร์ ท่าช้าง ท่าสี่พระยา ท่าสวนพลู ฯลฯ นอกจากนี้ยังเป็นเส้นทางสัญจรสายสำคัญของคนกรุงที่มีทั้งท่าเรือข้ามฟาก เรือด่วน เรือเร็ว และเส้นทางขนส่งสินค้าทางเรือที่เชื่อมต่อกับอ่าวไทยได้อีกด้วย

 

ยิ่งในช่วงหลังๆ ในยุคที่ Community Mall กำลังมาแรงก็ได้เกิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ริมน้ำมากมาย อาทิ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟรอนท์, ท่ามหาราช, ยอดพิมาน ริเวอร์ วอล์ค ฯลฯ รวมทั้งโรงแรมหรูริมน้ำระดับ 4-5 ดาว ร้านอาหาร และคอนโดมิเนียมอีกจำนวนมาก ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลที่ว่ามานี้... บอกได้เลยว่า 70% ของคนอ่านจะต้องเคยไป Check In ที่ใดที่หนึ่งที่บอกชื่อไปอย่างแน่นอน

 

ถ้าใครได้ติดตามข่าวก็คงจะเคยได้ยินมาบ้างว่า รัฐบาลมีเมกะโปรเจคส์ใหญ่ที่กำลังเป็นประเด็นถกเถียงกันในสังคมก็คือ โครงการพัฒนาริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่สะพานพระราม 7 ยาวมาจนสุดเขตกรุงเทพมหานคร รวมระยะทาง 57 กิโลเมตร ซึ่งในตอนนี้อยู่ในระหว่างการศึกษาผลกระทบและออกแบบรายละเอียด โดยเฟสแรกจะเริ่มที่สะพานพระราม 7 มาถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า รวม 14 กิโลมตร คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ทั้งหมดในปี 2561 ใช้งบประมาณ 36,000 ล้านบาท

 

จึงไม่น่าแปลกใจเลยนะที่ระยะหลัง ทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยาจะกลายเป็นทำเลเนื้อหอมที่น่าจับตามองมากที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งราคาที่ดินเปล่าๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตกรุงเทพโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 3 แสนบาทต่อตารางวา และคาดว่าในปี 2562 ราคาประเมินที่ดินจะเพิ่มสูงขึ้นอีก 15% ส่วนราคาคอนโดริมแม่น้ำเจ้าพระยาปัจจุบันอยู่ที่ 60,000-80,000 บาทต่อตารางเมตร

 

บางแห่งสูงกว่า 100,000 บาทต่อตารางเมตร และคาดว่าคอนโดที่สร้างเสร็จหลังปี 2561 เป็นต้นไปจะมีราคาเพิ่มสูงขึ้นถึง 100,000-200,000 บาทต่อตารางเมตร ส่วนคอนโดริมน้ำกลุ่มลักชัวรีและซูเปอร์ลักชัวรี ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 3.19 แสนบาทต่อตารางเมตร สูงกว่าค่าเฉลี่ยคอนโดหรูกลางเมืองที่ราคาเฉลี่ย 2.69 แสนบาทต่อตารางเมตรเสียอีก 

 

เห็นแบบนี้แล้ว... ถ้ามีที่ไหนว่างเปิดให้จองบนทำเลที่ใช่ในราคาที่คุ้มค่า แนะนำเลยว่าไม่ควรพลาด เพราะยิ่งมีเมกะโปรเจคส์พัฒนาริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วบอกได้เลยว่าคอนโดที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวย่อมได้เปรียบแน่นอน เพราะนอกจากจะมีทัศนียภาพมุมสูงสวยงามแล้ว พื้นที่แนวราบโดยรอบก็ยังสวยงามทั้งในโครงการและนอกโครงการอีกด้วย

 

อย่างล่าสุดที่จะไม่พูดถึงเลยก็คงไม่ได้ก็คือการเปิดตัวโครงการ “ล้ง 1919” ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามเยื้องกับตลาดน้อย ซึ่งโครงการนี้ตระกูลหวั่งหลีได้พลิกฟื้นอดีตท่าเรือ “ฮวย จุ่ง ล้ง” ท่าเรือกลไฟริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีบทบาทสำคัญในสมัยรัชกาลที่ 4 ให้กลับมามีชีวิตชีวากลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสไตล์จีนโบราณที่ยังคงรักษามรดกทางวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมไว้ได้เกือบครบถ้วน กลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่คนเมืองทุกเพศทุกวัยทุกชนชาติแห่ไป Check In กันเป็นจำนวนมาก

