Review

ศุภาลัย วิสต้า ศรีราชา - แยกท่าเรือแหลมฉบัง Little Japan แดนสยาม

Salaryman Estator 2017-10-10 16:55:04

ศุภาลัย วิสต้า ศรีราชา - แยกท่าเรือแหลมฉบัง Little Japan แดนสยาม โดย Salaryman Estator

 

ห้องประกาศซื้อ-ขาย ศุภาลัย วิสต้า ศรีราชา
>>คลิกที่นี่<<

 

เคยสงสัยสัยไหมครับ ว่าทำไมบางบริษัทชอบเปิดตัวโครงการแบบเงียบๆ ไม่มีการโฆษณามากนักแต่ขายหมดทุกโครงการ บางโครงการหมดตั้งแต่ก่อน presale ซะอีก

 

ไม่ยากเลยครับ ธุรกิจทุกอย่างมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ“ถ้าสินค้าเราคุณค่าเกินราคา ลูกค้าตามหาเราเอง” 

 

เหมือน IPhone ตอนรุ่นแรกๆ ที่เป็นสินค้าที่ไม่มีอะไรทดแทนได้ ลูกค้าแย่งกันซื้อโดยไม่ถามราคา ต่อคิวรอกันยาวไปถึงหน้าประตูห้างสรรพสินค้า เหมือนร้านอาหารเจ้าดังที่คนต่อคิวกันยาวทั้งๆ ที่อยู่ในซอยที่ไม่มีใครรู้จัก เหมือนคอนโดของ ศุภาลัย ที่มีลูกค้ารอซื้อเพียบทั้งๆ ที่ไม่ได้ลงโฆษณามากเท่าไหร่

 

ถ้าคุณลงทุนในหุ้นและชอบอ่านงบการเงินคุณจะรักบริษัทที่เน้นเรียลดีมานด์เหมือนผม เพราะในงบการเงินเราจะเห็นเลยว่าบริษัทที่ขายสินค้าลักษณะเดียวกันจะมีสัดส่วนกำไรสุทธิไม่แตกต่างกันมากนัก คำถามคือ แล้วงบค่าโฆษณาหายไปไหนล่ะ?

 

ไม่หายไปไหนครับ “งบค่าโฆษณาสุดท้ายจะไปอยู่ในราคาขาย” บ่อยครั้งที่ลูกค้าเป็นคนจ่ายค่าโฆษณาโดยไม่รู้ตัว ผมเลยชอบดูคอนโดของ ศุภาลัย ซึ่งมักจะทำราคาขายได้ดีอยู่เสมอ

 

ล่าสุดผมเดินทางไปศรีราชา เมืองที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันดีในนาม Little Japan เมืองไทย ก็ไปเจอคอนโด ศุภาลัย วิสต้า ศรีราชา - แยกท่าเรือแหลมฉบัง ด้วยความที่ชอบดูคอนโด ผมไม่รอช้าครับ รีบสำรวจข้อมูลเบื้องต้นและอ่าน Review ประกอบการตัดสินใจ ผลปรากฎคือ “เหมือนเดิมครับ” ศุภาลัย มีโฆษณาไม่เยอะ แต่คนสนใจชมโครงการเยอะมาก

 

ผมเลยตัดสินใจเลยว่าต้องเขียน Preview ของโครงการนี้ เอาข้อมูลมาฝากประกอบการตัดสินใจกันครับ

 

“Little Japan” ชื่อนี้ไม่ได้โดนตั้งขึ้นมาลอยๆ นะครับ ศรีราชาคือเมืองที่มีคนญี่ปุ่นอยู่มากเป็นอันดับสอง รองจากกรุงเทพฯ เงินหมุนเวียนจากคนญี่ปุ่นที่อาศัยในพื้นที่ประมาณ 10,000 ล้านบาทต่อปี ใช่ครับ! ผมเขียนไม่ผิด 10,000 ล้านบาทต่อปี เม็ดเงินกลุ่มนี้สร้างศรีราชาให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

 

ทำไมมันกลายเป็นเมืองที่คนญี่ปุ่นเข้าอยู่เยอะไปได้

 

สิ่งที่เป็นจุดเริ่มต้นการพัฒนาแบบก้าวกระโดดของศรีราชาเริ่มมาจาก ท่าเรือแหลมฉบัง

ขอบคุณภาพจาก prachachat.net

 

