Home Living Topic Guru Webboard Contact Us FAQ  รายการ ขาย เช่า ลงประกาศ ซื้อ ขาย เช่า เข้าระบบ/ลงทะเบียนใหม่ ค้นหา

Review (278)   Invest (64) PR (1616)  News (1278)   Idea (49) Design (64) Talk (156)  Guest (39)  Vacation (93) Feng Shui (26)
เรื่องน่าอ่านยังมีอีกที่นี่ ประกาศขายคอนโด ประกาศขายบ้าน ทั่วประเทศไทย
กลับไปหน้าที่ผ่านมา

5 ข้อควรรู้ การกู้ซื้อบ้าน ที่ไม่เป็นความลับ (แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้)


0 7

 

 

5 ข้อควรรู้ การกู้ซื้อบ้าน
ที่ไม่เป็นความลับ

(แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้)

 

 

"กู้ไม่ผ่าน" คำสั้นๆ แต่ทำเอาปวดหัวทั้งคนซื้อ คนขาย

 

เรื่องจริงครับ! หนี้เสียมากขึ้น เป็นธรรมดาที่ธนาคารต้องระวังมากขึ้น ใครจะอยากให้ยืมเงิน โดยที่ไม่น่าได้คืนล่ะครับ

 

แสดงว่าช่วงนี้ธนาคารงดปล่อยกู้ ? ใช่ซะที่ไหน ธนาคารตอนนี้เงินล้นจนพุงแทบแตกแล้ว แต่เค้าจะให้เฉพาะคนที่เรียกว่า "มีเครดิต"

 

ยังไงธนาคารก็ต้องทำรายได้จากเงินกู้ (ดอกเบี้ยของเรา) และธนาคารเป็นบริษัทมหาชน จะยอมให้กำไรร่วงไม่ได้เลย แม้แต่ปีเดียว "ธนาคารยังปล่อยกู้แน่นอนครับ แค่จะคัดเลือกลูกค้ามากขึ้น"

 

ทำยังไงให้เราเป็นคนที่เค้าเลือกล่ะครับ? เราแค่ต้องเข้าใจครับ ว่าเค้าระวังเรื่องอะไร (ใจเค้าใจเรา อะไรประมาณนั้น)

 

ผมสรุป 5 ข้อควรรู้ สำหรับคนขอกู้ในยุคธนาคารรัดกุมไว้ในบทความนี้ มาดูกันเลยครับ...

 

1) เค้านับจำนวนสินเชื่อด้วยนะ

 

พอพูดถึงการขอกู้ คนมักจะไปคิดถึงยอดหนี้ต่อรายได้ แต่ก่อนจะไปถึงขั้นนั้น มานับจำนวนสินเชื่อที่มีก่อนเลย เพราะถ้าจำนวนเกิน ต่อให้รายได้เยอะก็กู้ไม่ผ่านครับ

 

ธนาคารเค้าจะมาสนใจทำไมว่าเราซื้อกี่หลัง? สนครับ! สนมากด้วย เพราะที่ธนาคารยอมปล่อยกู้ดอกต่ำ กะให้เราไปซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งความเสี่ยงต่ำกว่าการซื้อเพื่อลงทุน ถ้าดันซื้อหลายหลัง เค้าจะสงสัยว่าเราไม่ได้ซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัย

 

แน่นอน สินเชื่อธุรกิจ ธนาคารก็ปล่อยครับ แต่จะโดนดอกเบี้ยและการตรวจสอบที่เข้มข้นกว่ามาก(คนละเรื่องเลย) เท่าไหร่ล่ะ...ถึงเรียกว่าจำนวนเยอะไป?


สมัยนี้อยู่ที่ 3 ครับ เมื่อก่อนอาจไปได้ถึง 5 หรือ 7 แต่สมัยนี้ถ้าคุณไม่ใช่ลูกค้าประจำหรือมีเครดิตดีจริงๆ ยากที่ธนาคารจะยอมปล่อยเกิน 3 แต่ๆ สิ่งนึงที่คนมักมองข้ามคือ 3 คือ 3 สินเชื่อนะครับ ไม่ใช่ 3 หลัง!

