Review
ปิ่นเกล้า จรัญสนิทวงศ์

Lumpini Selected Charan 65-Sirindhorn Station (ลุมพินี ซีเล็คเต็ด จรัญ 65-สิรินธร สเตชั่น) คอนโดที่คนจรัญ ต้องกดไลค์ 👍 ใกล้รถไฟฟ้าแค่หน้าบ้าน ร้านค้ามากมาย สบายรอบทิศ สะดวกรอบทาง

Nessle 2022-12-27 09:29:10

 

สังเกตกันไหมว่าหลังจากรถไฟฟ้ามาเยือนทำเลฝั่งธนฯ โดยเฉพาะเส้นถนนจรัญสนิทวงศ์ ไม่ว่าจะเป็นดีเวลลอปเปอร์รายเล็กไปจนถึงรายใหญ่ ต่างเคลื่อนไหวมาปักหมุดกันอย่างต่อเนื่อง โดยทำเลจรัญฯ ถือเป็นอีกหนึ่งทำเลในกรุงเทพฯ ที่ราคาที่ดินปรับตัวเพิ่มขึ้นเกิน 100% เลยทีเดียว

 

ขณะเดียวกัน ก็มีผู้ค้นหาคอนโดในทำเลฝั่งธนฯ ย่านจรัญสนิทวงศ์ มากขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกัน ด้วยคีย์หลักเรื่องของราคาที่สมเหตุสมผล แต่ยังสามารถใช้ชีวิตง่ายๆ ชิลๆ เดินทางเข้าเมืองรวดเร็ว ยิ่งถ้าเป็นคอนโดใหม่เพิ่งสร้างเสร็จพร้อมอยู่ และได้ความเป็นส่วนตัว ได้พักผ่อนใกล้ชิดธรรมชาติ ก็เป็นอันจบครบในที่เดียว ชีวิตคอมพลีทที่สุดแล้ว

 

และหนึ่งในดีเวลลอปเปอร์ชื่อดังอย่าง LPN ก็ไม่พลาดในการมาสร้างแลนด์มาร์ค เพื่อตอบโจทย์คนฝั่งธนฯ โดยเฉพาะ ที่เคาะแล้วว่าโครงการแบบนี้แหละเดอะเบส!!

 

Lumpini Selected Charan 65-Sirindhorn Station (ลุมพินี ซีเล็คเต็ด จรัญ 65-สิรินธร สเตชั่น) คอนโดที่คนจรัญ ต้องกดไลค์ 👍 ใกล้รถไฟฟ้าแค่หน้าบ้าน ร้านค้ามากมาย สบายรอบทิศ สะดวกรอบทาง

 

โครงการ Lumpini Selected จรัญ 65-สิรินธร สเตชั่น ตั้งอยู่บนย่านอาศัยชุมชนเก่าแก่ ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 65 ซึ่งสามารถทะลุออกไปยังถนนบรมราชชนนี ออกนอกเมืองไปราชพฤกษ์ นนทบุรี ศาลายา นครปฐม หรือมาทางปิ่นเกล้าก็ได้เช่นเดียวกัน 

 

อีกทั้งตัวโครงการยังอยู่ใกล้ถนนหลักอย่างถนนจรัญสนิทวงศ์ แค่ประมาณ 50 เมตร ซึ่งเส้นนี้สามารถไปได้หลากหลายเส้นทาง ทั้งถนนราชวิถีที่จะวิ่งไปอนุสาวรีย์ ผ่านพญาไท เข้าสยามได้ หรือออกไปเส้นถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า ข้ามสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า เพื่อไปยังฝั่งพระนครย่านเยาวราช และเจริญกรุง

 

นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อกับถนนวงศ์สว่าง ซึ่งจะสามารถวิ่งเข้าถนนรัชดาภิเษก ผ่านแยกลาดพร้าว ไปพระราม 9 ได้อย่างรวดเร็ว และหากอยากไปย่านสีลม-สาทร ก็สามารถใช้เส้นรัชดาท่าพระ เข้าถนนกรุงธนบุรี ขึ้นสะพานตากสินก็ถึงย่านธุรกิจ CBD 

