Review

Metroluxe Rosegold เชื่อมต่อ 2 ทำเลดัง พหลฯ-สุทธิสาร ใกล้ BTS สะพานควายและแหล่งแฮงค์เอาท์มีสไตล์ย่านอารีย์

LifeScape 2017-11-23 10:56:14

Metroluxe Rosegold เชื่อมต่อ 2 ทำเลดัง พหลฯ-สุทธิสาร ใกล้ BTS สะพานควายและแหล่งแฮงค์เอาท์มีสไตล์ย่านอารีย์ โดย LifeScape

 

ห้องประกาศ ขาย เช่า Metroluxe Rosegold ดูที่นี่..

 

พอได้รู้ว่ามีคอนโดเปิดใหม่บนทำเลดีๆ อย่างพหลฯ-สุทธิสาร ใกล้ BTS สะพานควายและแหล่งแฮงค์เอาท์มีสไตล์อย่างอารีย์ ในราคาเริ่มต้นที่พนักงานออฟฟิศอย่างเราเอื้อมถึงหยิบจับได้ ก็รู้สึกอยากทิ้งอพาร์ทเม้นท์หลังเก่า เปลี่ยนชีวิตมาเป็นเจ้าของคอนโดใจกลางเมืองเสียที

 

ถ้าใครกำลังคิดจะมีคอนโดซักหลังในโลเคชั่นที่เดินทางสะดวกและอุดมสมบูรณ์ด้วยอาหารการกิน ตามมาเลยค่ะ เราจะพาไปสำรวจคอนโดใหม่ที่เขาว่ากัน

 

ว้าวแรกที่โดนใจคงต้องยกให้กับเรื่อง “ทำเลดัง”


ถ้าปัจจัย 4 คือ 1. อาหาร 2. ที่อยู่อาศัย 3. เครื่องนุ่งห่ม และ 4. ยารักษาโรค


ผู้เขียนขอยกให้ “ทำเล” เป็นปัจจัยที่ 2.1 เพราะตอนนี้แค่มีที่อยู่อาศัยอย่างเดียวอาจจะไม่พอสำหรับชาวเราที่ต้องเดินทางขึ้นรถลงเรือ ต่อแล้วต่ออีกเพื่อไปให้ทันเข้างานแปดโมงครึ่ง... ดังนั้น ชีวิตจะดีมีความสุขได้ก็คือเราได้ใช้เวลาอย่างมีคุณภาพ

 

ซึ่ง Metroluxe Rosegold พหลฯ-สุทธิสาร เป็นโครงการที่น่าสนใจมากๆ บนทำเล ถ.สุทธิสารวินิจฉัย ถนนที่ลากยาวเชื่อมต่อมาจากแยกสุทธิสารบน ถ.รัชดา ที่มี MRT สุทธิสารเป็นแลนด์มาร์คสำคัญ ตัดผ่าน ถ.วิภาวดีรังสิต ยาวววว...ไปจนถึงแยกสะพานควายที่มีแลนด์มาร์คเป็น BTS สะพานควาย

 

โดยโครงการตั้งอยู่ในซอยย่อย ซ.อินทามระ 14 ฝั่งมุ่งหน้าไปแยกสะพานควายใกล้กับตลาดมิ่งขวัญ จากปากซอยเข้าไปอีกประมาณ 230 เมตรก็จะถึงที่ตั้งโครงการ ถ้ามาจากแยกสะพานควาย ให้วิ่งมาตาม ถ.สุทธิสารวินิจฉัยประมาณ 1 กม. ซึ่งถ้ารถไม่ติดก็ใช้เวลาแป๊บเดียวไม่เกิน 5 นาที ก็จะเห็นป้ายซอยอินทามระ 14 และเห็นป้ายโครงการทางด้านซ้าย หรือสังเกตจากป้ายมูลนิธิศรัทธาสงเคราะห์ก็ได้

 

หรือถ้ามาจากแยกสุทธิสาร รัชดา-อินทามระ ก็ให้วิ่งตรงมาตาม ถ.สุทธิสารวินิจฉัย ผ่านสี่แยกที่ตัดกับ ถ.วิภาวดี วิ่งมาเรื่อยๆ สังเกตป้ายซอยอินทามระ 14 ด้านซ้ายมือ รวมๆ แล้วก็ 1.8 กม.