ภาพจาก www.facebook.com/LHONG-1919
  

ถัดจาก “ล้ง 1919” มาประมาณ 1 กิโลเมตร เลี้ยวเข้าซอยสมเด็จเจ้าพระยา 17 หรือซอยวัดทองนพคุณ เข้ามาจนสุดซอย ติดกับยกยอมารีน่าก็จะได้พบกับอีกบิ๊กโปรเจคส์ที่น่าจับตามองนั่นก็คือ Banyan Tree Residence Riverside Bangkok (บันยัน ทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ) คอนโดสุดหรูระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ 

 

ถือว่าสมราคาคุยว่าเป็นคอนโดสุดหรูระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท เนอวานา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และ ไดอิ กรุ๊ป ที่สำคัญได้เซ็นสัญญาร่วมกับบันยันทรีกรุ๊ป เชนโรงแรมระดับโลกให้เข้ามาบริหารโครงการนี้ 

 

แว่วๆ มาว่า... ลูกค้าที่ซื้อโครงการนี้จะได้รับสิทธิ์เป็นสมาชิก The Sanctuary Club เอกสิทธิ์เหนือระดับในสไตล์ของบันยันทรี รับสิทธิประโยชน์จากการเข้าพักโรงแรมในเครือและรับส่วนลดสูงสุด 30% ทั่วโลก หลายคนได้ยินแบบนี้ก็คงจะยิ้มเพราะนี่คือสิทธิพิเศษที่หรูหราสมราคาคุยว่าเป็นคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี่จริงๆ 

 

ส่วนทำเลที่ตั้งก็ตามที่บอกไปว่าอยู่ไม่ห่างจาก “ล้ง 1919” ในย่านเจริญนครซึ่งเป็นย่านที่มีวิถีชีวิตของผู้คนแบบเก่าผสมผสานกับความโมเดิร์นของเมืองที่กำลังเติบโตขึ้น แต่เป็นการเติบโตแบบมีเอกลักษณ์ รักษามนต์เสน่ห์เก่าๆ ไว้ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะ “ตลาดน้อย” ที่เป็นทั้งแหล่งเที่ยว แหล่งกิน และแหล่ง Check In สุดฮิปที่ใครๆ ก็มาเยือน 


 

ท่ามกลางเสน่ห์แห่งวิถีชีวิตแบบผสมผสาน บันยัน ทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ ได้จับจองทำเลที่เอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ บนโค้งน้ำที่สวยที่สุดของแม่น้ำเจ้าพระยา ทุกยูนิต!! สามารถมองเห็นวิวอันสวยงามทั้งของฝั่งเมืองเก่าและเมืองใหม่ใจกลางธุรกิจได้อย่างชัดเจน สัมผัสความสวยงามริมน้ำได้ทุกมุมมองแบบพาโนรามิค

 

ทิศเหนือเห็นวิวโค้งน้ำบริเวณตลาดน้อยและวัดปทุมคงคา ไล่ยาวไปตามสายน้ำก็จะพบกับสะพานพระพุทธยอดฟ้า มองมาทางใต้ก็จะพบกับกลุ่มโรงแรมหรูตลอดสองฟากฝั่ง ยาวไปจนถึงสะพานตากสิน สุดลูกหูลูกตาไปจนเห็นสะพานพระราม 3 จนถึงสะพานภูมิพล และบางกระเจ้าพื้นที่สีเขียวที่เป็นปอดยักษ์ของคนกรุง

 

จึงพูดได้เลยว่าไม่ใช่แค่ทำเลดี สภาพแวดล้อมดีเท่านั้น แต่สิ่งที่คุณจะได้รับอย่างแน่นอนก็คืออากาศดีๆ คุณภาพชีวิตดีๆ แบบจัดเต็ม!

 
บันยัน ทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ ก่อสร้างขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Sanctuary Of Your Soul” ให้คุณได้ใช้เวลาพักผ่อนแบบเป็นส่วนตัวและสงบสุดๆ ตัวโครงการตั้งอยู่ห่างจากริมน้ำเพียง 16 เมตร มีทีมที่ปรึกษาด้านการออกแบบระดับโลกอย่าง SCDA ผู้รับเหมาก่อสร้างระดับ Top Tier อย่าง บวิค-ไทย และแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ชั้นนำอย่าง Poliform


มือใหม่อาจจะยังไม่รู้จักว่า SCDA คือใคร?