 

ไม่เพียงเท่านั้นโครงการยังอยู่ใกล้จุดขึ้น-ลง ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกฯ ถึง 3 ด่านด้วยกัน ทั้งด่านบางบำหรุ ด่านบรมราชชนนี และด่านตลิ่งชัน โดยใช้เวลาจากโครงการมาไม่ถึง 10 นาที 

 

แต่ความจริงแล้วการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ ก็สะดวกสบายไม่แพ้กัน เพราะโครงการอยู่ใกล้ MRT สายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย (ช่วงเตาปูน-ท่าพระ) สถานีสิรินธร เพียง 150 เมตร ซึ่งเป็นสายเดียวที่จะวิ่งเป็น Loop วงกลมทั่วเมือง และยัง Interchange เชื่อมต่อกับสายอื่นๆ อีกด้วย จึงนับว่าเป็นหัวใจหลักของการเดินทาง ทำให้คนย่านนี้ไปได้ทั่วกรุงเทพฯ 

 

หรือจะใช้บริการรถประจำทาง วินมอเตอร์ไซค์ รถสองแถว รถแท็กซี่ และเรือด่วน ก็มีให้เลือกครบทุกการเดินทางพาไปทุกที่ได้อย่างง่ายดาย

 Photo credit by : wikipedia

 

ความอุดมสมบูรณ์อีกอย่างคือ การรวบรวมแหล่งไลฟ์สไตล์ไว้ได้ครบถ้วน ไล่เรียงตั้งแต่อาหารการกิน ที่ในซอยคือมีตลอดสองฝั่งทางอย่าง Street Food ร้านอาหาร และคาเฟ่ หรือถ้าใครอยากซื้อของสดก็มีตลาดทั้งเล็กและใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ตลาดบางขุนศรี ตลาดบางขุนนนท์ เป็นต้น เรียกได้ว่าเป็นศูนย์รวมอาหารอร่อยๆ มากมายก็ว่าได้

 Photo credit by : facebook Chisaya Patisserie

 

ยังไม่หมดมีอีกไม่ว่าจะเป็น Tesco Lotus, Makro HomePro และช่างชุ่ย ต่อเนื่องไปจนถึงคอมมูนิตี้มอลล์ The Sense ปิ่นเกล้า สุดท้ายห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อย่าง เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ปิ่นเกล้า อยากจะเดินเที่ยวเดินช้อปหาของกินก็สบายๆ ชิลๆ

 

อีกทั้งบริเวณรอบๆ โครงการยังมี สถานศึกษา อาทิ รร.เขมะสิริอนุสรณ์ รร.ทิวไผ่งาม รร.เซนต์คาเบรียล รร.เซนต์ฟรังซิสซาเวียร์คอนแวนต์ ม.ราชภัฏสวนสุนันทา ม.สวนดุสิต คณะดุริยางคศาสตร์ ม.ศิลปากร ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ม.ศิลปากร วังท่าพระ ซึ่งผู้ปกครองท่านใดที่มีบุตรหลานเรียนอยู่สถานศึกษาเหล่านี้ จะช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องการเดินทางได้อย่างมาก 

 

สำหรับ สถานพยาบาล เช่น รพ.ยันฮี รพ.ศิริราช รพ.ธนบุรี รพ.เจ้าพระยา และรพ.ตา หู คอ จมูก เป็นต้น ก็อยู่ไม่ไกลจากคอนโด

 

Photo credit by : facebook มธ.ท่าพระจันทร์

 

ทำเลจรัญสนิทวงศ์ จึงเปรียบเหมือนย่านฟิวชัน ที่มีการผสมผสานของความเก่าแก่ดั้งเดิม และความทันสมัยเจริญก้าวหน้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้กลุ่มคนที่เลือกอยู่อาศัยฝั่งนี้ สามารถยืดอกได้อย่างภูมิใจ ไม่แพ้ใจกลางเมืองเลย