 

จากการลองเดินสำรวจแถวปากซอยอินทามระ 14 พบว่ามีร้านค้าเยอะแยะมากมายเลยทีเดียว ทั้งของกินของใช้ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ ที่สำคัญยังอยู่ไม่ไกลจาก สถานี BTS สะพานควาย ซึ่งเป็นสถานีสำคัญที่เชื่อมต่อเราไปสู่ชีวิตในหลากหลายรูปแบบ ทั้งเข้าเมืองใช้ชีวิตช่วงวันหยุดที่สถานีสยาม เดินทางไปทางานหรือแฮงก์เอ้าท์บนสายสุขุมวิท และสายสีลม นอกจากนี้ ยังเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ที่สถานีพญาไทอีกด้วย

 

หรือถ้าจะขับรถส่วนตัวเข้าออกโครงการก็มีเส้นทางเชื่อมต่อถนนสายสำคัญทั้ง 4 สายหลักที่ล้อมรอบโครงการอยู่

 

ถ.สุทธิสารวินิจฉัย ซึ่งเป็นถนนที่โครงการตั้งอยู่ เป็นถนนสายยาวที่เชื่อมต่อ ถ.พหลโยธิน และ ถ.รัชดา เข้าด้วยกัน หรือจะลัดเลาะซอยย่อยเพื่อทะลุไป ซ.โชคชัยร่วมมิตร

 

ถ.พหลโยธิน จากโครงการมุ่งหน้าไปสี่แยกสะพานควาย สามารถเลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าสู่ ถ.พหลโยธิน มุ่งหน้าไปทางอนุสาวรีย์ชัยฯ พญาไท สยาม หรือจะเลี้ยวขวาเพื่อไปลาดพร้าว หลักสี่ ดอนเมือง ไปจนถึงรังสิตได้

 

ถ.วิภาวดีรังสิต ซ.อินทามระ 14 เป็นทางลัดออกไปสู่ ซ.วิภาวดีรังสิต 1 หรือบริเวณมหาวิทยาลัยทักษิณ และยังสามารถวิ่งขึ้นดอนเมืองโทลเวย์ได้ด้วย ที่สำคัญถ้าจะไปห้าแยกลาดพร้าวหรือเซนทรัลลาดพร้าวด้วยรถส่วนตัว วิ่งเส้นทางนี้จะสะดวกที่สุดค่ะ

 

ถ.ประดิพัทธ์ จากโครงการมุ่งหน้าผ่านสี่แยกสะพานควายก็เข้าสู่ ถ.ประดิพัทธ์ และสามารถวิ่งต่อไปยัง ถ.ทหาร บริเวณแยกเกียกกาย และ ถ.สามเสน ทะลุไป ถ.ราชวิถี ถ.นครไชยศรี ถ.สุโขทัย และวิ่งไปยังเขตพระนคร หรือฝั่งธนบุรีได้อย่างง่ายดาย

 

เอาจริงๆ การเดินทางด้วยรถขนส่งประจำทางน่าจะสะดวกที่สุดในช่วงเวลาเร่งด่วน เพราะถนนเส้นนี้ขึ้นชื่อจริงๆ เรื่องรถติดเช้าสายบ่ายเย็น เพราะที่นี่เป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่ มีผู้อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งก็พอดีกับที่โครงการมีบริหาร Perfect for BTS บริการรถรับส่งจากโครงการไปสถานีรถไฟฟ้า BTS สะพานควาย สะดวกและก็ง่ายจริงๆ แต่ถ้าใครจำเป็นต้องใช้รถส่วนตัวก็คงต้องหาทางหนีทีไล่ เผื่อเวลาเดินทางสักนิด จะได้ไม่ต้องหงุดหงิดกับการจราจรที่หนาแน่นแบบสุดๆ

 

หลังจากสำรวจเส้นทางรอบโครงการแล้ว ทีนี้ก็มาดูห้องตัวอย่างที่ Sales Gallery ซึ่งจากปากซอยเข้ามานิดเดียวก็จะเห็นสำนักงานขายตั้งอยู่บริเวณขวามือข้างสวนหย่อมอินทามระ ซึ่งเป็นสวนที่ Property Perfect ดูแลร่วมกันกับสำนักงานเขตพญาไท