ท่าเรือแหลมฉบัง เป็นท่าเรือน้ำลึก อันดับต้นๆของโลก  มีความสามารถในการถ่ายเทสินค้าได้ราว 10 ล้าน TEUs ( 10 ล้านตู้ 20 ฟุต) ต่อปี ปัจจุบัน กำลังพัฒนาเฟส 3 อีก 4,000 กว่าไร่ เพราะไม่สามารถรับการขนส่งได้พอเพียงในปัจจุบัน ซึ่งยิ่งจะทำให้ศรีราชามีการพัฒนาที่มากกว่านี้อีกหลายเท่า

 

ปัจจุบัน ศรีราชา เป็นศูนย์กลางด้าน Logistic ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเป็นเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย การที่เป็นจุดขนส่งแบบนี้ ทำให้มีโรงงานจำนวนมากเข้ามาตั้งโรงงานเพื่อผลิตสินค้าส่งออก หรือ นำเข้าวัตถุดิบต่างๆเข้ามาผลิตสินค้า เพราะจะสามารถทำได้สะดวกรวดเร็วกว่าและลดต้นทุนด้านการขนส่งได้เยอะมากๆ

 

ผลต่อเนื่องจากระบบโลจิสติกส์ทำให้เกิดนิคมอุตสาหรรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ทั้งนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง  นิคมอุตสาหกรรมเหมราช นิคมอุตสาหกรรมสหพัฒน์ฯ นิคมนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง นิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด  นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ฯลฯ

ขอบคุณภาพจาก acnews.net

 

พอมีนิคมก็มีก็มีคนเข้ามาทำงานโดยเฉพาะผุ้บริหารและหัวหน้าผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่นที่เข้ามาทำงานจำนวนมาก ปัจจุบันมีการคาดการณ์ว่า มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่ที่นี่ประมาณ 10,000 กว่าคน ซึ่งถือว่ามากพอๆกับย่านใจกลางสุขุมวิท อย่าง พร้อมพงศ์ ทองหล่อ เลยทีเดียว

 

แน่นอนครับ “คนอพยพมักต้องการบ้านเช่า” คำว่าคนอพยพในที่นี้ไม่ได้หมายถึงคนที่ลี้ภัยมาจากประเทศอื่นนะครับ แต่หมายถึงคนที่เดินทางมาอยู่อาศัยชั่วคราว เพื่อทำภารกิจอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่นนักศีกษาที่หาคอนโดเช่าแถวมหาลัย หรือ Expat ที่หาคอนโดใกล้ที่ทำงาน

 

คนญี่ปุ่นทรงคุณค่ากลุ่มนี้นำความแปลกใหม่มาให้กับศรีราชา เมื่อ 5 ปีก่อนบริเวณนี้เป็นเมืองที่น้อยคนจะรู้จัก มีร้านอาหารญี่ปุ่นอยู่ไม่เกิน 30 แห่ง มีห้างสรรพสินค้าเพียงไม่กี่แห่ง ราคาคอนโดไม่เกิน 50,000 บาทต่อตารางเมตร แต่ปัจจุบันมีร้านอาหารญี่ปุ่นหลายร้อยร้าน ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่มากมาย ราคาคอนโดหลายที่พุ่งไปเกือบ 1 แสนบาทต่อตารางเมตร บางโครงการถึงขั้นทะลุหลักแสนขึ้นไปแล้ว

ขอบคุณภาพจาก srirachaoutlook.com

 

แนวโน้มในอนาคตราคาคอนโดมีแต่จะสูงขึ้นไปอีก เพราะราคาที่ดินปัจจุบันแตะหลัก 5 แสนบาทต่อตารางวาไปแล้ว อย่างที่รู้กันครับ ราคาที่ดินขึ้นไปแล้วยากที่จะลง และเมื่อราคาที่ดินสูง ราคาบ้านก็จะสูงตาม

 

เศรษฐกิจของเมืองศรีราชาเติบโตขึ้นเร็วมากจริงๆ ถึงแม้ปีที่แล้วจะมีสะดุดไปบ้างเนื่องจากคนต่างชาติเข้ามาไทยน้อยลง แต่จากที่ผมเห็นก็เป็นการสะดุดระยะสั้น ปัจจุบันเริ่มเห็นกระแสไหลกลับมาของชาวต่างชาติแล้ว

 