ขอแนะนำก่อนว่า SCDA Architect คือบริษัทที่มีชื่อเสียงด้านการออกแบบงานสถาปัตยกรรมระดับโลกจากนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ที่ได้มาเป็นที่ปรึกษาพร้อมทำงานออกแบบร่วมกับ อินทีเรียอาร์คิเทกเชอร์ 103 ให้โครงการนี้ออกมาในสไตล์เรียบหรู โมเดิร์น

 

แต่ยังคงรักษาความเป็นส่วนตัวและสะท้อนรสนิยมของผู้อยู่อาศัยไว้ให้ได้มากที่สุด ไม่เพียงแค่การออกแบบภายในและภายนอกเท่านั้น เรื่องแสงสีบนอาคารก็เป็นสิ่งสำคัญซึ่งโครงการได้เลือกบริษัทจากประเทศสิงคโปร์มาร่วมออกแบบและดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ

 

หลังจากเปิดตัวแนะนำโครงการให้เป็นที่รู้จักกันไป ล่าสุดได้มีห้องตัวอย่างเผยโฉมมาให้เห็นกันแล้ว ซึ่งวันนี้เราจะพาไปชมกันค่ะว่า... จะสวยและลักชัวรี่ขนาดไหน

 

สำหรับห้องตัวอย่างนั้น ตั้งอยู่บนทำเลจริงที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการอยู่ ซึ่งคาดว่าจะเสร็จภายในปี 2561 หน้าโครงการหันหน้าเข้าสู่ริมแม่น้ำเจ้ายา ติดกับยกยอมารีน่า และอยู่ตรงข้ามกับกรมเจ้าท่า ด้วยการใช้วัสดุประเภทไม้ผสมกับเมทัลลิกสีทองก็ดูเรียบๆ แต่ก็หรูไปในตัว

 

ซึ่งบริเวณนี้เองที่จะมีการสร้างท่าเทียบเรือส่วนตัวของโครงการพร้อมมีบริการ Shuttle Boat Service, และ Chao Phraya Veranda พร้อม Sunken Seat Area, Riverfront Sunrise Yoga Deck, Riverfront Function Room และบริการอีกมากมาย

 

เมื่อมองไปทางซ้ายมือก็จะเห็นกับฝั่งตลาดน้อยกับวัดปทุมคงคา มองเห็นแนวแม่น้ำที่กำลังโค้งสวยอย่างที่บอกไว้เลย...

 

เข้ามาภายในบริเวณห้องตัวอย่าง อย่างแรกที่เห็นตั้งโดดเด่นเลยก็คือโมเดลตัวอย่างของโครงการ ก็ตามที่บอกไปตอนต้นเลยค่ะว่า มีทีมนักออกแบบระดับโลกเป็นที่ปรึกษาทำให้โครงการที่ออกมามีความโมเดิร์นทั้งโดยตัวโครงสร้างและแสงสีที่สื่อออกมา... ด้วยวัสดุที่มีความเป็นเมทัลลิกเบาๆ สว่างไสวโดดเด่นทั้งในตอนกลางงันและกลางคืน


โครงการตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ สูง 45 ชั้น จำนวน 133 ยูนิต แต่ละชั้นมีห้องพักอาศัยสูงสุดแค่ 4 ยูนิตเท่านั้น แบ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลางมากถึง 59% ของพื้นที่ทั้งหมด มีที่จอดรถถึง 200% ของจำนวนยูนิตหรือจอดได้มากกว่า 260 คัน มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกแบบพรีเมี่ยมนั่นคือ Residence Lobby 3 จุด, Panoramic View Swimming Pool 2 สระ, Riverfront Jacuzzi Pool ที่มองเห็นวิวโค้งน้ำเจ้าพระยาแบบพาโนรามิค 

 

แม้จะเป็นวัสดุที่ดูโดดเด่น สามารถรับแสงจากภายนอกอาคารมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่... แต่ก็ยังรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัยได้ค่อนข้างมากเช่นกัน... ซึ่งถ้าถามว่า แล้วแสงสีที่มันดูสวยงามจากภายนอกมันสำคัญอย่างไร?? บอกเลยว่าสำคัญมากๆ นะเพราะมันคือบรรยากาศโดยรวมของโครงการว่าน่าอยู่ อบอุ่น ผู้คนภายนอกเห็นแล้วรู้สึกมีแรงจูงใจให้ซื้อให้เข้ามาอยู่อาศัย... 


