Home Living Topic Guru Webboard Contact Us FAQ  รายการ ขาย เช่า ลงประกาศ ซื้อ ขาย เช่า เข้าระบบ/ลงทะเบียนใหม่ ค้นหา

Review (205)   Invest (63) PR (1201)  News (853)   Idea (37) Design (50) Talk (57)  Guest (24)  Vacation (40) Feng Shui (26)
เรื่องน่าอ่านยังมีอีกที่นี่ ประกาศขายคอนโด ประกาศขายบ้าน ทั่วประเทศไทย
กลับไปหน้าที่ผ่านมา

เทพศักดิ์ ฐิตะรักษา กฟน.เร่งลงทุนสายไฟใต้ดิน 200 กม.


0 0

 

 

แนวนโยบายยกระดับกรุงเทพฯ ให้เป็นมหานครแห่งอาเซียนในขอบเขตรับผิดชอบของ "กฟน.-การไฟฟ้านครหลวง" มีความคืบหน้าเป็นลำดับ ล่าสุด "เทพศักดิ์ ฐิตะรักษา" ผู้ช่วยผู้ว่าการ กฟน.ให้สัมภาษณ์แผนดำเนินการติดตั้งสายไฟฟ้าใต้ดินระยะทาง 200 กม. ในพื้นที่รับผิดชอบ 3 จังหวัดคือ กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ

- Q : คืบหน้ามหานครอาเซียน

นโยบายลงทุนติดตั้งสายไฟฟ้าใต้ดินในพื้นที่ให้บริการ กฟน. เราทำจริงจังและทำมานานมากแล้ว เสร็จไปแล้ว 41 กว่า กม. ส่วนใหญ่ติดถนนหลัก อนาคตขยายเพิ่ม 176 กม. ในเขตพื้นที่มีความสำคัญ อาทิ รอบวัง พื้นที่เศรษฐกิจและตามแนวรถไฟฟ้า เท่ากับจะมี 200 กว่า กม. ขณะที่ถนนเมนในเขตรับผิดชอบมีเป็น 1,000 กม.

ในการพิจารณาลงทุนติดตั้งสายไฟฟ้าใต้ดิน มีเกณฑ์การพิจารณาจากวัตถุประสงค์ 4 ข้อ 1.ภาระไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในเขตเมือง ระบบปกติการจ่ายไฟฟ้าทำผ่านระบบสายอากาศ แต่เมื่อเมืองโตขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ระบบสายอากาศไม่พอจึงต้องลงใต้ดิน

2.ความน่าเชื่อ5ถือของระบบไฟฟ้า ไฟดับน้อยลง ระบบใต้ดินมีความน่าเชื่อถือสูงกว่าอย่างน้อยไม่มีเสาไฟฟ้าให้ล้ม 3.ความปลอดภัย เพราะไม่มีระบบสายอากาศความปลอดภัยก็จะมากกว่า และ 4.ระบบภูมิทัศน์ ความสวยงามของบ้านเมืองเป็นประการสุดท้าย

ในแง่งบประมาณลงทุน แน่นอนว่าระบบสายไฟฟ้าใต้ดินแพงกว่าระบบสายอากาศ เฉลี่ย กม.ละ 300-400 ล้านบาท แต่สิ่งที่ได้ค่อนข้างคุ้ม ภาระไฟฟ้า จ่ายไฟเพียงพอ ได้เรื่องความสวยงาม ซึ่งเรามุ่งให้กรุงเทพฯ เป็นมหานครแห่งอาเซียน เพราะเรามองว่ากรุงเทพฯ ต้องเป็นเมืองสำหรับนักท่องเที่ยว แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมาเยือนสูงมาก

- Q : เร่งรัดดำเนินการอย่างไร

การดำเนินการตามแผนลงทุน เนื่องจาก กฟน.มีระบบสายอากาศมานานแล้ว แต่ก่อนทำเป็นไพล็อตโปรเจ็กต์ เป็นโครงการทดลองเมื่อ 20-30 ปีมาแล้ว เริ่มที่ถนนสายสีลมเมื่อ 40 ปีมาแล้ว ตอนนี้เริ่มเอาจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ ล่าสุดมหานครแห่งอาเซียน 127 กม.เดิมกำหนดเป็นแผน 10 ปี ต่อมารัฐบาลให้ความสำคัญมาก ร่นเวลาทำเหลือ 5 ปี จากเดิม 30 ปีทำเสร็จเพียง 40 กม.