 

โดยโครงการ Lumpini Selected จรัญ 65-สิรินธร สเตชั่น เป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น 3 อาคาร แบ่งเป็นอาคาร A จํานวน 164 ยูนิต อาคาร B จํานวน 196 ยูนิต และอาคาร C จํานวน 154 ยูนิต รวมทั้งหมด 514 ยูนิต บนที่ดินขนาดประมาณ 5 ไร่ 2 งาน 47.5 ตารางวา โดยสามารถจอดรถได้ 171 คัน (ไม่รวมซ้อนคัน) 

 

ทั้งนี้เพื่อให้ลูกบ้านได้ความเป็นส่วนตัวขั้นสูงสุด ทางโครงการจึงออกแบบตัวอาคารที่พักอาศัยให้เขยิบเข้าไปด้านใน เพื่อป้องกันเสียงรบกวนและความวุ่นวายจากภายนอก 

 

พร้อมการดีไซน์ Character ของอาคารให้มีความเรียบง่ายแต่สวยงาม ขณะเดียวกันก็ดูทันสมัย โดยเน้นโทนสีเทาและสีขาวเป็นหลัก อีกทั้งยังสร้างความพิเศษด้วยการออกแบบ Facade ผ่านดีเทลของ Double Windows ที่ฉลุลวดลายเป็นใบไม้ด้วยโทนสีส้มอย่างมีมิติ 

 

แต่ที่น่าสนใจของโครงการและเป็นจุดดึงดูดได้อย่างชัดเจนคือ ส่วนกลาง ที่เนรมิตธรรมชาติให้โอบล้อมอยู่รอบตัวเรา โดยจัดสวนขนาดใหญ่ เอาไว้อยู่ตรงกลางของทั้ง 3 อาคาร ซึ่งรายล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่นานาพันธุ์ พร้อมจัดพื้นที่นั่งไว้หลายมุม เพื่อให้ลูกบ้านได้สัมผัสธรรมชาติแบบใกล้ชิด 

 

สระว่ายน้ำ จะอยู่บริเวณนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งจะเป็นระบบน้ำเกลือแบบ Overflow ที่มีสระเด็กมาให้ด้วย และด้วยความยาว 25 เมตร ทำให้จะว่ายออกกำลังกายหรืออยากแช่น้ำสบายอารมณ์ ก็รองรับได้อย่างเพียงพอ 

 

นอกจากนี้ยังมี Pool Terrace ให้มานั่งเล่นนอนเล่น พักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศของสวนสีเขียว ที่เต็มไปด้วยความร่มรื่นร่มเย็นได้อย่างรื่นรมย์สบายใจ

 

หรือถ้าใครอยากออกกำลังกายแบบจริงจังก็มี Fitness Zone ที่อยู่อาคาร B จัดเตรียมเครื่องออกกำลังกายไว้ให้เรียบร้อย

 

โดยมีห้องแยกที่แบ่งไว้สำหรับพื้นที่ในการเล่นโยคะ พิลาทิส และอื่นๆ

 

ด้านหน้าห้องฟิตเนสโซน Outdoor ก็มีพื้นที่สำหรับนั่งชิลๆ ให้ใกล้ธรรมชาติเพิ่มเติมอีกหนึ่งจุด   

 

สำหรับ Co-Working Zone จะอยู่ที่อาคาร A ซึ่งให้ความรู้สึกโปร่งโล่งเหมาะแก่การมานั่งอ่านหนังสือ นั่งทำงาน ด้วยการกรุกระจก Full Height ถึง 3 ด้านด้วยกัน ซึ่งจัดที่นั่งไว้ให้หลากหลายทั้งแบบนั่งร่วมกันและแบบเป็นส่วนตัว 

 

ขณะที่เรื่องของห้องพักอาศัย ทางโครงการก็ทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว โดยขายแบบ Fully Fitted ที่นอกจากได้ชุดเคาน์เตอร์ครัว สุขภัณฑ์ในห้องน้ำที่มาพร้อมฉากกั้นอาบน้ำแล้ว ยังได้ Digital Door Lock อีกด้วย โดยมีห้องให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ ดังนี้