 

Metroluxe RoseGold เป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้นมีอาคารรูปตัว L 2 อาคาร ตั้งขนานกันแล้วเว้นที่ตรงกลางไว้เป็นสระว่ายน้ำ ทั้งหมดตั้งอยู่บนพื้นที่ 3-3-24.7 ไร่ รวมจำนวน 317 ยูนิต ออกแบบอาคารในสไตล์โมเดิร์นที่เน้นความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ดูจากสีของโครงสร้างอาคารที่เน้นกรอบสีน้ำตาล ตัดกรอบหน้าต่างสีดำในสไตล์โมเดิร์นและที่ขาดไม่ได้คือสีเขียวจากต้นไม้และสนามหญ้ารอบๆ อาคาร

 

นอกจากการออกตัวอาคารที่นี่จะทำได้สวยและโดดเด่นแล้ว สิ่งสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์และเรียกได้ว่าเป็นจุดขายด้วยก็คือ ส่วนของ Lobby ที่ทำได้หรูหราสุดๆ ไม่ต่างจากโรงแรม 5 ดาว โดยได้มีการออกแบบให้เป็นแบบ Double Volume พร้อมการตกแต่ง Theme 'Rosegold' ผสมผสานแนวคิด 2 ฤดูกาล คือ Spring Glow และ Champagne Rain ซึ่งแรงบันดาลใจตรงนี้ก็กลายมาเป็นที่มาของชื่อโครงการด้วยค่ะ

 

เดี๋ยวจะพามาดูโมเดลโครงการเพื่อจะให้เห็นภาพรวมของโครงการกันก่อนค่ะ เริ่มจากทางเข้าสู่โครงการ มีการปลูกต้นไม้ไว้ 2 ข้างทาง ให้บรรยากาศร่มรื่นน่าอยู่มากๆค่ะ

 

จากโมเดลตัวอย่างเทียบกับภาพจำลองผังโครงการจะเห็นพื้นที่จอดรถรับส่ง ซึ่งตั้งอยู่แถวหน้าล๊อบบี้ และมีทางเดินธรรมชาติเพื่อเข้าสู่อาคาร A และ B ได้

 

พื้นที่กลางอาคารทั้งหมด โครงการออกแบบเป็นสระว่ายน้ำคั่นกึ่งกลางระหว่างอาคาร A และ B ซึ่งมีระยะห่าง 25 เมตร โดยออกแบบให้สระว่ายน้ำรูปทรงพลิ้วไหว มีทางเดินคอนกรีตตลอดแนว สลับกับพื้นหญ้าสีเขียวและต้นไม้ล้อมรอบสระและตัวอาคาร

 

ภาพโมเดลโครงการมุมสูงที่มองเห็นทางเดินคอนกรีตเชื่อมต่อระหว่างอาคาร ซึ่งถูกออกแบบให้มีสัดส่วนพื้นที่สีเขียวและสนามหญ้ามากกว่าพื้นที่คอนกรีต

 

รอบโครงการก็มีที่จอดรถที่ถูกประดับด้วยต้นไม้สีเขียว เพิ่มความเขียวชอุ่มสบายตาให้กับพื้นที่รอบๆ ได้เป็นอย่างดี โดยมีถนนคั่นกลางระหว่างตัวอาคารและที่จอดรถรอบๆ โครงการ

 

ว้าวต่อมา... ก็คือผังห้องที่มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ

 

จากภาพด้านล่างจะเห็นว่ามีห้องให้เลือกทั้งหมด 5 แบบ โดยแบบ 1 ห้องนอนให้เลือกถึง 3 แบบ 3 ขนาด ต่างกันตรงที่ว่าเราอยากเน้นพื้นที่ใช้สอยส่วนไหนเป็นพิเศษ ก็เลือกได้ตามใจชอบเลย

 

โดยห้อง TYPE A และ D มีความเหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่ TYPE D มีพื้นที่ใช้สอยในห้องนอนและมีที่วางโต๊ะทานอาหารขนาด 4 ที่นั่งได้ด้วย

 

ส่วน TYPE C เน้นเพิ่มพื้นที่ให้สามารถวางโต๊ะทานอาหารในห้องครัวได้

 