ในอดีตเราทำเอง กฟน.ดำเนินการเองเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ ซึ่งเดิมเราศึกษาทดลองมากกว่า หาความรู้ไปเรื่อย ๆ การทำมีอุปสรรค การจ่ายไฟดี-ไม่ดียังไง เราทำเองหมดทั้งออกแบบ การก่อสร้างเราจ้างระบบใต้ดิน ส่วนการเดินสายไฟ ติดตั้งเราทำเอง

แผนร่นให้เหลือ 5 ปี เราโดนสั่งให้ทำต่อเนื่อง "แผนโครงการเปลี่ยนสายอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินรองรับมหานครแห่งอาเซียน" ปัจจุบันปี 2560-2564 ระยะทาง 200 กม.ต้องจบ จึงใช้วิธีจ้างเหมาเพราะเรารู้วิธีทำแล้ว พยายามออกบิดให้น้อย มูลค่าสัญญาจะสูง

ส่วนงานที่มีการจัดจ้าง มี 2 ส่วนคือ งานโยธา ก่อสร้างระบบ เหมือนรถไฟฟ้ามีระบบราง โครงสร้าง เดินรถ ไฟฟ้าก็เหมือนกันเรามีระบบก่อสร้างท่อ ส่วนใหญ่ผู้รับเหมาใหญ่ ๆ ในไทยและต่างประเทศ, ระบบไฟฟ้า ส่วนใหญ่ลากสาย ติดตั้งท่อ พยายามทำให้งานมูลค่าสูง ได้บริษัทใหญ่ ๆ การันตีว่าทำงานให้เราสำเร็จ ถ้าบริษัทเล็กอาจทำงานได้ไม่สำเร็จ

- Q : ความจำเป็นทำสายไฟใต้ดิน

ถ้าไม่ทำสายไฟใต้ดิน ผลกระทบประการแรกคือมีสายไฟเยอะมาก เราไม่สามารถสร้างระบบสายอากาศไปในทิศทางที่อยากได้ อาจต้องอ้อมไปไกลมาก เช่น การจ่ายไฟต้องมีแหล่งจ่ายไฟ การเดินไปจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่ง เมืองเติบโตมาก ๆ เช่น ศูนย์การค้าต้องการพลังงานไฟฟ้าเยอะมาก แต่เส้นทางเดินไฟอาจมี 1-2 เส้น ในที่สุดอาจมีเส้นเดียว ต้องอ้อมไปไกลมาก ๆ อาจไปถึงไม่ได้หรือจ่ายไฟไม่เพียงพอ ในที่สุดต้องสร้างระบบสายไฟใต้ดินอยู่ดี

เทียบกับประเทศอื่น ๆ เป็นระบบไฟใต้ดิน ในกรุงเทพฯ เมืองเติบโตเยอะมากแต่ก่อนสร้างเมืองใหม่ ๆ จ่ายไฟยังไงก็ได้ เช่น บางกะปิ เดิมเหมือนกับไปชนบท ไม่มีอะไรเลย ปัจจุบันรถติดไปไม่ได้แล้ว ความเติบโตสูงมาก เดิมสร้างสายไฟเส้นเดียวจ่ายได้ทั้งหมู่บ้าน ตอนนี้ไม่มีทางพอ ต้องสร้างเพิ่มขึ้น ๆ ถึงจุดหนึ่งก็ต้องทำสายใต้ดิน 

นี่คือสิ่งที่ต้องพยายามศึกษาตั้งแต่อดีตว่าถ้าจะจ่ายไฟใต้ดินต้องทำยังไงให้เพียงพอ

ขณะเดียวกันใต้ดินของกรุงเทพฯมีท่อต่างๆ มากมาย การทำสายไฟใต้ดินต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าเมืองเวลาโต การสร้างอินฟราสตรักเจอร์ไม่ค่อยเป็นระเบียบ ไม่ค่อยเหมือนประเทศที่เจริญแล้ว การสร้างสิ่งเหล่านี้จึงค่อนข้างสะเปะสะปะเล็กน้อย