 

ใครอยากซื้อได้หลายๆหลัง ก็ซื้อพร้อมกันหลายหลังเลย อย่างถ้าซื้อ 2 หลัง แล้วยื่นกู้พร้อมกัน จะนับเป็น 1 สินเชื่อครับ (เทคนิคนี้เหมาะกับนักลงทุน)

 

ใครดันพลาดกู้ทีละหลัง จนเต็ม 3 สินเชื่อ ไปแล้ว แต่อยากให้จำนวนลดลง แก้ยังไง? มีทางออกครับ ทำ Refinance พร้อมกัน เพื่อให้บ้าน 3 หลังไปอยู่ในสินเชื่อเดียวกันได้ครับ (ถ้าสินเชื่ออายุมากกว่า 3 ปีแล้ว)

 

จำนวนสินเชื่ออาจไม่สำคัญสำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้ซื้อบ้านหลายหลัง แต่สำคัญมากสำหรับนักลงทุน วางแผนไว้ให้ดีตั้งแต่หลังแรกจะช่วยได้มากถ้ามาแก้ตอนหลัง มันต้องใช้เวลา

 

2) ยอดผ่อนต่อรายได้สำคัญ (DSR: Debt Service Ratio)

 

เรื่องนี้คนส่วนใหญ่รู้...แต่ที่ไม่รู้คือเท่าไหร่ถึงเรียกว่าเยอะ?

 

ธนาคารปัจจุบันยังมีหลายรายยอมปล่อยให้เราผ่อนได้ถึง 70% หรือแม้แต่ 100% ของรายได้นะครับ 70% หมายความว่าไง? ถ้าคุณเงินเดือน 20,000 เค้าจะให้คุณมีภาระผ่อนได้ไม่เกิน 70% ของ 20,000 หรือ 14,000 ครับ

 

แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าบ้านต้องผ่อนเท่าไหร่ ยังไม่ได้ทำกู้เลย? คร่าวๆ คิดไปเลยครับ ล้านละ 7,000 บาท แต่อย่าลืมนะครับ ภาระผ่อนคิดจากภาระรวม เช่นถ้าคุณผ่อนรถอยู่แล้ว คุณจะสามารถผ่อนบ้านได้น้อยลง ธนาคารถึงต้องให้เราเซ็นต์ใบเปิดเผยยอดหนี้เครดิตบูโรตอนขอกู้ เพราะเค้าจะต้องตรวจสอบ

 

สำหรับคนทั่วไป ผมแนะนำ อย่าให้ภาระผ่อนถึง 70% เลยครับ ต่อให้ธนาคารยอมปล่อยกู้ รายได้ที่เหลือหลังหักค่าผ่อนแค่ 30% สภาพคล่องรายเดือนจะไม่พอ ซักไม่เกิน 50% กำลังสวย ลองคำนวณ %ภาระผ่อน ก่อนจองซื้อบ้านทุกครั้ง จะลดปัญหากู้ไม่ผ่านได้เยอะครับ

 

3) เงินเก็บมีผลนะครับ

 

การขอกู้ โดยเฉพาะกรณีขอกู้ 100% ของราคาบ้าน สิ่งแรกที่ธนาคารจะสงสัยเลยคือ"ผู้กู้เป็นคนไม่มีวินัยทางการเงิน แล้วกะกู้ 100% เพื่อจับเสือมือเปล่า รึเปล่า"... และเงินเก็บเป็นตัวนึงที่ช่วยยืนยันได้ว่า เรามีวินัยทางการเงิน

 

ธนาคารจะมาสนใจทำไม? คำตอบเหมือนเดิมครับ ธนาคารอยากมั่นใจว่าจะได้เงินคืน การปล่อยกู้ให้คนที่ไม่มีวินัยทางการเงินแบบ 100% นั้นเสี่ยงมาก เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นมา เงินเก็บก็ไม่มี จะเอาที่ไหนมาผ่อน ต่อให้เอาบ้านเราไปขายทอดตลาด ก็ยังไม่พอคืนเงินที่กู้ไป (ส่วนใหญ่ราคาขายทอดตลอดจะไม่เท่าราคาซื้อ)

 

ธนาคารจะเอาเงินเก็บเราไปมั้ย? ไม่ได้ครับ ตราบเท่าที่เราไม่ได้เซ็นต์เอาเงินส่วนนี้มาค้ำประกัน ธนาคารแค่มีสิทธิขอดูว่าเรามีเงินเก็บจริงมั้ย ไม่มีอะไรมากกว่านั้น

 