 

 

หรือไม่ก็ถามตัวเราเองดูว่า... ต่อให้เป็นโครงการที่ตั้งอยู่บนทำเลดีแค่ไหน แต่ถ้าภายนอกดูอึมครึมแล้วเราจะอยากอยู่ที่นี่หรือเปล่าล่ะ?? จึงไม่น่าแปลกที่โครงการนี้ต้องจ้างทีมงานเฉพาะทางเข้ามาดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ ยิ่งเป็นทำเลที่ดีมีคุณค่าขนาดนี้ ตัวโครงการก็ยิ่งต้องเพิ่มคุณค่าของตัวโครงการให้ดูมีคุณค่ามากขึ้นไปด้วยเช่นกัน

 

การออกแบบโครงการก็เน้นไปที่ความเรียบแต่ดูหรูและโมเดิร์น ด้วยการใช้กระจกและเส้นกรอบหน้าต่างที่จัดวางอย่างสม่ำเสมอ มีทั้งเส้นเบาเส้นหนาสลับกันเป็นจังหวะ มองแล้วดูสบายตาแต่ไม่น่าเบื่อ ส่วนเจ้าของห้องก็สามารถมองเห็นวิวภายนอกได้อย่างเต็มมุมมองไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของห้องก็ตาม ระเบียงทำมาจากวัสดุใสที่ได้มาตรฐานความปลอดภัย และเพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยลวดลายพรางตาที่ช่วยลดทอนแสงจากภายนอกได้ด้วยเช่นกัน


    

 

โมเดลตัวอย่างที่เห็นท่าเทียบเรือส่วนตัวของโครงการที่มีบริการ Shuttle Boat Service พร้อมที่นั่งพักผ่อนชมวิวริมน้ำ สอดแซมด้วยต้นไม้พันธุ์ไม้สีเขียวเพิ่มความร่มรื่นสบายตามากๆ


    

 

ภาพโมเดลในมุมสูงที่มองเห็น Panoramic View Swimming Pool 2 สระ ที่เห็นถึงการเลือกใช้วัสดุแบบเมทัลลิกตัดกับสีเขียวจากต้นไม้พันธุ์พืชต่างๆ ก็ยิ่งทำให้ที่นี่มีความเป็นส่วนตัวและสงบ Cozy จริงๆ

 

จากโมเดลโครงการก็เข้ามาที่ห้องตัวอย่าง ซึ่งที่นี่จะมีห้องพักอาศัยสูงสุดเพียงแค่ 4 ยูนิตต่อชั้นเท่านั้น และมีแบบให้เลือกถึง 5 แบบ คือ


•    แบบ 1 ห้องนอน ขนาด 69.40-85.45 ตร.ม. จำนวน 48 ยูนิต 


•    แบบ 2 ห้องนอน ขนาด 156.40-179.20 ตร.ม. จำนวน 66 ยูนิต 


•    แบบ 3 ห้องนอน ขนาด 243.10 ตร.ม. จำนวน 16 ยูนิต 


•    แบบ 4 ห้องนอน ขนาด 417.35 - 419.85 ตร.ม. จำนวน 2 ยูนิต 


•    Penthouse ขนาด 836.70 ตร.ม. จำนวน 1 ยูนิต 


ที่สำคัญมีที่จอดรถมากกว่า 260 คัน หรือคิดเป็น 200% ของยูนิตทั้งหมด ตอบสนองไลฟ์สไตล์ลักชัวรี่ ที่แต่ละครอบครัวจะมีรถส่วนตัวมากกว่า 1 คันขึ้นไป ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลักชัวรี่ที่มีตั้งแต่รถยนต์ราคาแพงไปจนถึงรถซูเปอร์คาร์ พิเศษยิ่งกว่าด้วยล็อบบี้ลิฟท์ส่วนตัว 2 ตัว (Private Lift Lobby) ช่วยนำส่งถึงห้องพักแบบสุดเอ็กคลูซีฟ

 

สำหรับห้องตัวอย่างที่เราจะพาไปดูกันวันนี้ เป็นห้องแบบ 1 ห้องนอนตามตัวอย่างผังห้องด้านล่าง


 

 