 

1. Studio ขนาด 23.00 ตารางเมตร
2. 1 ห้องนอน ขนาด 28.00 ตารางเมตร
3. 1 ห้องนอน พลัส ขนาด 32.00 ตารางเมตร

 

Studio ขนาด 23.00 ตารางเมตร

ห้องนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบห้องแบบเปิดโล่ง อยากให้ทุกพื้นที่เชื่อมต่อถึงกันหมด 

 

ซึ่งพอเข้าห้องมาแล้วจะพบกับส่วนของครัวที่อยู่ทางซ้ายมือ โดยจะได้เคาน์เตอร์ครัวพร้อมพื้นที่เก็บของด้านล่าง และตู้เก็บของด้านบน หน้าบานสีขาวท็อปด้วยลามิเนตสีดำ พร้อมซิงค์ล้างจาน

 

ตรงข้ามเป็นห้องน้ำ ได้สุขภัณฑ์ครบเซต ไม่ว่าจะเป็น อ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ Hand Shower พร้อมกระจกเงา รวมถึงโซนอาบน้ำได้ทำเป็นที่นั่ง และติดตั้งฉากกั้นมาให้เสร็จสรรพ 

 

เดินมาด้านในสุดจะเป็นส่วนห้องห้องนอน สามารถวางเตียงได้ถึง 6 ฟุต ซึ่งทางโครงการวางเตียง 5 ฟุตให้ดูเป็นแนวทาง ว่ายังมีพื้นใช้สอยเหลือพอสมควร

 

โดยฝั่งหนึ่งสามารถบิวท์ตู้เสื้อผ้าไซส์มาตรฐาน หรือจะแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้ทำเป็นชั้นเก็บของเหมือนห้องตัวอย่างก็ดูเป็นไอเดียที่น่าสนใจ

 

ตรงข้ามเป็นส่วนของชั้นวางทีวีและโต๊ะทำงาน ซึ่งเราสามารถดีไซน์จะสลับการจัดวาง จะเลือกเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินหรือลอยตัวยังไงก็ได้ตามใจชอบ  

 

ด้านพื้นที่ริมหน้าต่างมีสเปซว่างมากพอ ให้วางโซฟาหรือเก้าอี้เพื่อทำเป็นมุมพักผ่อนนั่งเล่นได้

 

แต่ไฮไลต์อยู่ตรงระเบียง ที่ได้แบบ Double Windows พร้อมแผงบังตาที่ฉลุเป็นลายใบไม้ เพิ่มความเป็นส่วนตัวที่มากกว่าเดิม

 

1 ห้องนอน ขนาด 28.00 ตารางเมตร

เพิ่มขนาดใหญ่ขึ้นได้ความเป็นสัดเป็นส่วนที่มากขึ้น โดยเข้ามาแล้วจะเจอกับห้องครัวที่ให้พื้นที่มากว้างขวาง รวมถึงชุดเคาน์เตอร์ครัวและตู้เก็บของที่ก็ได้ขนาดใหญ่ขึ้นเช่นเดียวกัน เหมาะสำหรับคนชอบทำอาหารกินเอง

 

ฝั่งตรงข้ามมีพื้นที่สำหรับวางตู้เย็น และตู้สำหรับเก็บรองเท้าเก็บของ เพื่อให้ห้องดูเป็นระเบียบเรียบร้อย

 

เชื่อมต่อไปยังห้องนั่งเล่น ซึ่งจัดวางโต๊ะทำงานไว้ใกล้กับครัว ทำให้ปรับเป็นโต๊ะนั่งกินข้าวด้วยก็ยังได้

 

ถัดไปเป็นพื้นที่สำหรับติดตั้งวางทีวี ที่จะเลือกบิวท์ชั้นวางแค่ชั้นล่างก็ดูดีมินิมอล แต่ถ้าใครของเยอะพื้นที่ด้านบนก็ยังสามารถเพิ่มตู้เก็บของได้แบบเหลือเฟือ