TYPE G หรือห้องแบบ LUXE SUITE เป็นห้องที่มี 1 ห้องนอน กับอีก 1 ห้อง Multi-Purpose Room หรือห้องอเนกประสงค์ ซึ่งสามารถทำเป็นอีก1 ห้องนอนก็ได้

 

ทั้ง TYPE G และ H มี 2 ห้องน้ำเหมือนกัน ต่างกันที่ห้องครัวของ TYPE H จะติดกับระเบียง สามารถเปิดระบายอากาศตอนทำอาหารได้และ TYPE H ก็มีพื้นที่กระจกริมห้องนอนมากกว่าแบบ TYPE G ใครชอบแบบไหน สะดวกแบบไหนก็เลือกแบบห้องในใจไว้ได้เลยค่ะ

 

คราวนี้ก็ถึงเวลาดูห้องตัวอย่างจริงๆ กันแล้ว… ตามไปเลยค่ะ

 

อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่า ห้องแบบ 1 ห้องนอน มีผังห้องให้เลือกถึง 3 แบบแตกต่างกันที่การวางผังห้องและพื้นที่ที่เน้นประโยชน์ใช้สอยต่างกันสำหรับห้องตัวอย่างแรกเป็นแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 28 ตารางเมตร เข้าห้องมาก็ยิ่งได้กลิ่นอายของความเป็น Rosegold ทั้งสีและสไตล์การตกแต่ง

 

ก้าวแรกที่เข้าห้องมาก็จะเจอกับห้องนั่งเล่นค่ะ มองไปจะเห็นประตูกระจกกั้นระหว่างห้องนั่งเล่นกับห้องครัวที่อยู่ติดกับริมระเบียง ซึ่งประตูกระจกเป็นแบบ 2 บานเลื่อนได้ซ้ายขวา สามารถทำอาหารและปิดประตูฝั่งห้องนั่งเล่น และเปิดประตูฝั่งระเบียงเพื่อระบายอากาศได้

 

จากด้านขวาจะเห็นประตูบานเลื่อน 2 บานที่เลื่อนเปิดได้ซ้ายขวา ซึ่งเมื่อวางโซฟาขนาด 2 คนนั่งก็จะเหลือพื้นที่เล็กน้อยระหว่างประตูกระจกกับโซฟาเล็กน้อย หรือถ้าใครชอบโซฟาขนาดใหญ่ก็สามารถวางโซฟาขนาดใหญ่ได้ แต่ก็อาจจะเต็มพื้นที่จนไม่เหลือพื้นที่ด้านข้าง


 

ข้อเสียของผังห้องนี้คือคุณอาจจะไม่ได้มีห้องนั่งเล่นที่มองเห็นวิวภายนอกชัดเจน แต่ก็ได้มีห้องครัวที่สามารถทำเมนูอะไรก็ได้เพราะเปิดระบายอากาศจากระเบียงได้

 

เมื่อหันหลังให้ห้องนั่งเล่นก็จะมีที่ว่างพอให้ติดจอทีวีหรือวางชุดโฮมเธียเตอร์ได้เล็กน้อยซึ่งทางโครงการได้เตรียมช่องเสียบสวิตซ์ ปลั๊กไฟ และช่องสำหรับต่อสายเคเบิ้ลต่างๆ ไว้ให้ตรงนี้ ด้านข้างเป็นทางเข้าห้องน้ำติดกับทางเข้าห้องนอน

 

ภายในห้องครัวพื้นที่กว้างเกินคาดมานิด เพราะสามารถวางตู้เย็นขนาดใหญ่ เคาน์เตอร์ทำอาหารและซิงค์ล้างจาน และยังวางเครื่องซักผ้าได้อีกด้วยพร้อมด้วยพื้นที่วางโต๊ะทานข้าวขนาด 2 คนแบบเข้ามุมพอดี หรือถ้าอยากทำเป็นโต๊ะทานข้าวแบบพับได้ก็จะยิ่งประหยัดพื้นที่ ช่วยให้ครัวดูกว้างขึ้นส่วนด้านบนทำเป็นตู้บิ้วท์อินเก็บเครื่องครัวได้อีก

 

ซึ่งถ้าซื้อห้อง 1 Bedroom ก็จะได้บิ้วท์อินครัวและซิงค์ล้างจานตามนี้เลยค่ะ ไม่รวมเครื่องใช้ไฟฟ้านะคะ อันนั้นซื้อเพิ่มเติมกันเอาเอง