มาเริ่มกันที่ห้องนั่งเล่น ซึ่งจากผังห้องด้านบนเราจะเห็นว่าเมื่อเข้าห้องมาทั้งห้องนั่งเล่นและห้องนอนสามารถมองเห็นวิวริมน้ำได้ทั้งหมด ด้วยหน้าต่างกระจกทรงสูงบานใหญ่จากพื้นจรดเพดาน 3.20 เมตร รับประกันความปลอดภัย กันแสงและเสียงได้เป็นอย่างดี พื้นห้องปูด้วยไม้สักขัดอย่างดี ส่วนเฟอร์นิเจอร์ก็สั่งประกอบจากประเทศอิตาลีด้วยวัสดุเกรดพรีเมียม


 

เมื่อหันหลังให้กระจกและมองไปที่ประตูทางเข้าก็จะเห็นมุมทำครัวสไตล์ตะวันตก ที่ออกแบบผนังเป็นตู้บิวท์อินใช้เก็บเครื่องใช้ในครัวได้อย่างกลมกลืน พื้นผิววัสดุเลือกใช้วัสดุอย่างดี ทำความสะอาดง่าย อีกอย่างที่อยากให้สังเกตคือการจัดวางแนวดวงไฟและเครื่องปรับอากาศที่เนียนเรียบไปกับพื้น ไม่มีโผล่ออกมาให้รกหรือทำให้บรรยากาศห้องเสียไป 


 

ระบบไฟทั้งหมดภายในห้องเลือกใช้ระบบ Lighting Control จาก Lutron ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ใน Luxury Home ด้วยการใช้ Keypad แทนที่ Switch แบบเดิมๆ ช่วยให้ผนังดูเรียบหรูขึ้นและยังสามารถควบคุมการเปิดไฟในแต่ละจุด หรือจะควบคุมการเปิดไฟของทุกห้องให้มีบรรยากาศไฮไลท์ตามที่ได้ตั้งค่าไว้ก็ได้ ที่สำคัญสามารถเชื่อมต่อควบคุมผ่านสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย


  
ซูมกันชัดๆ กับพื้นผิวเคาท์เตอร์ในห้องครัวที่เน้นวัสดุจากหินอ่อนทำความสะอาดง่ายและไม่เกิดริ้วรอย ทั้งในส่วนของท๊อปเคาท์เตอร์และผนังเคาท์เตอร์ เหมาะสำหรับทำครัวแบบเบาๆ ไปจนถึงต้มยำทำแกงแบบจัดเต็มในวันที่อยากจะปาร์ตี้ริมน้ำชิลล์ๆ
รวมทั้งแผงไฟบริเวณด้านบนที่ถูกซ่อนเป็นอย่างดี เลือกเปิดใช้เฉพาะจุดได้ 


ตอนแรกเห็นโทนสีในครัวดูอ่อนๆ ก็กลัวว่าจะเลอะเทอะหรือเป็นริ้วรอยได้ง่าย แต่พอมาสัมผัสพื้นผิวใกล้ๆ ก็รู้สึกว่าน่าจะเซฟและมีอายุการใช้งานที่ยืนยาวแน่นอน


 

จากมุมห้องนั่งเล่นก็จะมีประตูเชื่อมไปยังห้องนอน... สังเกตได้ว่าหน้าต่างกระจกทรงสูงนั้นยังเชื่อมต่อกันอย่างต่อเนื่องแบบไม่มีกำแพงกั้นเลย ซึ่งถือเป็นข้อดีของคอนโดริมน้ำแบบนี้ที่จะไม่มีมุมไหนอับวิวหรืออับแสง... วิวก็สวย อากาศภายในห้องก็สดชื่นอยู่ตลอดเวลา


 

มาต่อกันที่ห้องนอน... ที่ยังโดดเด่นด้วยหน้าต่างบานใหญ่มองเห็นวิวได้อย่างจุใจ และเพิ่มความอบอุ่นสบายตาด้วยพื้นไม้สักอย่างดี คลุมโทนห้องด้วยสีดำจากกรอบโครงสร้างกระจก และสีน้ำตาลจากไม้ธรรมชาติ ซึ่งขนาดของห้องสามารถวางเตียงขนาดใหญ่ได้สบายๆ และยังเหลือที่ว่างรอบๆ สามารถจัดหาชุดโต๊ะเก้าอี้นั่งเล่นมาวางข้างๆ เตียงอีกชุดก็ยังได้

 