 

พร้อมวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง และโต๊ะกลาง ก็ยังเหลือสเปซให้เดินผ่านไปมาได้สะดวกสบาย

 

ด้านในสุดเป็นระเบียง โดยมีพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าที่ได้ทั้งแบบฝาหน้าและฝาบน และแน่นอนว่าได้ Double Windows พร้อมแผงบังตาฉลุลายใบไม้ เหมือนห้องแรกซึ่งจะได้แบบนี้เหมือนกันทุกยูนิต

 

กลับเข้ามาเพื่อไปดูห้องนอนกันต่อ ที่กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนแบบ 3 ตอน ทำให้ห้องดูโปร่งโล่ง แต่ขณะเดียวกันก็ได้เรื่องของความเป็นสัดส่วน และติดม่านเพิ่มอีกนิดก็จะได้ความไพรเวซี่ นี่คือข้อดีของการเลือกใช้ประตูกระจก

 

จัดเต็มด้วยการวางเตียง 5 ฟุต รวมถึงมีสเปซให้วางตู้เสื้อผ้า ซึ่งควรบิวท์แบบสุดเพดานไปเลย เพื่อให้เก็บเสื้อผ้าได้มากที่สุด

 

ได้ความโปร่งโล่งและได้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาภายในห้องอย่างทั่วถึง ด้วยหน้าต่างบานเลื่อนและบานฟิกซ์

 

ห้องน้ำจะอยู่ในห้องนอน ได้สุขภัณฑ์ครบถ้วนเหมือนกับห้องสตูดิโอเลย

 

หากถามว่าโครงการ Lumpini Selected จรัญ 65-สิรินธร สเตชั่น เหมาะกับใครตอบโจทย์ตรงไหน ก็บอกได้เลยว่าเหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ในยุค New Nowmal ที่เชื่อมต่อทุกทิศทางทั้งติดถนนสำคัญและใกล้รถไฟฟ้า พร้อมรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ให้เดินทางเพียงไม่กี่นาทีก็ถึงทุกจุดหมายที่ต้องการได้ไม่ยาก

 

เหนือความคาดหมายด้วยการออกแบบโครงการ ที่อยู่ในพื้นที่เมืองแห่งความคึกคัก ให้มีความเงียบสงบ พร้อมผสานการใช้ชีวิตที่โอบรอบตัวเราด้วยธรรมชาติ และยิ่งไปกว่านั้นคือการดีไซน์ห้องพักอาศัย ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและได้ความเป็นส่วนตัวเป็นหลักสำคัญ สุดท้ายที่ทำให้ใครหลายคนตัดสินใจเลือกโครงการจาก LPN คือนิติบุคคลที่บริการได้อย่างยอดเยี่ยม

 

ในราคาเริ่มต้น 1 Bedroom เพียง 2.29 ล้านบาท อยู่ในราคาที่ First Jobber ก็ยังสามารถผ่อนจ่ายได้สบายๆ หรือแม้แต่ต่อให้เป็นนักลงทุนมือใหม่ ก็ยังสร้างผลตอบแทนได้ง่ายและรวดเร็ว เพราะทุกอย่างเอื้อให้ทุกคนที่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ซื้อได้ทั้งนั้น 

 

อยากจับจองครอบครองไว้ซะห้องสองห้อง คลิกลงทะเบียนที่นี่เลย >>> https://bit.ly/3UdCxdX


 

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

ประกาศที่เกี่ยวข้อง

ขาย
฿2,290,000
ขายคอนโดปิ่นเกล้า จรัญสนิทวงศ์ : คอนโดใหม่ใจกลางจรัญฯ ลุมพินี ซีเล็คเต็ด จรัญ 65 – สิรินธร สเตชั่น 🏙️คอนโดมือหนึ่ง พร้อมอยู่ มีส่วนลด
livinginsider livinginsider