แถมด้วยการมาของ Eastern Economic Corridor (EEC) ทำให้มีโรงงานและนิคมอุตสาหกรรม เข้ามาในบริเวณนี้เพิ่มขึ้นไปอีก คนที่เข้ามาทำงานกลุ่มนี้ยังไงก็ต้องการที่อยู่อาศัยครับ พวกเขาจะดันราคาที่ดินและคอนโดขึ้นไปอีกระดับอย่างแน่นอน

 

ถ้าคุณมาศรีราชาเมื่อ 5 ปีก่อน…จะมีคนบอกคุณว่า “คอนโดราคาเกิน 5 หมื่นต่อตารางเมตรก็แพงแล้ว” แต่ในปัจจุบัน “หาคอนโดราคาต่ำกว่า 7 หมื่นต่อตารางเมตรแทบไม่ได้แล้ว”

 

แล้วในอนาคตล่ะจะเป็นยังไง? ไม่มีใครรู้ครับ แต่ด้วยการเติบโตและจำนวนคนไหลเข้าเมืองระดับนี้ ไม่ช้าก็เร็วราคาคอนโดในศรีราชาคงกลายเป็นหลักแสน ปัจจัยนี้ทำให้ผมสนใจ ศุภาลัย วิสต้า ศรีราชา - แยกท่าเรือแหลมฉบัง ขึ้นไปอีก เพราะโครงการนี้มากับราคาไม่ถึง 6 หมื่นบาทต่อตารางเมตรเท่านั้นเอง น่าสนใจมากครับ

 

ศุภาลัย วิสต้า ศรีราชา - แยกท่าเรือแหลมฉบัง เป็นคอนโด High Rise 29 ชั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่เกือบ 3 ไร่ ติดถนนใหญ่สุขุมวิท มีห้องทั้งหมด 410 Unit ขนาดมีให้เลือกตั้งแต่ 30 ถึง 75 ตารางเมตร Studio, 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอน

 

การออกแบบอาคารด้วยการผสมผสานการใช้เส้นสายและระนาบ รูปทรงเรขาคณิต ที่โฉบเฉี่ยว แสดงถึงความโดดเด่น นำสมัย และมี Lifestyle ที่แตกต่าง พร้อมการใช้โทนสีที่สะอาดตา เรียบง่าย ด้วยสีขาว เทาอ่อน และฟ้า

 

โครงการตั้งอยู่บนแยกสุขุมวิท-ท่าเรือแหลมฉบัง ตรงกันข้ามกับห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่าง Harbor mall เป็นทำเลที่มีการอยู่อาศัยหนาแน่นและเป็นทำเลที่มีความน่าสนใจในหลากหลายแง่มุม ไม่ว่าจะซื้อไว้เพื่ออยู่เองหรือลงทุนปล่อยเช่าครับ

 

1) Heart of Sriracha

 

ตำแหน่งจุดตัดระหว่างถนนหลักสองสายเป็นตัวดึงดูดความเจริญเข้ามาอย่างดี แถมคนที่พักอาศัยในศรีราชาส่วนมากจะทำงานในนิคมอุตสาหกรรม พวกเขาจะมองหาที่พักที่ไม่ไกลจากที่ทำงานและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทั้ง Harbor Mall, Tesco Lotus, สวนสาธารณะ และโรงพยาบาล อีกทั้งยังมีโรงเรียนและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ศรีราชาอยู่ในระยะ 10 นาทีจากตัวโครงการอีกด้วย

 

ระยะ 10 นาทีคือระยะที่สำคัญมากนะครับ เพราะโดยปกติคนเราจะไม่รู้สึกลำบากกับการเดินทางในระยะไม่เกิน 10-15 นาที เพราะฉะนั้นสิ่งแวดล้อมในระยะ 10 นาทีจะเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัย ซึ่งจากตำแหน่งของโครงการที่เป็นหัวใจของศรีราชา มีให้ครบทุกอย่างในระยะ 10 นาทีครับ

 

2) Japanese Town

 

ศรีราชาคือเมืองคนญี่ปุ่น พวกเขาจะมองหาบริเวณที่มีร้านอาหารและร้านค้าที่บริการไว้สำหรับชาวญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ซึ่งทำเลของโครงการนี้มีครบ สามารถดึงดูดชาวญี่ปุ่นเข้ามาพักอาศัยได้ไม่ยาก อีกทั้งรูปแบบโครงการยังเป็นแบบสงบและธรรมชาติตามแบบที่ชาวเอเชียชอบอีกด้วย

 