ถนนสายหลักมีท่อของประปา ไฟฟ้า โทรศัพท์ เวลาขุดลงไปเจอเยอะแยะ ตอนหลัง ๆ เจอระบบไอที สื่อสาร ทุกคนวางหมด ปัจจุบัน กฟน.พบว่าเป็นอุปสรรคสำคัญของเรา ได้มีการเสนอให้จัดตั้งคณะอำนวยการนำสายไฟลงใต้ดิน มี รมว.มหาดไทยเป็นประธาน เรียกหน่วยงานเกี่ยวข้องทุกระบบมาบูรณาการ ทำทุกอย่างพร้อมกัน 

เป้าหมายเพื่อ 1.ทำให้ระบบมีระเบียบ 2.ประหยัดงบประมาณเพราะทำพร้อม ๆ กัน ตอนนี้ประชุมแล้วหลายครั้ง มีการมอบหมายชัดเจน ให้ยึดแผน กฟน. 5 ปีเป็นหลัก ดำเนินการไปได้ดีอยู่ แต่คงไม่ทันทีทันใดเพราะเมืองเราเก่า 200 กว่าปี มีระบบเก่าข้างล่าง 

ระบบไฟฟ้ามีหลายระดับ เสาก็มีหลายระดับ บางอย่างอยู่บนพื้นผิว ใต้พื้นผิวจราจร บนฟุตปาท บนพื้นผิวจราจรก็ปัญหาเยอะ ฟุตปาทก็ปัญหาเยอะ เราพยายามจัดระเบียบกันอยู่

- Q : เปรียบเทียบต้นทุน

ตอนนี้การนำสายไฟใต้ดินการลงทุนมีต้นทุนสูงกว่าระบบสายอากาศ ประชาชนได้รับผลกระทบต่อค่าไฟเล็กน้อย ภาพรวมเพิ่มต้นทุนนิดเดียว ผลกระทบต่อค่าไฟอาจเปรียบไม่ได้เพราะค่าไฟคิดจากโอเวอร์ออลของประเทศ ไม่ว่า กฟผ. (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย) กฟภ. (การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) และ กฟน. จะมีหลักในการคิดคำนวณ 

อย่างที่ผมบอก เราทำ 200 กม.จากพื้นที่ให้บริการไฟฟ้ามีเป็น 1,000 กม. ระบบการลงทุนของเรายังมีอย่างอื่นเยอะมาก เช่น สร้างระบบเพิ่มปกติซึ่งมีมูลค่าสูงอยู่แล้ว ไม่ได้กระทบรุนแรงมากมาย มีผลกระทบแน่นอนแต่ไม่ถึงกับเดือดร้อน

เปรียบเทียบงบลงทุนไฟฟ้าใต้ดิน กม.ละ 300-400 ล้านบาท ระบบสายอากาศ 10 กว่าล้านบาท แต่ต้องดูระบบในภาพรวม เพราะการลงทุนมีหลายอย่าง เช่น สายไฟแรงสูง แรงกลาง แรงต่ำ ต้องนำมาถัวเฉลี่ยกัน เราเคยจัดทำข้อมูลไว้

- Q : สายสื่อสารไม่เป็นระเบียบ

ประเด็นสายสื่อสารระโยงระยางที่บิล เกตส์อัพข้อมูลในโซเชียล เป็นเหตุผลทำให้การทำสายไฟใต้ดินร่นจาก 10 เหลือ 5 ปี นายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา บอกว่าทำให้ประเทศเราเสียชื่อ ทำอะไรได้ก็ให้รีบทำ

ผมอยากจะบอกว่า "รูปเดียวเปลี่ยนชีวิต" กฟน.ต้องมาวางแผนทำยังไงจาก 10 ปีให้เหลือ 5 ปี ไม่ใช่ง่าย เราต้องจ้างเหมามากขึ้น และอาจต้องทำให้ผลกระทบต่อประชาชนมีทันที ผมคำนวณคร่าว ๆ ในปี 2561-2562 จะเริ่มการก่อสร้างบนถนนหลายเส้น 