 

ออกจากห้องครัวมาก็เป็นระเบียงด้านนอก เป็นเหล็กระแนงสไตล์โมเดิร์นเคลือบสีเหลืองอมน้ำตาลอ่อนๆ ตัดกับสีเขียวข้างนอก สบายตาดีจัง แต่ด้วยพื้นที่ที่จำกัดก็อาจจะไม่เหมาะกับการซักล้างหนักๆ หรือใหญ่ๆ เท่าไร และอาจจะต้องทำราวตากผ้าดีกว่าซื้อชั้นตากผ้ามาวาง เพราะมันจะกินพื้นที่เกินไป

 

มาที่ห้องน้ำกันต่อ... โครงการจัดสรรพื้นที่ส่วนแห้งกับเปียกได้กำลังดี ด้านบนเคาน์เตอร์ล้างหน้าแปรงฟันก็พอมีพื้นที่วางของได้เล็กน้อย ส่วนใต้เคาน์เตอร์เป็นตู้บิ้วท์อิน 2 ชั้น สามารถใช้เก็บใช้ในห้องน้ำได้บางส่วน

 

ด้านข้างมีช่องเจาะ สามารถวางของตกแต่งอย่างแจกันดอกไม้ หรือของใช้ก็ได้ ส่วนเปียกก็มีการกั้นฉากกระจกอย่างมิดชิด พื้นที่ก็กำลังดี ไม่ใหญ่แต่ก็ไม่เล็กจนเกินไป แต่ถ้าใครมีอุปกรณ์อาบน้ำเยอะมากๆ แนะนำว่าให้ต่อชั้นวางของใช้เพิ่มในส่วนเปียกหรือทำชั้นวางข้างนอกเพิ่มค่ะ ส่วนสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ ทางโครงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จาก COTTO ค่ะ

 

ส่วนห้องนอนก็ขนาดกำลังดีนะ...เริ่มที่หน้าต่างห้องนอนที่เว้นระยะสูงจากพื้นประมาณ 30 ซม. และสูงขึ้นไปเกือบติดฝ้า มีบานเลื่อนสไลด์รับลมได้ ด้านซ้ายมีมุมที่เหมาะสำหรับวางโต๊ะทำงานหรือโต๊ะเครื่องแป้งได้ด้วย ยิ่งถ้าเลือกเตียงขนาดสัก 5 ฟุตก็กำลังพอเหมาะสามารถวางโต๊ะข้างหัวเตียงและเดินรอบห้องได้สบายๆ

 

ส่วนด้านขวาของห้องโครงการมีตู้เสื้อผ้าบิ้วท์อินไซส์มาตรฐานให้ 1 ตู้ พร้อมกระจกบานใหญ่ ภายในตู้มีชั้นวางของเล็กๆ ให้ด้วยค่ะ

 

ต่อไปเป็นห้อง Luxe Suite ขนาด 52.8 ตารางเมตร ความพิเศษของห้องตัวอย่างนี้คือเป็นห้องมุม ทำให้มองเห็นวิวได้จาก 2 ด้าน

 

มาเริ่มที่ห้องนั่งเล่น ด้วยขนาดพื้นที่จำกัดและการออกแบบทำให้พื้นที่การจัดวางค่อนข้างถูกฟิกมาพอสมควร แต่ก็ใช้สอยได้ครบทุกกิจกรรม ทั้งพื้นที่วางโซฟา วางทีวีขนาดใหญ่ได้สบายๆ และยังเหลือพื้นที่สำหรับวางโต๊ะกลางขนาดกลางได้อีก

 

ส่วนด้านซ้ายของห้องนั่งเล่นติดกับหน้าต่างก็ทำเป็นมุมทานอาหารวางโต๊ะกินข้าวได้ หรือถ้าชอบห้องโล่งๆ ก็ปล่อยว่างไว้เป็นพื้นที่ชมวิวก็ดี ซึ่งตรงนี้อยู่ติดกับห้องครัว มีประตูบานเลื่อนขนาดใหญ่ สามารถปิดประตูนี้ แล้วเปิดประตูระเบียงที่อยู่ในห้องครัวเพื่อระบายอากาศตอนทำครัวได้