รู้แบบนี้แล้ว ถ้าใครมีเงินเก็บหรือบัญชีออมในหุ้น ยื่นสำเนา book bank ไปพร้อมกับเอกสารขอกู้ได้เลยครับ

 

4) ยื่นอุทธรณ์ได้นะครับ กรณียื่นรอบแรกไม่ผ่าน  สินเชื่อสามารถขออุทธรณ์ได้ครับ

 

แล้วผลมันจะต่างกันหรอ? ต่างครับ เพราะการยื่นรอบแรก ถ้าไม่ผ่าน พนักงานสินเชื่อของเราจะสามารถบอกได้ว่าไม่ผ่านเพราะอะไร ถ้าเราสามารถหาเอกสารมาปิดประเด็นนั้นไปได้ การยื่นอุทรณ์ของเราก็จะได้รับการอนุมัติ

 

ยกตัวอย่าง ถ้ากู้ไม่ผ่านเพราะจำนวนสินเชื่อเยอะเกินไป ธนาคารเกรงว่าจะเป็นการลงทุน เราสามารถเซ็นต์เอกสารเพิ่มเติมเพื่อยืนยันว่าบ้านนี้ซื้อเพื่อการอยู่อาศัยได้

 

ถ้าใครกู้ไม่ผ่านแล้วอยากได้จริงๆ อย่ายอมแพ้ครับ ถามหาประเด็นที่ทำให้ไม่ผ่าน แล้วจัดการและยื่นอุทรณ์ได้เลย

 

5) พนักงานสินเชื่อเก่งและรู้ช่องทางคือหัวใจสำคัญ

 

การทำกู้โดยเฉพาะกรณีที่ไม่ใช่บ้านหลังแรก พนักงานสินเชื่อต้องเขียนใบคำขอ พร้อมระบุเรื่องราวความจำเป็นด้วยนะครับ

 

สินเชื่อที่มีความสามารถ จะรู้ว่าต้องทำยังไง และต้องใช้เอกสารอะไรเพิ่มเติม ถึงจะได้รับการอนุมัติ รวมไปถึง สามารถรู้ผลได้ภายในไม่กี่วัน

 

ใครที่จำนวนสินเชื่อและภาระผ่อนไม่ได้เยอะ แต่ดันกู้ไม่ผ่าน อย่าย่อท้อครับ เดินเข้าทุกธนาคารไปเลย สินเชื่อเก่งๆ สามารถทำให้คุณได้เงินกู้แน่นอน แม้แต่ธนาคารเดียวกันคนละสาขา บางครั้งยังได้ผลไม่เหมือนกันเลย

 

สำหรับนักลงทุน ลองเปลี่ยนสินเชื่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอตัวจริง พอเจอเมื่อไหร่ คุณจะเข้าใจเลยว่า สินเชื่อที่เก่งส่งผลต่อการลงทุนของเรามากแค่ไหน นอกจากจะทำให้โอกาสอนุมัติเพิ่มขึ้นแล้ว บางครั้งยังช่วยให้ดอกเบี้ยลดลง หรือกู้ 100% โดยที่ไม่ต้องทำประกันอีกด้วย

 

ในโลกการเงิน ทุกอย่างเจรจาได้ พนักงานสินเชื่อตัวจริงจะสามารถช่วยหาทางทะลุข้อจำกัดบางอย่าง(แบบถูกกฏหมาย) รวมถึงจำนวนสินเชื่อ DSR และการยื่นอุทรณ์ ที่พูดถึงในข้อก่อนหน้าได้อีกด้วย

 

ความรู้ 5 ข้อนี้ จะทำให้คุณขอกู้ผ่านง่ายขึ้น ไม่ว่าคุณจะซื้อเพื่อยู่อาศัยหรือลงทุน

 

ถ้าคุณมีจำนวนสินเชื่อไม่เกิน 3 และ DSR ไม่เกิน 70% มีเอกสารเงินเก็บ ประกอบกับพนักงานสินเชื่อที่มีความสามารถ ถ้าขาดเหลืออะไร ยังยื่นอุทธรณ์ได้อีก โอกาสที่คุณจะยื่นสินเชื่อไม่ผ่าน มีน้อยมากครับ

 

อย่าไปตกใจกับข่าว..."ธนาคารไม่ปล่อยกู้แล้ว" ยังไงธนาคารก็ต้องปล่อยกู้ (นั่นธุรกิจเค้า ยังไงเค้าก็ไม่หยุด) เราแค่ต้องรู้ใจธนาคาร ไม่ยากครับ ลองดูเลย!