อยากให้ประชาชนเข้าใจ เวลาเราเจอรถไฟฟ้ารู้ได้ว่ามีรถไฟฟ้า ความรู้สึกอีกแบบ อนาคตจะสบาย ๆ ขึ้น แต่ กฟน.ประชาชนนึกไม่ออกว่ามีสายไฟใต้ดิน อยากให้รู้นิดหนึ่งว่าถึงแม้มีไฟฟ้าใช้วันนี้ แต่ถ้า กฟน.ไม่ทำอะไร ในอนาคตไฟฟ้าที่เคยมั่นคง ปลอดภัย คุณภาพอาจลดลง อาจมีไฟดับไฟตกบ้าง กฟน.จึงต้องมีหน้าที่สร้างระบบให้มากขึ้น ทำให้มีผลกระทบกับชีวิตบ้าง มองไม่เห็นเหมือนรถไฟฟ้า แต่เราสร้างเพื่อสร้างอนาคตของประชาชนเช่นเดียวกัน

 

 

ขอบคุณภาพและข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ

 

 

https://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1499241487

 

 


ระดับ : Legend สมัครเมื่อ : 2016-06-16 15:02:23 จำนวนโพส : 0
อัพเดทล่าสุด : 2017-07-07 10:56:21
แจ้งปัญหา     

บทความล่าสุด

บทความที่น่าสนใจ

  • NOBLE | THE SOUND OF ARCHITECTURE ไม่ซื้องานนี้ คุณจะพลาดของดีจากโนเบิล

    ยังมีห้องสวยๆ ในราคาดีๆ เหลือให้เราได้เลือกได้หากันในเวลานี้ ซึ่งต้องบอกว่า เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด ถ้าดูจากตลาดหุ้นบ้านเราที่ทำ NEW HIGH ในรอบ 23 ปี ก็คงจะได้เห็นสัญญาณอะไรบางอย่างว่าเราอาจกำลังกลับสู่จุดที่รุ่งเรืองอีกครั้ง

    |2017-09-19 LivingInsider Editor 0

  • พาชมห้องตัวอย่าง The Tree สุขุมวิท 64

    หลังจากคราวก่อนเราพาไปดูโลเคชั่นและความน่าสนใจของโครงการ The Tree สุขุมวิท 64 กันไปแล้ว วันนี้เราจะพาไปชมห้องตัวอย่างกันครับ

    |2017-07-25 LivingInsider Editor 1

  • Fix cost ลด เราผุด

    Fix cost สำคัญกับชีวิตเรามาก อย่างที่เราคาดไม่ถึง นักลงทุนและมนุษย์เงินเดือนมักประสบปัญหาทางการเงิน เพียงแค่เพราะมองข้ามมันไป

    |2017-08-16 Salaryman Estator 1

  • พลัมคอนโด ปิ่นเกล้า สเตชั่น และ คิงคองพาต้า

    เค้าว่าคนฝั่งธน เป็นคนรักพื้นที่ ให้ย้ายไปอยู่ไหน ก็ไม่อยู่ ที่นี่ของกินอร่อย วัดวาอารามเยอะ แถมอากาศก็ดี

    |2017-07-25 LivingInsider Editor 13

  • VIP launch # The Unique Eakamai Ramindra คอนโดที่ใกล้ CDC และ Central East ville ที่สุด

    จัดว่าเป็น developer หน้าใหม่ที่กล้าคิดกล้าทำอะไรแปลกๆออกมาตลอด คราวนี้มากับโครงการล่าสุด กับโครงการที่ 6 ที่เป็นสไตล์ Industrial Loft เพดานสูง 2.60 เมตร กับ The Unique Eakamai Ramindra

    |2017-05-24 LivingInsider Editor 1


ติดตามข่าวสารข้อมูลก่อนใคร ถูกใจเพจได้เลยครับ



ต้องการรับข่าวแบบนี้ส่งตรงถึงไลน์คุณ add ไลน์@ ได้เลยครับ เพียงคลิ๊กลิ้งค์ข้างล่าง



LINE ID @livinginsider


แสดงความคิดเห็น

CAPTCHA code
หรือ ยกเลิก

© 2015 livinginsider.com All right reserved. | นโยบายความเป็นส่วนตัว

 

lvmng@livinginsider.com

02-693-5561 ถึง 2
  @livinginsider