 

ภายในห้องครัวแบ่งพื้นที่ใช้สอยออกเป็น 2 ฝั่งซ้ายขวา ซึ่งโครงการจะมีบิ้วท์อินครัวและซิงค์ล้างจานให้เหมือนกับห้อง 1 Bedroom

 

ภายในห้องนอนใหญ่จะมีตู้เสื้อผ้าบิ้วท์อินให้เหมือนกับห้อง 1 Bedroom แต่จะมีขนาดใหญ่กว่า กระจกก็จะใหญ่ตามไปด้วย

 

ส่วนด้านข้างหน้าต่างก็มีพื้นที่เข้ามุมเหลืออยู่พอดี สามารถเอาโซฟาหรือเก้าอี้เข้ามุมมาจัดวางเป็นมุมนั่งเล่นได้

 

อีกจุดเด่นของห้องแบบ Luxe Suite ก็คือ ห้องอเนกประสงค์ที่สามารถปรับเป็นห้องทำงาน ห้องสมุด หรือห้องนั่งเล่นตามแต่ใจชอบได้ หรือจะทำเป็นห้องนอนเล็ก ทางโครงการก็มีตู้เสื้อบิ้วท์อินพร้อมกระจกบานใหญ่ติดตั้งมาให้ด้วยเหมือนกัน

 

ปิดท้ายกันที่ห้องน้ำ ซึ่งมี 2 ห้อง คือห้องน้ำใหญ่กับเล็ก ห้องน้ำใหญ่เพิ่มพื้นที่อาบน้ำฝักบัวมาให้ เรียกว่าใหญ่อาบกันจุใจเลยทีเดียว ซึ่งมาพร้อมสุขภัณฑ์ COTTO คุณภาพมาตรฐาน มีเคาน์เตอร์ล้างหน้าแปรงฟันพร้อมชั้นวางของเล็กๆ ใต้เคาน์เตอร์

 

ส่วนห้องน้ำเล็ก ก็มีพื้นที่ใกล้เคียงกับห้องน้ำของ 1 Bedroom ที่ไม่ต้องห่วงเรื่องห้องน้ำจะเปียกเละเทะเพราะมีการติดตั้งประตูกระจกให้เรียบร้อย

 

ขาดไม่ได้เลยก็คือระเบียงที่มาด้วยวัสดุเดียวกันคือ ระแนงเหล็กทาสีเหลืองอมน้ำตาล ขนาดพื้นที่ใช้สอยใหญ่กว่าห้องแบบ 1 Bedroom ขึ้นมานิดหน่อย สามารถจัดสรรเป็นพื้นที่นั่งเล่นก็ได้ ซักล้างก็ดี

 

ว้าวไหมล่ะคะ กับ 2 ว้าว ! ทั้งเรื่องทำเลและแบบห้องที่มีให้เลือกหลากหลาย แต่สิ่งที่จะว้าวสุดๆก็คงจะเป็นเรื่องสุดท้ายนั่นก็คือ “ราคา” Metroluxe Rosegold มาพร้อมราคาเริ่มต้นตารางเมตรละ 95,000 บาท หรือ 2.59 ล้านบาทเท่านั้น*

 

อย่าเพิ่งๆ ยังไม่พอ เพราะราคานี้มาพร้อมกับเคาน์เตอร์ครัว ชุดเตาพร้อมเครื่องดูดควัน (Hob & Hood) ตู้เสื้อผ้า สุขภัณฑ์ แอร์ ซึ่ง 1 Bedroom ได้แอร์ 2 เครื่อง ส่วน Luxe Suite และ 2 Bedroom ได้แอร์ 3 เครื่อง 

 

ถ้ายังไม่มั่นใจว่าคุ้มหรือไม่คุ้ม ยังพอมีเวลาตัดสินใจ สำหรับคนที่กำลังหาคอนโดย่าน สะพานควาย อารีย์ หรือ สุทธิสาร ลองแวะเข้าไปดูห้องตัวอย่างก่อนได้ค่ะ รับรองว่าหลายคนจะต้องชอบแน่ๆค่ะ

 

สอบถามเพิ่มเติม โทร. 1375

เว็บไซตืโครงการ www.pf.co.th 

 

 

เขียนความคิดเห็น
บทความล่าสุด