 

 

 

SalarymanEstator

 


ระดับ : Supreme สมัครเมื่อ : 2016-06-13 17:13:29 จำนวนโพส : 0
อัพเดทล่าสุด : 2018-05-24 15:43:10
แจ้งปัญหา     

บทความล่าสุด

  • An Urban Sanctuary Condominium คอนโด Low-rise จากสิงห์ เอสเตท Urban Sanctuary Life in Heart of Sukhumvit

    คำว่า High-End ไม่ใช่เพียงแค่การใช้วัสดุราคาแพง แต่หมายถึงการเข้าใจความต้องการของผู้อาศัยที่มีรสนิยมและตอบโจทย์ได้อย่างมีระดับ An Urban Sanctuary Condominium by SINGHA ESTATE คือ การรังสรรค์สุดยอดที่อยู่อาศัยที่เข้าใจความมีระดับอย่างแท้จริง

    |2018-06-22 Salaryman Estator 0

  • ASHTON CHULA – SILOM ตัวเลือกที่ดีที่สุดบนทำเลศักยภาพสามย่าน-พระราม 4 ที่นักลงทุนห้ามพลาด

    ASHTON CHULA-SILOM ที่สุดแห่งความภาคภูมิบนถนนสามย่าน คอนโดระดับ Luxury เพียงแห่งเดียวที่อยู่ใกล้จุฬาฯมากที่สุด และยังสูงที่สุดบนถนนพระรามสี่ด้วยความสูงถึง 56 ชั้น

    |2018-06-22 LivingInsider Report 0

  • The Matt สาทร-ท่าพระ Match Your Lifestyle

    หลายคนคุ้นเคยกับอาการ ‘ตกรถ’ เป็นอย่างดี เพราะการลงทุน ‘โอกาสไม่เคยรอใคร’ คิดว่าชะล่าใจ เดี๋ยวกลับมาซื้อก็ได้ สุดท้ายของหมด … อนาคตใช่ว่าจะซื้อราคาเดิมได้ เพราะราคามีแต่ขึ้นกับขึ้นตลอด โดยเฉพาะ ‘คอนโดมิเนียม’ บนทำเลศักยภาพสูง มี Demand ตลอดเวลาอย่าง 'ท่าพระ - ตลาดพลู'

    |2018-06-20 Papayatop 0

  • Q ชิดลม - เพชรบุรี LIVING IN REAL CBD

    เรียกได้ว่า #คุ้มทั้งลงทุน #คุ้มทั้งอยู่เอง เพราะเพียง 5 ล้านกว่าบาท เป็นเจ้าของคอนโดฯ กลางทำเล REAL CBD ที่คนทั้งโลกรู้จัก เพื่อครอบครองที่พักอาศัยย่าน CBD ใจกลางกรุงเทพฯ ราคานี้ถือว่าไม่แพงนะครับ

    |2018-06-20 Papayatop 0

  • Rise พหล - อินทามระ อยู่แบบธรรมดาโลกไม่จำ

    ด้วยการเลือกโลเคชั่นที่อยู่ในย่านที่ตอบโจทย์คนวัยรุ่นใหม่ รวมถึงการออกแบบฟังชั่นห้องพร้อมเฟอร์เจอร์แบบจัดเต็มตลอด และที่สำคัญเลยคือ การทำราคาขายได้ ถูกกว่าเจ้าอื่นๆ ในพื้นที่เดียวกัน Rise พหล - อินทามระ เปิดตัวมาในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป มนุษย์เงินเดือนเอื้อมถึงได้แน่นอน

    |2018-06-18 LifeScape 0

บทความที่น่าสนใจ


ติดตามข่าวสารข้อมูลก่อนใคร ถูกใจเพจได้เลยครับ



ต้องการรับข่าวแบบนี้ส่งตรงถึงไลน์คุณ add ไลน์@ ได้เลยครับ เพียงคลิ๊กลิ้งค์ข้างล่าง



LINE ID @livinginsider


แสดงความคิดเห็น

CAPTCHA code
หรือ ยกเลิก

© 2015 livinginsider.com All right reserved. | นโยบายความเป็นส่วนตัว

 

lvmng@livinginsider.com

02-693-5561 ถึง 2
  @livinginsider