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมชาวญี่ปุ่นไม่ไปอาศัยในพัทยา ถ้าใครเคยคลุกคลีกับชาวญี่ปุ่นจะเข้าใจเลยครับว่าพวกเขาชอบอยู่รวมกันเพราะจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ครบครัน อีกทั้งชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่ชำนาญภาษาอังกฤษ บางคนอาจจะพูดได้ แต่ใช้เฉพาะในเวลาทำงาน เวลาพักผ่อนจะอยากใช้ภาษาบ้านเกิดมากกว่า ซึ่งเมืองพัทยาเป็นเมืองที่พูดภาษาอังกฤษ ในขณะที่เมืองศรีราชาเป็นเมืองภาษาญี่ปุ่นครับ

 

ด้วยปัจจัยแวดล้อมทั้งหมดจะทำให้ศรีราชาเป็นศูนย์กลางของชาวญี่ปุ่นต่อไปในอนาคต ใครอยากลงทุนปล่อยเช่าให้ชาวญี่ปุ่น ทำเลนี้เป็นอีกหนึ่งทำเลทองครับ

 

3) EEC is coming!

 

การมาของ Eastern Economic Corridor(EEC) ไม่ได้นำแค่แหล่งงานมาให้นะครับ แต่ยังหมายถึงถนนและ Facility อื่นๆ ที่ตามเข้ามาสนับสนุนตัวโครงการอีกด้วย ใครเดินทางไปชลบุรี-ศรีราชาในช่วง 2-3 ปีมานี้จะเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน

 

ถนนขนาดใหญ่ตัดใหม่หลายสาย จำนวนร้านอาหารและที่พักอาศัย ห้างสรรพสินค้าที่เพิ่งสร้างเสร็จและกำลังสร้างอีกมาก การมาของ EEC จะทำให้ศรีราชาพัฒนาไปอีกระดับ จริงๆ แล้ว แค่ในปัจจุบันคนก็เริ่มเยอะจนหลายครั้งถึงขั้นรถติดตอนเช้าแล้วนะครับ ยังดีที่มีถนนตัดใหม่หลายสายคอยช่วยอยู่

 

4) ไม่ใช่แค่ชาวญี่ปุ่นที่อยากอยู่ในทำเลนี้

 

บริเวณโดยรอบมีแหล่งงานสำหรับคนไทยมากมายทั้งเอกชนและรัฐบาล อีกทั้งยังมีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่นับวันจำนวนนักศึกษามีแต่จะเพิ่มขึ้น คนกลุ่มนี้ทั้งหมดเองก็ต้องการที่อยู่อาศัยในทำเลจุดตัดอย่างทำเลของ ศุภาลัย วิสต้า ศรีราชา - แยกท่าเรือแหลมฉบัง เช่นเดียวกัน 

 

นักลงทุนคนไหนเล็งปล่อยเช่าให้มนุษย์เงินเดือนและนักศึกษาก็เป็นไอเดียที่ไม่เลวครับ ปัจจุบันราคาเช่าห้อง 1 ห้องนอนธรรมดาก็ประมาณ 10,000 บาทต่อเดือนแล้ว ราคาที่พักอาศัยสูงไม่แพ้กรุงเทพฯ เลยครับ

 

5) แนวโน้มการพัฒนาที่ไม่หยุดหย่อน

 

ส่วนตัวผมไม่ได้เดินทางไปศรีราชาบ่อยนัก แต่ทุกครั้งที่ไปจะเห็นความแตกต่างและการพัฒนาที่ก้าวกระโดด แนวโน้มนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะผ่อนลงเลย

 

การพัฒนาของเมืองในระดับนี้จะดันความเจริญและราคาคอนโดสูงขึ้นไปอีกอย่างแน่นอนในอนาคต ใครที่ต้องการซื้อคอนโดไว้เพื่ออยู่อาศัยหรือลงทุน เวลานี้เป็นเวลาที่น่าสนใจ เพราะตลาดคอนโดสะดุดเมื่อปีก่อนหน้า ทำให้ตอนนี้ยังเป็นตลาดของคนซื้อ ราคาขายที่เห็นจะยังค่อนข้างดี แต่ในอนาคตอันใกล้ (จริงๆ ตอนนี้ก็เริ่มแล้ว) เมื่อตลาดอสังหาฯ กลับมา ราคาที่เห็นในวันนี้อาจจะไม่ได้เห็นอีกแล้วครับ