หลายๆ คนที่ไปดูแบบห้องตัวอย่างหลายๆ โครงการที่โฆษณาสรรพคุณว่ามีวิวติดริมน้ำแต่ภายในห้องนอนซึ่งถือว่าเป็นห้องพักผ่อนกลับมีพื้นที่จำกัด วางได้แค่เตียงก็เต็มห้องแล้ว หรือไม่ก็ต้องเลือกใช้เตียงขนาดเล็ก นอนไม่จุใจ... แต่ห้องนอนของที่นี่กลับมีพื้นใช้สอยได้เต็มที่ ตกแต่งได้ตามใจชอบ ไม่ถูกจำกัดด้วยขนาดห้องอีกต่อไป


 

จากห้องนอนก็จะเห็นทางเข้าห้องน้ำ ซึ่งภายในห้องน้ำปูพื้นและผนังด้วยหินอ่อนอย่างดี 


 

 

ห้องน้ำแบ่งพื้นที่ส่วนเปียกและแห้งออกจากกัน พร้อมด้วยเคาท์เตอร์ล้างหน้าขนาดใหญ่เหมือนพักอยู่ในโรงแรม 5 ดาว จะวางของใช้บนเคาท์เตอร์ล้างหน้าก็ได้ หรือจะเปิดกระจกบานใหญ่ออกก็จะมีตู้เก็บของอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านล่างออกแบบให้ทำเป็นชั้นวางของ หรือจะเอาชั้นออกเพื่อปล่อยเป็นพื้นโล่งก็ได้ ด้านขวาเป็นอ่างแช่ตัวขนาดใหญ่มากๆ พร้อมระบบปรับน้ำร้อนน้ำเย็นที่สะดวกและใกล้มือ

 

ด้านซ้ายของห้องน้ำก็เป็นห้องอาบน้ำพร้อมฝักบัวขนาดใหญ่ ที่มีครบทั้งฟังก์ชั่นน้ำร้อนน้ำเย็น ปรับระดับความสูง มีประตูกระจกกั้นห้องเป็นสัดเป็นส่วนพร้อมด้วยโถสุขภัณฑ์ ซึ่งทั้งหมดเป็นแบรนด์นำเข้าที่ใช้วัสดุทำความสะอาดง่าย และไม่ก่อให้เกิดเชื้อราหรือปัญหาความอับชื้น


 

 

นอกจากห้องพักตัวอย่างแล้ว ภายในโครงการจริงที่กำลังก่อสร้างอยู่นั้นยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกและพื้นที่ส่วนกลางมากถึง 59% ของพื้นที่ทั้งหมด เป็น Facility ถึง 6,000 ตารางเมตร มีสิ่งอำนวยความสะดวกระดับซูเปอร์พรีเมียม อาทิ 


•    Residence Lobby 3 จุด


•    Panoramic View Swimming Pool 2 สระ


•    Riverfront Jacuzzi Pool ที่สามารถมองเห็นวิวโค้งน้ำเจ้าพระยาแบบพาโนรามิค 


•    River Front Private Dining Room ที่พร้อมให้บริการแบบ Private Chef Table จากโรงแรม 5 ดาว 


•    Sanctuary Spa ที่สามารถเรียก Therapist จากบันยันทรีมาให้บริการที่โครงการได้อีกด้วย
รวมทั้งพื้นที่ใช้สอยและสิ่งอำนวยความสะดวกริมน้ำอย่างท่าเทียบเรือส่วนตัวของโครงการ (Private Floating Jetty) พร้อม Shuttle Boat Service, และยังมี Chao Phraya Veranda พร้อม Sunken Seat Area, Riverfront Sunrise Yoga Deck, Riverfront Function Room & Board Room

 

รวมไปถึงบริการระดับโรงแรม 5 ดาว Doorman และ Concierge เป็นต้น สะดวกสบายแบบนี้ การเดินทางท่องเที่ยวทางน้ำเพื่อไปเยือนแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังริมน้ำจึงไม่ใช่เรื่องยาก 

 

สุดเอ็กซ์คลูซีฟและครบครันพร้อมรับเอกสิทธิ์พิเศษทั่วโลกจาก The Sanctuary Club แบบนี้ได้ ด้วยราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 22.9 ล้านบาท ซึ่งจากการเปิดขายในรอบ VVIP ที่ผ่านมา มียอดจองแล้วถึง 27%

 

ผู้สนใจสามารถเข้าชมรายละเอียดโครงการได้ที่

 

www.banyantreeresidencesriversidebangkok.com

 

หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 1787


 

เขียนความคิดเห็น
บทความล่าสุด