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอนโดในทำเลจุดตัดถนนสำคัญ ที่ดินบริเวณนี้จะกลายเป็นที่ดินที่หาไม่ได้อีกแล้ว ถ้าคุณนึกไม่ออกว่าการเปลี่ยนแปลงจะเป็นไปในทิศทางไหน คุณลองมองกลับมาที่แยกอโศกหรือแยกบางนาในปัจจุบันครับ ในอดีตแยกเหล่านี้ก็เคยอยู่ในราคาที่คนทั่วไปซื้อไหว ไม่ต่างจากแยกศรีราชาแหลมฉบังในวันนี้เลย

 

ตัวโครงการเน้นพื้นที่สีเขียวเพื่อความร่วมรื่นและความสบายใจของคนอาศัย ออกแบบตึกเพื่อให้สามารถรับวิว แสงแดด และลมธรรมชาติได้ดียิ่งขึ้น ส่วนกลางมีครบทั้ง Infinity edge pool, Sky lounge, Sky garden และ Private Fitness พร้อมสำหรับการอยู่อาศัยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

 

Double Volume Lobby

 

Infinity Edge Pool

 

Sky Garden

 

Sky Lounge

 

Private Fitness

 

ห้องขนาด 1 ห้องนอน

 

ห้องขนาด 2 ห้องนอน

 

สิ่งที่ผมประทับใจมากสำหรับโครงการนี้นอกจากทำเลที่มีจุดเด่นในหลายแง่มุมแล้ว ผมยังประทับใจราคาขาย ที่ยัง Under-value ต่ำกว่าราคาตลาดในย่านนั้นอยู่พอสมควร โดยเริ่มเพียง 1.8 ล้านบาท หรือเพียงตารางเมตรละ 43,000 บาท ซึ่งเทียบกับหลายโครงการในศรีราชาเปิดตัวมาก็เกิน 80,000 ไปแล้ว เมื่อเทียบกับศักยภาพของทำเลและตัวโครงการราคาของ ศุภาลัย วิสต้า ศรีราชา - แยกท่าเรือแหลมฉบัง ถือว่าคุ้มเกินคุ้มครับ 

 

สำหรับคนที่มองหาคอนโดลงทุนปล่อยเช่า ถ้าใครสนใจกลุ่มชาวต่างชาติ ผมแนะนำให้ซื้อห้องแบบ 2 ห้องนอนครับ เพราะพวกเขามีงบประมาณเพียงพออยู่แล้วและโดยส่วนมากจะชอบห้องที่มีขนาดใหญ่ แต่ถ้าใครอยากลงทุนในงบประมาณที่ไม่สูงเกินไป คุณสามารถเลือกห้อง Studio ปล่อยเช่าให้มนุษย์เงินเดือนและนักศึกษาครับ

 

ผลตอบแทนที่ได้น่าสนใจทีเดียวครับ Yield 6-8% หายากมากแล้วในกรุงเทพฯ

 

สำหรับนักลงทุนที่คาดหวังการเติบโตของราคาคอนโดในระยะยาว แม้ว่าช่วงนี้อาจไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีสำหรับการเก็งกำไรระยะสั้น แต่ด้วยศักยภาพของโครงการและสุดยอดทำเลที่เป็นหัวใจของ Little Japanese ถ้าคุณซื้อตอนนี้แล้วถือไว้ ในอนาคตสามารถทำกำไรจากส่วนต่างราคาได้ไม่ยากเลย

 

สำหรับคนไทยที่ทำงานในบริเวณใกล้เคียง มันอาจจะดีกว่ามากถ้าเลือกซื้อแทนการเช่า ยอดผ่อนต่อเดือนในปัจจุบันไม่สูงเพราะธนาคารกำลังแข่งกันทำโปรโมชั่น ซึ่งยอดผ่อนต่อเดือนนี้จะต่ำกว่าค่าเช่าที่คุณจะต้องจ่าย คุณสามารถเลือกที่จะซื้อแล้วจ่ายค่าผ่อนแทนค่าเช่า พอคุณย้ายออกจากบริเวณนี้ใน 3-5 ปีข้างหน้า คุณก็จะสามารถขายออกไปในราคาที่ไม่ขาดทุนครับ เรียกได้ว่าอยู่ฟรีแถมเงินกันเลยทีเดียว

 

ใครสนใจอาจต้องรีบหน่อย เจ้านี้เค้าขายหมดเร็ว

 

ลงทะเบียนวันนี้รับส่วนลดเพิ่ม


คลิกที่นี่ >> https://goo.gl/RRY2wi

 
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม


Tel: 038-400-888

 

 

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

LivingStock Application